นิยามความรู้Dave Snowden (บุญดี บุญญากิจ และคณะ : 2549 :18) ความรู้เป็นสิ่งที่ซับซ้อนมาสามารถจัดระบบที่แน่นนอนได้ หรือไม่สามารถกล่าวได้ว่าพัฒนาการของข้อมูลจะนำไปสู่การเป็นสารสนเทศ ความรู้ และปัญญาตามลำดับเสมอไป โดยให้เหตุผลว่าสารสนเทศที่แม้จะผ่านกระบวนการวิเคราะห์ มีบริบท รายละเอียดที่ครบถ้วน แต่หากไม่ใช่สารสนเทศที่เป็นประโยชน์แก่เรา หรือเราไม่สามารถนำไปใช้ได้ ก็ไม่เรียกว่าเป็นความรู้สำหรับเราHideo Yamazaki (บุญดี บุญญากิจ และคณะ : 2549 :14) ได้ให้คำจำกัดความของ ความรู้ ในรูปของปิรามิด ดังต่อไปนี้Leif Edvinsson (บุญดี บุญญากิจ และคณะ : 2549 :18) ได้แบ่งความรู้ออกเป็น 3 ประเภท คือ1. Individual Knowledge 2. Organizational Knowledge3. Structural Knowledge ทั้งนี้ ความรู้ทั้ง 3 ข้างต้นสามารถเป็นได้ทั้งในรูปของ Tacit Knowledge)และ Explicit KnowledgeMichael Polanyi and Ikujito Nonaka (บุญดี บุญญากิจ และคณะ : 2549 :16) จากแนวความคิดจำแนกความรู้ออกเป็น 2 ประเภท คือ1. Tacit Knowledge 2. Explicit KnowledgeTacit Knowledge เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคลเกิดจากประสบการณ์ การเรียนรู้ หรือพรสวรรค์ต่างๆ ซึ่งสื่อสารหรือถ่ายทอดในรูปของตัวเลข สูตร หรือลายลักษณ์อักษรได้ยาก ความรู้ชนิดนี้พัฒนาและแบ่งปันกันได้ และเป็นความรู้ที่ก่อให้เกิดการได้เปรียบในการแข่งขันExplicit Knowledge ความรู้ที่เป็นเหตุเป็นผล สามารถรวบรวมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่างๆได้ เช่น การหนังสือ คู่มือ เอกสาร และรายงานต่างๆ ซึ่งทำให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายThomas Davenport and Laurence Prusak (บุญดี บุญญากิจ และคณะ : 2549 :20) ความรู้ในมุมมอง 2 ท่านคือ การที่เราใช้ประสบการณ์ ค่านิยม สารสนเทศ ความชำนาญและสัญชาติญาณในตัวเราเพื่อกำหนดสิ่งแวดล้อมและกรอบการรวบรวมและประเมินสารสนเทศและประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับมาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ สรุป ความรู้ คือ ประสบการณ์ ความชำนาญที่แต่ละบุคคลมีอยู่ในตนเอง โดยสามารถถ่ายทอดจากตนเองไปสู่ผู้อื่นได้โดยการวิธีการต่าง ๆความหมายการจัดการความรู้ (Knowledge Management)สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม ( อ้างใน www. Kmi.or.th : 2550) การจัดการความรู้คือกระบวนการที่เป็นเครื่องมือหรือวิธีการเพิ่มมูลค่าหรือคุณค่าของกิจการขององค์กร กลุ่มบุคคลหรือเครือข่ายของกลุ่มบุคคลหรือองค์กร การจัดการความรู้ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การนำ “ความรู้” มา “จัดการ” แต่มีความหมายจำเพาะและลึกซึ้งกว่านั้นมาก การจัดการความรู้ประกอบด้วยกิจกรรมและกระบวนการ ต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ได้แก่การขุดค้นและรวบรวมความรู้ คัดเลือกเอาไว้เฉพาะความรู้ที่จำเป็น สำหรับการใช้ประโยชน์ ทั้งจาก ภายในองค์กร และจากภายนอกองค์กร นำมาตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมทั้งจากภายในองค์กร และจากภายนอกองค์กรนำมาตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมกับบริบทของสังคม และขององค์กร ถ้าไม่เหมาะสมก็ดำเนินการปรับปรุงการจัดหมวดหมู่ความรู้ ให้เหมาะสมต่อการใช้งานเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ( อ้างใน วสันต์ ลาจันทึก 2548 : 7 ) การจัดการความรู้ เกิดจากการประมวล สังเคราะห์ และจำแนกแยกแยะสารสนเทศ เพื่อนำไปสู่การตีความและทำความเข้าใจกับสารสนเทศเหล่านั้น จนกลายเป็นความรู้แล้ว ซึ่งความรู้นี้ครอบคลุมทั้งส่วนของความรู้โดยนัย(tacit Knowledge) ที่ซ่อนอยู่ในความคิดของพนักงาน และที่ฝังตัวอยู่ในองค์กรกับความรู้แจ้งชัด(explicit Knowledge) ที่ปรากฎในเอกสารบันทึก หรือรายงานต่างๆ ขององค์กร การจัดการความรู้ทั้งสองประเภทนี้ ให้เป็นระบบระเบียบเพื่อให้คนที่ต้องการเข้าถึงได้ง่าย และดึงออกมาใช้ได้โดยสะดวกการจัดการความรู้จะเกิดขึ้นในระดับทีมงาน หรือระดับกลุ่มในองค์กร ที่ต้องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกแต่ละคน เพราะการจัดการความรู้จะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อมีการปฏิสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างทีมบุญดี บุญญากิจ ( อ้างใน วสันต์ ลาจันทึก 2548 : 8 ) การจัดการความรู้เป็นกระบวนการในการนำความรู้ที่มีอยู่หรือเรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรโดยผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การสร้าง รวบรวม แลกเปลี่ยน และใช้ความรู้ เป็นต้นยุทธนา แซ่เตียว (อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 22 ) กล่าวว่า แม้จะมีแนวคิดที่หลากหลายเกี่ยวกับการจัดการความรู้ แต่สิ่งที่คล้ายคลึงกัน คือ เป็นการจัดการเพื่อนำความรู้มาใช้พัฒนาขีดความสามารถขององค์กร โดยมีกระบวนการในการสรรหาความรู้ เพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันไปยังบุคลากรเป้าหมายอย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งนี้รูปแบบของการพัฒนาความรู้ ได้แก่- การเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีตของตนเอง- การเรียนรู้จากการทดลอง โดยเป็นการตั้งสมมติฐานและทดลองเพื่อให้ทราบผลตามต้องการ- การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น เช่น การทำ Benchmarking การจ้างคนเก่ง ๆ มาร่วมงาน การหาพันธมิตรเพื่อพัฒนาหรือแลกเปลี่ยนความรู้ (Alliances) การร่วมกิจการ (Joint Venture) การวมและควบกิจการ (Merger & Acquisition) เป็นต้น- การเรียนรู้จากการฝึกอบรมและพัฒนาต่าง ๆวิจารณ์ พานิช (อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 22 ) กล่าวว่า การจัดการความรู้ หมายถึง การยกระดับความรู้ขององค์กร เพื่อสร้างผลประโยชน์จากต้นทุนทางปัญญา โดยเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อนและกว้างขวาง ไม่สามารถให้นิยามด้วยถ้อยคำสั้น ๆ ได้ ดังนั้น ต้องให้นิยามหลายข้อจึงจุครอบคลุมความหมาย ได้แก่ - การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ เทคโนโลยีด้านข้อมูลและด้านคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มพลังในการจัดการความรู้ แต่เทคโนโลยีด้านข้อมูลและคอมพิวเตอร์โดยตัวของมันเองไม่ใช่การจัดการความรู้- การจัดการความรู้เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนความรู้ ถ้าไม่มีการแลกเปลี่ยนความรู้แล้ว ความพยายามในการจัดการความรู้ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ พฤติกรรมภายในองค์กรเกี่ยวกับวัฒนธรรม พลวัต และวิธีปฏิบัติมีผลต่อการแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมและสังคมมีความสำคัญต่อการจัดการความรู้อย่างยิ่ง- การจัดการความรู้ต้องอาศัยผู้รู้ในการตีความและประยุกต์ใช้ความรู้ ในการสร้างวัตกรรมและเป็นผู้นำทางในองค์กร รวมทั้งต้องการผู้เชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่งแนะนำวีประยุกต์ใช้การจัดการความรู้ ดังนั้น กิจกรรมเกี่ยวกับคน ได้แก่ การดึงดูดคนมีความรู้ไว้ในองค์กร ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้- การเพิ่มประสิทธิผลขององค์กร การจัดการความรู้เกิดขึ้นเพราะมีความเชื่อว่าจะช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาและความสำเร็จให้องค์กร ประเมินต้นทุนทางปัญญา และผลสำเร็จของการประยุกต์ใช้การจัดการความรู้เป็นดัชนีบอกว่าองค์กรมีการจัดการความรู้อย่างได้ผลหรือไม่วุฒิชัย ธนาพงศธร (2548 : 14 ) การจัดการความรู้ คือ เครื่องมือหรือวิธีการเพิ่มมูลค่าหรือคุณค่าขององค์กร/บุคคล หรือเครือข่ายองค์กร/กลุ่มบุคคลมีความหมายรวมถึง การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บ และการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันความรู้ (knowledge sharing) ต้องการผู้ทรงความรู้ความสามารถในการตีความและประยุกต์ใช้ความรู้ เป็นการเพิ่มประสิทธิผลขององค์การ ศุภามนต์ ศุภกานต์ ( อ้างใน วสันต์ ลาจันทึก 2548 : 8 ) การจัดการความรู้เป็นเรื่องของการที่องค์กรหนึ่งจะสกัดคุณค่าจากทรัพย์สินทางปัญญาของคนออกมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดได้อย่างไรจุดสำคัญสำหรับการริเริ่มเกี่ยวกับ การจัดการความรู้คือความรู้ที่ถือว่ามีค่าสำหรับองค์กรมักจะเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ ทัศนคติ และพฤติกรรมของบุคคลเป็นส่วนใหญ่Arthur Anderson Business Consulting (อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 21 ) กล่าวว่า การจัดการความรู้เป็นการสนับสนุนให้พนักงานในองค์กรรวบรวม ค้นหา แลกเปลี่ยนความรู้ และนำมาใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจขององค์กร โดยเขียนเป็นสมการดังนี้ ความรู้ = (คน + ระบบสารสนเทศในการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล)Carla O’Dell and Ja kson (อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 21 ) กล่าวว่า การจัดการความรู้ เป็นกลยุทธ์ในการที่จะทำให้คนได้รับความรู้ที่ต้องการภายในเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งช่วยทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและนำความรู้ไปปฏิบัติเพื่อยกระดับและปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กร ทั้งนี้ การจัดการความรู้ไม่ใช่เครื่องมือที่จัดการกับตัวของความรู้โดยตรง แต่เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ที่มีระหว่างกันได้Dave Snowden(อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 20 ) กล่าวว่า องค์กรต้องมีการจัดการความรู้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิผลของการตัดสินใจในองค์กร และเพื่อสร้างนวัตกรรม ทั้งนี้มีการจัดการความรู้อยู่ 3 ประเภทคือ 1. Content Management คือ การจัดการความรู้ประเภท Explicit โดยเน้นการจัดระเบียบเอกสาร หรือโครงสร้างต่าง ๆ 2. Narrative Management เป็นการจัดการความรู้โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องที่รู้มา ภายใต้แนวคิดที่ว่าเราไม่สามารถเขียนทุกเรื่องออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรได้ เนื่องจากข้อจำกัดในการเขียน ดังคำกล่าวที่ว่า “We know more than we can say, we’ll always say more than we can write down : เรารู้มากกว่าเราพูดและเราพูดมากกว่าเขียน” การใช้เทคนิคนี้ต้องเชื่อมต่อระหว่างวิธีการสื่อที่น่าสนใจและเนื้อหาสาระที่ต้องการสื่อ 3. Context Management เป็นการจัดการความรู้โดยใช้กิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้โดยเครือข่ายทางสังคม การจัดการความรู้ในแนวคิดนี้ เน้นทั้งด้านการจัดการกับสาระและการสร้างการแลกเปลี่ยนไหลเวียนของความรู้ ดังนั้น จะให้ความสำคัญกับการจัดการในลักษณะแลกเปลี่ยนไหลเวียนของความรู้ ดังนั้น จะให้ความสำคัญกับการจัดการในลักษณะ Context และ Narrative มากกว่า Content ManagementRyoko Toyama(อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 20 ) กล่าวว่า การจัดการความรู้ หมายถึง การจัดการเพื่อเอื้อให้เกิดความรู้ใหม่ โดยใช้ความรู้ที่มีอยู่และประสบการณ์ของคนในองค์กรอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่จะทำให้มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งทางธุรกิจ Yogesh Malhotra (อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 21 ) กล่าวว่า การจัดการความรู้เป็นเรื่องสำคัญในการปรับองค์กรให้สามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไผ ทั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการในการผสมผสานความสามารถของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการประมวลผลข้อมูลสารสนเทศ และความสามารถของคนเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมEuropean Foundation for Quality Management (EFQM), Knowledge Management in Europe(อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 21 ) กล่าวว่า วิธีการจัดการความรู้เป็นกลยุทธ์และกระบวนการในการจำแนก จัดหาและนำความรู้มาใช้ประโยชน์เพื่อช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้The US Department of Army (อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 21 ) กล่าวว่า การจัดการความรู้เป็นแผนการที่เป็นระบบและสอดคล้องกันในการจำแนก บริหารจัดการ และแลกเปลี่ยนสารสนเทศต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ฐานข้อมูล เอกสาร นโยบายและขั้นตอนการทำงานรวมทั้งประสบการณ์และความชำนาญต่าง ๆ ของบุคลากรในองค์กร โดยเริ่มจากการรวบรวมสารสนเทศและประสบการณ์ต่าง ๆ ขององค์การ เพื่อเผยแพร่ให้พนักงานสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ ระบบนี้ทำให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้พนักงานเกิดความร่วมมือและกระจายอำนาจในการทำงานเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นที่ตั้งThe World Bank (อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 21 ) ให้นิยามของการจัดการความรู้ว่า เป็นการรวบรวมวิธีปฏิบัติขององค์กรและกระบวนการที่เกี่ยวกับการสร้าง การนำมาใช้ และเผยแพร่ความรู้และบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจจากนิยามข้างต้น แม้จะมีความหลากหลายในทางบริบท แต่เมื่อพิจารณาโดยรวมจะพบว่า ส่วนใหญ่ นิยามการจัดการความรู้ จะหนีไม่พ้นประเด็นหลัก ๆ ดังนี้- การมองว่าการจัดการความรู้เป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการ วิธีปฏิบัติ หรือแผนงานขององค์กร- การจัดการต้องเป็นระบบและมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร- กระบวนการสร้างองค์ความรู้ มีความสัมพันธ์กับการจำแนก สร้าง รวบรวมและแลกเปลี่ยนความรู้เป็นอย่างยิ่ง- ความรู้เกี่ยวข้องและทำให้ผลการดำเนินงานขององค์กรดีขึ้นดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า การจัดการความรู้ “เป็นกระบวนการในการนำความรู้ที่มีอยู่หรือเรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น การสร้าง รวบรวม แลกเปลี่ยนและใช้ความรู้ เป็นต้น”สรุป การจัดการความรู้ (Knowledge Management) หมายถึงกระบวนการความรู้ที่เน้นการแลกเปลี่ยนความรู้ ของคนในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง โดยต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการปฏิสัมพันธ์ต่อกันของคนภายในองค์กรเดียวกัน เมื่อรวบรวมแล้วก็มีการนำความรู้ที่ได้มาสังเคราะห์ และการจำแนกหรือจัดระบบใหม่เพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปพัฒนาปรับปรุงองค์การ ในการบริหารจัดการและนำความรู้เผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อไป <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">องค์ประกอบการจัดการความรู้</h1> บุญดี บุญญากิจ ( 2549 : 46 ) การจัดการความรู้ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ๆ 6 องค์ประกอบ คือ1. การจัดการการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรม2. การสื่อสาร3. กระบวนการและเครื่องมือ4. การฝึกอบรมและการเรียนรู้5. การวัดผล <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal">6. การยกย่องชมเชยและให้รางวัล</p>วิจารณ์ พานิช ( อ้างใน http://www.kmi.or.th/autopage/file/WedJuly2005-9-16-35-Introduce_KM.pdf (27/06/50) ) องค์ประกอบสำคัญของการจัดการความรู้ (Knowledge Process) 1. คน ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นแหล่งความรู้ และเป็นผู้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ 2. เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น 3. กระบวนการความรู้ นั้น เป็นการบริหารจัดการ เพื่อนำความรู้จากแหล่งความรู้ไปให้ผู้ใช้ เพื่อทำให้เกิดการปรับปรุง และนวัตกรรม องค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้ จะต้องเชื่อมโยงและบูรณาการอย่างสมดุล การจัดการความรู้ของกรมการปกครอง จากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 กำหนดให้ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและเหมะสมต่อสถานการณ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกัน วุฒิชัย ธนาพงศธร (2548 : 17 ) การจัดการความรู้ – ต้องทำครบ 3 องค์ประกอบ - ความรู้ฝังลึกในคน - ความรู้แฝงในองค์กร/เครือข่าย- ความรู้เปิดเผย โดยจะต้องมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนากิจกรรมหลัก ( core activities) ขององค์กร กลุ่มบุคคลหรือเครือข่ายArthur Anderson and American Productivity& Quality Center :APQC (อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 37 ) ได้นำเสนอ กรอบความคิดที่ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 อย่าง ได้แก่1. องค์ความรู้ขององค์กร2. กระบวนการการจัดการความรู้3. ปัจจัยที่ทำให้จัดการความรู้ได้ ได้แก่ ภาวะผู้นำ วัฒนธรรมองค์กร เทคโนโลยี และการวัดผลCarla O’Dell(อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 35 ) ได้นำเสนอกรอบแนวคิดที่ใช้ในการจัดการความรู้ในองค์กรซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 3 อย่าง คือ 1. กำหนดสิ่งสำคัญที่องค์กรต้องทำให้สำเร็จ2. ปัจจัยที่ทำให้สามารถจัดการความรู้ได้อย่างมีประสิทธิผล- วัฒนธรรมองค์กร- เทคโนโลยี- โครงสร้างขององค์กรที่เอื้อต่อการจัดการความรู้3. กระบวนการเปลี่ยนแปลงD.Leonard-Barton(อ้างใน บุญดี บุญญากิจ 2549 : 34 ) ได้นำเสนอกรอบแนวคิดที่ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 อย่าง คือ1. กิจกรรมที่เกี่ยวกับการสร้างความรู้ใหม่ๆ- การแก้ไขปัญหา- การนำความรู้และเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้และบูรณาการ- การนำความรู้จากภายนอกองค์กรมาใช้-
การจัดการความรู้
แนวคิดการจัดการความรู้
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ttttt ggggggggg · 16 ก.ย. 2550
ttttt ggggggggg · 16 ก.ย. 2550
ttttt ggggggggg · 16 ก.ย. 2550
นาย ยุทธนา จันที · 16 ก.ย. 2550
จูกัดเหลียง · 16 ก.ย. 2550
จูกัดเหลียง · 16 ก.ย. 2550
จูกัดเหลียง · 16 ก.ย. 2550
เป็นเรื่องที่ดีนะครับ เหมาะกับสภาพปัจจุบันมากๆเลย
แต่สิ่งสำคัญคือองค์กรนั้นต้องมีการขับเคลื่อนด้วย ถ้ามีแต่ทฤษฎีไม่ได้ทำจริง ก็ไม่เกิดผล