คุณครูคนหนึ่งได้เล่าว่า เมื่อเขาสอนหนังสือเป็นปีแรก มีนักเรียนที่เด่นสะดุดตาสองคน ชื่อพิชิตทั้งคู่ พิชิตคนแรกเป็นนักเรียนตัวอย่าง ส่วนพิชิตอีกคนใช้เวลาทั้งหมดเพื่อก่อกวนเหลวไหลจนผู้คนรอบข้างเอือมระอา
ในการประชุมครูผู้ปกครองครั้งแรกของปี มารดาของพิชิตเดินเข้ามาหาคุณครู "พิชิต ลูกชายของฉันเป็นอย่างไรบ้าง" คุณครูคิดว่า คงเป็นคุณแม่ของพิชิตเด็กดี จึงตอบด้วยใบหน้าแย้มยิ้มไปว่า "หาคำพูดใดมาบรรยายไม่ได้เลยครับ ผมดีใจที่เขาเป็นเด็กในชั้นเรียนของผม"
เช้าวันถัดมา พิชิตเจ้าปัญหามายืนอยู่หน้าโต๊ะครู "แม่เล่าให้ผมฟังว่าครูพูดถึงผมอย่างไร....ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีครูคนไหนต้องการให้ผมเข้าไปอยู่ในห้องเรียน"
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา พิชิตเจ้าปัญหาส่งงานฝีมือ การบ้านทุกชิ้น สะอาดหมดจด อีกไม่กี่สัปดาห์ พิชิตเจ้าปัญหากลายเป็นนักเรียนตัวอย่าง ทำงานหนักที่สุดในห้องเรียน.....และเป็นเพื่อนชั้นดีของคุณครู เด็กเจ้าปัญหาพลิกชีวิตกลับทิศกลายมาเป็นเเด็กดีเพราะครูเข้าใจผิดไป
แต่ก็มิใช่ว่าเด็กขี้เกียจหรือเด็กที่ไม่ใส่ใจการเรียนทุกคนจะแปลงตัวเป็นเด็กดีได้เพราะความเห็นสั้นๆ ที่หลุดออกจากปากของครู แต่ทว่า หลักการนี้ก็ปรับใช้ได้กับทุกคนนั่นก็คือ ตั้งความหวังให้สูงเพื่อให้เด็กทะยานขึ้นให้ถึง จะดีกว่าปล่อยให้เด็กหมอบคู้อยู่ในระดับการมองอย่างหยามหมิ่นจากครู
บทความดีๆ จาก James C. Dobson, Ph.D. แปลโดยนพดล เวชสวัสดิ์
เยี่ยม! ครับ