บุคลิกภาพพัฒนาได้ ทั้งการไหว้นั่ง เดิน ยืน ท่วงท่าฝึกไว้อย่าให้ฝืน ให้กลมกลืนทั้งกาละและเทศะ....

บันทึกบทเรียน วันที่ 8 กันยายน 2550  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การพัฒนาบุคลิกภาพผู้นำ วิทยากร : ผศ.ทองทิพภา  วิริยะพันธ์    คณะบริหารธุรกิจ  .หอการค้าไทย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความสำคัญของบุคลิกภาพ                บุคลิกภาพ (Personality)  หมายถึงลักษณะภาพของบุคคลที่ปรากฏแก่สายตาของผู้อื่นหรือภาพที่แสดงในชีวิตสังคมด้านต่างๆ  ดังนี้                1. ด้านกายภาพ  ได้แก่  รูปร่าง  ขนาด  สุขภาพ  ความสุข  น้ำหนัก  การแต่งกาย  หน้าตา  ทรงผม  อิริยาบถต่างๆ  เช่น  นั่ง  เดิน  กิน  ฯลฯ                2. ด้านสมอง  สติปัญญาดี  ความเฉลียวฉลาด                3. ด้านความสามารถ  ได้แก่  ความรู้ด้านวิชาชีพ  ความสามารถในการทำงาน                4. ด้านความประพฤติ  ความมีศีลธรรม  ความสุภาพอ่อนโยน                5. ด้านสังคม  ได้แก่  ทัศนคติที่มีต่อผู้อื่น  กริยาท่าทางการแสดงออก                6. ด้านอารมณ์  อารมณ์มีบทบาทในการกำหนดบุคลิกภาพของบุคคล  เช่น  อารมณ์ดี  อารมณ์ร้าย  ใจเย็น  ใจร้อน7. ด้านกำลังใจ  ผู้ที่มีกำลังใจเข้มแข็ง  สามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆเอาไว้ได้เป็นอย่างดีลักษณะที่เป็นพิษภัยต่อบุคลิกภาพ  เช่น  ความริษยา  ความหยิ่งทะนง  ความมักใหญ่ใฝ่สูง ความอวดดีจองหอง  ความลังเล  ความดื้อรั้น  การมองโลกแง่ร้าย  และอาการทางประสาท</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บุคลิกภาพ สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้  โดย                1. การเอาใจใส่สุขภาพ  สุขภาพที่ดี  ช่วยให้บุคคลมีร่างกายแข็งแรง  ปราศจากโรคภัย  หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส                2. บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่สังคม  ช่วยเสริมสร้างบารมี  ทำให้สังคมเป็นสุข  จะได้รับการยกย่องให้เป็นคนที่มีคุณค่าต่อสังคม                3. ศึกษางานในหน้าที่ให้มากที่สุด  ความรอบรู้นำมาซึ่งความเชื่อมั่นในตนเอง                4. รู้จักถ่อมตน  การไม่ยกตนข่มท่าน  จะช่วยให้เอาชนะใจผู้อื่นได้โดยง่ายถ้าใครต้องการจะทำให้ใหญ่ขึ้นแล้ว  เขาจะต้องทำตัวเสมือนผู้น้อยเสมอ”                5. ฝึกนิสัยให้เป็นคนขวนขวายอยู่เสมอ  มีความกระตือรือร้นในการทำงาน  เป็นผู้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา                6. ฝึกนิสัยให้เป็นนักฟังที่ดี  การฟังผู้อื่น จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าการเป็นคนสำคัญมีค่าและมีความหมาย                7. ฝึกมีวาทศิลป์  การพูดดีมีวาทศิลป์  ทำให้ผู้ฟังเกิดความพอใจในตัวผู้พูด  และเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้พูดบุคลิกภาพที่มีความพอดีหรือรู้จักพอ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คนที่มีความพอดี  คือ คนที่สามารถจัดการกับชีวิตของตัวเองได้ในทุกด้าน  มองเห็นตนเองในทางที่ดี  ไม่มีแรงกดดันอยู่ในจิตใจ  บุคคลที่มีความพอดีหรือรู้จักพอ  จะสามารถจัดการกับชีวิตได้เป็นอย่างดี  และมีความสุขตามอัตภาพ  ซึ่งในทางตรงกันข้าม  บุคคลที่ไม่รู้จักพอ  จะประสบกับความทุกข์นานัปการ  ดังเช่น  แนวพระราชดำริ  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงชี้แนะให้เห็นว่า  ความพอเพียง คือความสุข”  โคมบส์และสนิกก์ได้อธิบายบุคลิกคนที่มีความพอดีไว้  3  ลักษณะ  ดังนี้                1. การมองเห็นความดีงามในตัวเอง  มนุษย์เมื่อมีความพอแล้ว  จะไม่มีความกังวลหรือเดือดร้อนกับสิ่งที่ตนขาด                2. การยอมรับและปรับแนวความคิดของตนให้เข้ากับผู้อื่น  การยอมรับหมายถึงการยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น                3. การเป็นคนพอและการสร้างเอกลักษณ์ให้เหมือนกับคนหมู่มาก  คนที่มีความพอมากเท่าใดจะสามารถกระทำตนให้เป็นผู้มีเอกลักษณ์เดียวกันกับคนอื่นๆได้มากขึ้นนั้น                หากผู้บริหารนำแนวคิดของความพอมาประยุกต์ใช้โดยการคำนึงถึงหลักการของพุทธศาสนาประกอบด้วย  จะเป็นการง่ายแก่ความเข้าใจมากขึ้น  เพราะความพอในจิตใจ     จะนำมาซึ่งความสุข  มนุษย์จะเป็นสุขเพราะเป็นอิสระจากความกลัว  จากความทุกข์ทั้งปวง  ฉะนั้นความพอจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตมาก  ไม่ว่า  คำว่า  พอแล้ว  พอดี  พอเหมาะ  พอใจ  และพอมีพอกิน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">ถ้าเราไม่ตะกละต่อความรวยเราก็ไม่ต้องทุกข์เพราะความจน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">ถ้าเราไม่ตะกละต่อความเยินยอเราก็ไม่ต้องเป็นทุกข์เพราะคำนินทา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">เพราะความทุกข์ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพอ                 </p>นำเสนอโดย จินตนาภร คงชะนะ นวส.6ว คลื่นลูกใหม่ รุ่นที่ 1 กลุ่มที่ 5