การที่เรามีสติรู้ตลอดเวลา ทำให้เราเป็นผู้ที่ ไม่ประมาท ในการดำเนินชีวิต คิดแก้ปัญหาด้วยปัญญา

             เมื่อตัวเองได้รับความไว้วางใจ ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียน ในเรื่องของวัยรุ่น ซึ่งเราก็ผ่านความเป็นวัยรุ่นมาเช่นกัน แต่ วัยรุ่นสมัยนั้น กับสมัยนี้ มันต่างกันมาก ไม่ว่าจะเรื่องการดำเนินชีวิต การแต่งกาย การใช้คำพูด แม้แต่การทำความเคารพ เรื่องต่างๆเหล่านี้ ชั่งเป็นอะไรที่แตกต่างเสียจริง

            พูดซะยาว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า นักเรียนคนหนึ่งมาขอคำปรึกษา เกี่ยวกับเพื่อนในห้องเรียน ที่พอมีความรักก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป จากเคยมีน้ำใจ ก็เห็นแก่ตัว อารมณที่เคยเย็น ก็โกรธง่าย เพื่อนเข้าหน้าไม่ติด เพราะเวลาทะเลาะกับแฟน(เพื่อนสนิท) ก็พาลคนอื่นด้วย เพื่อนๆก็เลยกลายเป็นคนอารมณ์เสียไปด้วย

            ผู้เขียนก็เลยให้คำปรึกษา ไปว่า คนเราต่างก็มีปัญหาของตัวเอง อยู่พอสมควร หากเราจะเอาปัญหาของคนอื่นมาเป็นปัญหาของตัวเอง ก็จะยิ่งทำให้เราเกิดความทุกข์มากขึ้นอีก หากเรามองอีกมุมหนึ่งว่า การที่เพื่อนเป็นอย่างนั้น เพราะเขาควบคุมจิตใจเขาเองไม่ได้ ปล่อยให้กิเลสเข้ามาครอบงำจิตใจ และยังแสดงออกมาทางร่างกาย และยังทำให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนไปด้วย  จึงบอกเขาไปว่า การที่เรารู้จักปล่อยวาง และวางเฉยต่ออารมณ์ หรือสิ่งที่มากระทบใจเรา คือมีสติรู้ว่าอะไรดี ไม่ดี เมื่อนั้นเราเองก็จะมีความสุข แม้แต่ความทุกข์ของคนอื่นเราก็สามารถ ช่วยเขาได้หากเรามีสติ เมื่อเรามีสติ ปัญหาต่างๆเราก็สามารถแก้ไขได้

             ฉะนั้น การที่เรามีสติรู้ตลอดเวลา ทำให้เราเป็นผู้ที่ ไม่ประมาท ในการดำเนินชีวิต คิดแก้ปัญหาด้วยปัญญา อย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เท่านี้ก็เป็นเบื้องต้นของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน  เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้