หลายปีที่ผ่านมาบ้านเราฮือฮาด้วยโรคชนิดหนึ่งคือ “ใหลตาย” (สะกดตามเอกสารของคุณหมอ) ปัจจุบันก็มีแต่ไม่เป็นข่าว ผู้บันทึกเคยรับรู้ใกล้ชิดช่วงที่คนข้างกายเดินทางไปกับคณะแพทย์ เพื่อศึกษากรณีนี้กับคนงานไทยในต่างประเทศแถบอาเซี่ยน และเห็นว่าเราเงียบๆกันไปเลยหยิบมาเตือนๆกันไว้ โดยเฉพาะพี่น้องชาวอีสานลูกข้าวเหนียวดังต่อไปนี้
****************************************************** <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ใหลตาย หมายถึง โรค หรือ ความผิดปกติที่ทำให้ผู้ที่ยังแข็งแรงดีอยู่ เกิดเสียชีวิตปัจจุบันทันด่วน โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ผู้ป่วยเหล่านี้มักจะแข็งแรงดีมาก่อน เมื่อเข้านอนหลับไปสักครู่ เกิดอาการ ผิดปกติ เกร็ง กระตุก น้ำลายฟูมปาก และเสียชีวิตต่อมา ภาษาอังกฤษเรียก Sudden Unexplained /Unexpected Death Syndrome หรือ SUDS <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>สาเหตุการตายเกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะร้ายแรง ซึ่งยืนยันจากผู้ที่รอดชีวิต และ ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการวิจัย แต่ทำไม จึงเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรงขึ้น ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ ตรงนี้ยังมืดมนอยู่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>มีคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่อง"ใหลตาย" คือ ทำไมพบบ่อยๆในคนภาคอีสาน ทำไมพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ทำไมอายุที่เป็นจึงเกิดในวัยทำงาน ทำไมเกิดในผู้ที่เศรษฐานะไม่ดีนัก อาหาร และ การประกอบอาหารเกี่ยวข้องหรือไม่ เชื้อชาติ เกี่ยวข้องไหม เพราะมีรายงานในคนลาว เวียดนาม เช่นกัน ทำไมพี่เป็น แล้ว น้องมักจะเป็นตาม หรือกลับกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>คำถามเหล่านี้ล้วนยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน มีการวิจัยมากมายที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุป เป็นข้อใดข้อหนึ่งว่า"ใหลตาย"เกิดจากอะไร สิ่งที่คาดว่าเกี่ยวข้องด้วย คือ สารโปแตสเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม อาหาร ยาหรือสารที่ใช้ สารนี้มีความสำคัญต่อการนำไฟฟ้าในหัวใจ หากต่ำไป หรือ สูงไป ทำให้การนำไฟฟ้าหัวใจ ผิดปกติ เต้นผิดจังหวะและเสียชีวิต แต่ผู้ป่วย"ใหลตาย"ก็ไม่ได้มีสารนี้ต่ำทุกราย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ความผิดปกติของหัวใจอยู่ก่อนแล้วแต่ไม่ทราบ โดยเฉพาะระบบ ไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งไม่แสดงอาการ วันหนึ่งเกิดมีการกระตุ้นผิดปกติจากอะไรก็ตาม เกิดเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรงขึ้น ข้อนี้มีเหตุผลน่าเชื่อมาก สิ่งที่กระตุ้นอาจเป็นภาวะโปแตสเซียมต่ำก็ได้ หรืออย่างอื่น มีเหตุผลเพราะบางรายคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติเล็กน้อย และ ประวัติครอบครัว เสียชีวิตจากโรคนี้ ทำให้คิดว่าความผิดปกตินี้คงถ่ายทอดทางพันธุกรรม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค"ใหลตาย"มากที่สุด คือ ผู้ที่มีญาติใกล้ชิด สายตรง เนื่องจากพบความสัมพันธ์นี้ค่อนข้างมาก บางครอบครัวมีญาติใกล้ชิดเสียชีวิตในลักษณะ เดียวกันหลายๆคน การตรวจร่างกายธรรมดา หรือ การตรวจเลือด หรือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ไม่สามารถบอกชัดเจนว่ารายใดจะเกิด "ใหลตาย" การตรวจที่อาจจะได้ประโยชน์บ้าง คือ การตรวจระบบไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งพอบอกได้ว่าหัวใจนั้นๆไวต่อการเกิดการเต้นผิดจังหวะร้ายแรงหรือไม่ ถ้าไม่ไว โอกาสจะเสียชีวิตจาก "ใหลตาย" ก็น่าจะน้อยลง แต่หากไวต่อการกระตุ้นโอกาสก็น่าจะ มากขึ้น ทำให้แพทย์หาทางป้องกันการเสียชีวิตไว้ล่วงหน้า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เรายังไม่ทราบสาเหตุของ "ใหลตาย" ชัดเจน จึงไม่มีการรักษา แต่เรา สามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ โดยปัจจุบันแพทย์จะฝัง เครื่องกระตุกหัวใจ ไว้ที่หัวใจ เมื่อเกิดการเต้นผิดจังหวะชนิด ร้ายแรงขึ้น เครื่องจะปล่อยกระแส ไฟฟ้าขนาดที่เหมาะสมออกไปกระตุก หรือ กระตุ้นหัวใจ ให้กลับมา เต้นตามปกติ อย่างไรก็ตาม เครื่องนี้ราคาแพงมาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>นักวิจัยสหรัฐได้ทำการศึกษากับครอบครัวชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในชุมชนหนึ่ง พบว่า มีสำเนาของยีนที่ผิดปกติสองตัว ซึ่งติดมาตั้งแต่กำเนิด เป็นผลให้เด็กไหลตายและอาจทำให้อวัยวะมีการพัฒนาการผิดปกติ จากการศึกษาพบว่า เด็กผู้ชายที่มีความผิดปกติของยีนที่อาจทำให้เป็นโรคนี้นั้น มีขนาดของลูกอัณฑะเล็กกว่าปกติ ส่วนเด็กผู้หญิงดูเหมือนว่าจะปกติและมีฮอร์โมนเพศหญิงในระดับปกติเช่นกัน แต่ทั้งคู่เสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วนในอายุใกล้เคียงกัน
คนหนึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาลทั้งที่ยังตื่นและมีเครื่องตรวจจับการหายใจและหัวใจต่ออยู่ด้วย เมื่อตรวจดูข้อมูลจากเครื่องตรวจแล้วพบว่า ระบบการเต้นของหัวใจและการหายใจของเด็กหยุดทำงานอย่างกะทันหัน ส่วนเด็กอีกรายเสียชีวิตกะทันหันที่บ้าน โดยไม่มีสัญญาณบอกอาการล่วงหน้า เมื่อตรวจสอบทางประสาทของเด็กทั้งสองรายพบว่า ทั้งสมองและประสาทมีสภาพปกติ
การวิจัยดังกล่าว อาจช่วยคลายปริศนาและช่วยรักษาชีวิตเด็กไว้ได้จำนวนมาก โดยในแต่ละปี เด็กทารกในสหรัฐราว 3,000 ราย และอีกจำนวนมากทั่วโลกต้องเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปัจจุบันมีแพทย์ที่สนใจและศึกษาเรื่อง "ใหลตาย" หลายท่านคือ
นพ.กัมปนาท รพ.ภูมิพล
นพ.รุ่งโรจน์ และ นพ.เกียรติชัย รพ.ศิริราช
นพ.ปิยะทัศน์ รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น
นพ.ธนวัฒน์ รพ.มหาราช เชียงใหม่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ขอบคุณ นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์โรคหัวใจ ขอบคุณคุณกาญจนา เกิดมี โรงพยาบาลศรีธัญญา ที่ http://www.thaiheartweb.com/laitai.htm และที่ http://www.dmh.go.th/sty_libnews/news/view.asp?id=354 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> **************************************************************** <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เพื่อเป็นการป้องกันโรคนี้ที่เฮฮาศาสตร์ 3 จึงเสนอให้ท่านครูบาคอยตรวจสอบหัวใจทุกท่าน ว่าปกติหรือเปล่า เพราะท่านเป็นคุณหมอ “ใจถึงใจ” เฉพาะผู้ชายที่เข้าร่วม นั้น หากท่านจะตรวจด้วยวิธีของคุณหมอแห่งอเมริกาก็เป็นสิทธิของท่าน อิ อิ
ขอบคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์ค่ะ เป็นความรู้ที่ดี
สวัสดีครับพี่บางทราย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการออกข่าวเรื่อง เนื้อปลาปักเป้า
อันนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไหลตายได้ครับ
สำหรับคลีนิคตรวจหัวใจของท่านครูบา จะเปิดเมื่อไรครับ .... ผมขอรอตรวจที่พิษณุโลกละกันครับ
อ.ภูคาครับ