เรื่องเล่าสั้นๆ สื่อสร้างสรรค์สังคมไทย

ฝีมือใคร ?

นายพีรวุฒิ  เล้าภาษิต  ม.5/1  เลขที่  27           

         ใครๆ ก็ช่วยคุณไม่ได้ทั้งนั้นแหละ  ถ้าคุณไม่คิดจะออกมาจากหมู่บ้านนี้  ก่อนที่บ้านจะจมหายไปกับสายน้ำ   เสียงเจ้าหนเที่กู้ภัยร้องเร่งเตือนชาวบ้าน  แต่ดูเหมือนว่าชาวบ้านจะไม่เชื่อฟังคำพูดของหน่วยกู้ภัยเลยหรืออาจเป็นเพราะว่าเสียงน้ำป่าที่ที่กำลังไหลหลากมาจากบนภูเขากระทบกับสะพานข้ามลำธารอย่างเชี่ยวกรากดังสนั่นไปทั่วพื้นที่แถวนั้น  ชาวบ้านบางคนที่อยู่ริมลำธารกระโดดหนีเอาตัวรอดมาทางหน้าต่างที่ถูกน้ำซัดไปทั้งคนทั้งบ้านก็มี                  ลุง... พาหลานออกมาเถอะ  เดี๋ยวน้ำพัดบ้านพังจะตายกันหมดนะลุง   เสียงเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งร้องเรียกลุงแก่ๆ ที่หน้าประตูบ้าน  ขณะที่ลุงกำลังหมกมุ่นกับการก้มหน้าก้มตาเก็บของใส่ถุงกับหลานตัวเล็กๆ อีกคนหนึ่ง  ซึ่งดูเหมือนว่ายังไม่รู้เดียงสาอะไรมากมายและดูเหมือนว่ายังแปลกใจเล็กน้อยด้วย                  ลุง  ไม่ทันแล้วเราต้องไปกันแล้ว  เจ้าหน้าที่กู้ภัยร้องเรียกลุงพลางเดินไปจูงมือทั้งสองคนออกมาจากในบ้านพร้อมกับหิ้วกระเป๋าสัมภาระของทั้งสองคนเดินออกมาจากประตู  จากนั้นทั้งลุงและเจ้าหน้าที่ก็ได้พบกับภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนคือ  น้ำในลำธารเพิ่มระดับมาถึงราวสะพานและเชี่ยวมาก                    เจ้าหน้าที่กู้ภัยพาลุงและหลานข้ามสะพานด้วยความหวาดกลัวว่าน้ำจะพากันให้หลุดมือลอยไปกับสายน้ำอันเชี่ยวกรากที่สุดแห่งนี้                  เมื่อทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยพาทั้งลุงและหลานข้ามมาก็พากันไปอยู่บนถนนซึ่งถนนนั้นอยู่สูงจากหมู่บ้านที่ลุงอยู่มาก  แต่ยังมองเห็นบ้านของลุง                  ลุงหันกลับไปมองภาพที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็พบเห็นแต่ภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นคือ  น้ำในลำธารไหลมาจากบนภูเขาแรงมากจนกระทั่งสะพานที่ทุกคนในหมู่บ้านช่วยกันทำพังลอยไปกับน้ำ  น้ำเป็นสีน้ำตาลเข้ม  มีเศษไม้และท่อนซุงขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างลอยมาพร้อมกับน้ำด้วยความเร็วสูง                                     และแล้วลุงถึงกับทรุดนั่งลงกับพื้นถนนโดยมีหลานตัวเล็กๆ มานั่งกอดแขนลุงอยู่ข้างๆ  ทั้งสองมองหน้าซึ่งกันและกัน  ลุงเห็นหน้าอันไร้เดียงสาของหลานแล้วถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่                     ลุงหันกลับไปมองบ้านตัวเองอีกครั้ง  ก็ได้พบกับภาพที่ท่อนซุงขนาดมหึมาลอยมากับน้ำกระแทกบ้านลุงหายวับไปในไม่กี่วินาที  แล้วลุงก็เป็นลมล้มไป                  ลุงคะ  ทานยาได้แล้วค่ะ ลุงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็เห็นฝ้าสีขาวและหลอดไฟเรียงเป็นแถวมากมาย  ลุงเหลือบตามองไปข้างเตียงก็พบกับนางพยาบาลที่มาเรียกให้ลุงลุกขึ้นกินยาแล้วลุงก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง                  เย้.... ลุงลุกได้แล้ว  ลุงลุกได้แล้ว  เสียงหลานของลุงพูดแทรกขึ้นมา                  ลุงหันไปมองหน้าหลานที่เกาะอยู่ปลายขอบเตียงที่ดูอาการของลุงอย่างใกล้ชิด  ลุงยิ้มให้กับหลานและพูดขึ้นมาว่า ลุงไม่เป็นอะไรแล้ว                  ถ้าลุงไม่เป็นอะไร  เราก็กลับบ้านได้แล้วนะสิลุง หลานพูดขึ้นมาอย่างไร้เดียงสา                  ลุงมองหน้าหลานตัวน้อยและก็ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา  เพราะนึกถึงภาพที่น้ำป่าไหลหลากมาเมื่อวานนี้   และก็มีภาพซ้อนตอนที่ลุงกำลังพานายทุนมาตัดไม้บนเขาที่หมู่บ้านที่ลุงอยู่ลางๆ                  เรายังกลับบ้านไม่ได้หรอกลูก  เพราะเราไม่มีบ้านจะอยู่แล้ว  บ้านของเราถูกน้ำป่าพัดพังไปหมดแล้วลูก  ลุงไม่น่าพาคนมาตัดไม้ที่หมู่บ้านเราเลย  เป็นความเห็นแก่เงินของลุงแท้ๆ  ทำให้หลายๆ คนต้องมาเผชิญชะตากรรมเช่นนี้ลุงขอโทษลูก ลุงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า                  หลานมองหน้าลุงด้วยความสงสัยว่าน้ำป่าทำบ้านพังแล้วลุงทำไมต้องมาขอโทษตัวเราด้วย  หลานลุงทำหน้างงๆด้วยความไร้เดียงสา