
และคืนนี้แม่ก็ได้เล่านิทานเรื่องนางฟ้า ให้ฉันฟังก่อนนอนว่า…….
ยังมีบิดันดารี(นางฟ้า)สองท่าน ได้เดินทางมาบนโลกมนุษย์ และปลอมตัวเป็นหญิงสาวชาวบ้าน
สองศรีพี่น้อง และขณะที่กำลังเดินทางอยู่นั้น จึงมีความจำเป็นต้องขอพักแรมในบ้านของครอบครัว
ผู้มั่งมีครอบครัวหนึ่ง..แต่เจ้าของบ้านนั้นแสดงกริยาหยาบคาย เพื่อไม่อยากให้หญิงทั้งสองค้าง
ในห้องรับแขกอันหรูหราของคฤหาสน์..แต่กลับให้นอนพักในห้องเล็กๆ ที่อยู่ชั้นใต้ถุนอันเย็นยะเยือกแทน ![]()
ขณะที่หญิงสาวทั้งสองกำลังปูที่นอนอยู่นั้น
หญิงสาวผู้พี่ก็ได้เหลือบไปเห็นรูโหว่ที่กำแพงจึงได้ทำการปิดรูนั้นให้
หญิงสาวผู้น้องจึงถามว่า…ทำไม..ท่านถึงทำเช่นนั้นให้เขา ?
หญิงสาวผู้พี่จึงตอบว่า ”สิ่งต่างๆ ที่เห็นไม่ได้เป็น อย่างที่เห็นเสมอไป”
คืนต่อมา ทั้งคู่ได้เดินทางมาแวะพักที่บ้านของยาจกครอบครัวหนึ่ง
ซึ่งเจ้าของบ้านและภรรยาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
นอกจากจะแบ่งปันอาหารที่มีอยู่เพียงน้อยนิดให้ได้กินแล้ว
ทั้งสองก็ให้สองสาวพี่น้องไปนอนที่เตียงของตน ..เพื่อจะได้หลับอย่างสบายและอบอุ่น ![]()
เมื่อรุ่งอรุณมาเยือน หญิงทั้งสองเห็นชาวนาและภรรยาร้องไห้และมีน้ำตานองหน้า ![]()
เมื่อเขาได้ไปพบว่าวัวที่พวกเขามีอยู่เพียงตัวเดียว ซึ่งได้ให้นมพอได้ขายยังชีพไปวันๆ นั้น
ได้นอนตายอยู่ในทุ่ง ![]()
หญิงผู้น้องรู้สึกโมโหยิ่งนัก!!
จึงถามหญิงสาวผู้พี่ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้?
ชายคนแรกมีทุกสิ่งบริบูรณ์ แต่ขาดซึ่งน้ำใจ เหตุใดท่านกลับช่วยเขาอุดช่องโหว่ของกำแพงบ้าน
ส่วนครอบครัวที่สองแสนยากจน แต่เต็มใจแบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเรา
แล้วทำไม?ยังปล่อยให้วัวของพวกเขาต้องตายไป ![]()
”สิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นเสมอไป” หญิงสาวผู้พี่จึงเล่าว่า
ตอนที่เราพักอยู่ในชั้นใต้ถุนของคฤหาสน์
พี่สังเกตเห็นว่าเจ้าของบ้านเขาเก็บทองไว้ในรูโหว่ของกำแพงนั้น
และเพราะชายเจ้าของบ้านเป็นคนละโมบ ไม่ยอมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น
พี่ก็เลยจัดการปิดช่องโหว่ที่ซ่อนในกำแพงเพื่อไม่ให้เขาหาทองเจออีกต่อไป”
สำหรับคืนต่อมาที่เราได้นอนบนเตียงของชาวนานั้น
ได้มีเทวทูตแห่งความตายจะมารับดวงวิญญาณของภรรยาชาวนาไป
พี่จึงขอความเมตตาต่อรองให้ชีวิตของวัวไปแทน
“ดังนั้นจึงได้บอกว่าสิ่งต่างๆ ที่เห็นอาจไม่เป็นอย่างที่เห็นเสมอไป งัยล่ะ ”
เพราะในชีวิตของคนเรานั้น บางครั้งก็มีเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการให้เป็น เกิดขึ้นเสมอ
แต่ถ้าหากเธอมีศรัทธา..ก็เพียงแต่ขอให้เธอเชื่อว่า ผลลัพธ์ทุกๆ
อย่างนั้นพระเจ้าได้ทรงเมตตาเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อเราเสมอ
แต่ในตอนนั้นเราอาจไม่รู้..จนถึงเวลาหนึ่งในภายหลัง…มันจึงปรากฏให้เห็น..และเราจะเข้าใจมัน!! ![]()
ดังนั้น
ถ้าโกรธกับเพื่อน……..จงมองคนที่ไม่มีใครรัก
ถ้าเรียนหนัก…………..จงมองคนที่อดเรียนหนังสือ
ถ้างานลำบาก………….จงมองคนหมดโอกาสแสดงฝีมือ
ถ้าเหนื่อยนักหรือ………ก็ให้มองคนที่ตายหมดลม
ถ้าเงินไม่มี…………….จงมองคนขอทานข้างถนน
ถ้าหนี้สินล้น…………….มองคนแย่งกินกับหมา
ถ้าข้าวไม่ดี……………..มองคนที่ไม่มีแม้แต่ที่นา
ถ้าชีวิตแย่……………..จงมองคนแย่ยิ่งกว่า
อย่ามองแต่ฟ้า…………ที่สูงเกินตาประจักษ์
ความสุขข้างล่าง………มีได้ไม่ยากเย็นนัก
เมื่อรู้แล้วจัก…………..ภาคภูมิใจในชีวิตแห่งตน ![]()
วันวานเป็นเพียงอดีต..พรุ่งนี้ยังคงเป็นความลับ..วันนี้คือของกำนัล
นั่นคือเหตุให้ปัจจุบันเป็นของขวัญแห่งชีวิต!
ชีวิตนี้เป็นสิ่งพิเศษ…ที่พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงมอบให้กับเรา
ดังเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็จงเก็บเกี่ยวทุกนาทีแห่งชีวิต…อย่างมีคุณค่า
เพื่อสะสมเป็นเสบียงแห่งโลกหน้าเถิด ![]()
หลังจากนิทานของแม่จบ .เราก็ได้นอนหลับอย่างมีความสุข
และในคืนนั้นเราได้ฝันถึงนางฟ้าทั้องสอง ว่าเธอได้มาหาเรา
พร้อมด้วยใบหน้าที่อารีและสวยงาม ก่อนจะเอ่ยกับเราว่า
หนูนั้นมีบุญหนักหนาที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่ และที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ
ชีวิตของหนูได้มีโอกาสอยู่ในความศรัทธาภายใต้ร่มเงาแห่งอิสลาม ![]()
~ *+ นิ ท า น ข อ ง แ ม่ +* ~
แต่เจ้าของบ้านนั้นแสดงกริยาหยาบคาย
ฟังแล้วง่วงนอน555+รู้สึกมีกำลังใจต่อสู้กับชีวิต"ถ้าหนี้สินล้น................มองคนแย่งกินกับหมา"รู้ว่าปัญหาของเราเป็นปัญหาที่เล็ก