พวกเราอาจจะสงสัยว่า ทำไมบางคนอ้วนยาก เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลท่านหนึ่งบอกว่า ท่านกินอะไรดูจะกลายเป็นน้ำมันไปหมด(อ้วนง่าย) ทำไมคนอื่น(บางคน)กินอะไรดูจะกลายเป็นน้ำไปหมด(อ้วนยาก)
เว็บไซต์ของโรงพยาบาลโฮลีครอส สหรัฐอเมริกากล่าวว่า “ทำไมบางคนอ้วนยาก” นั้นมีส่วนจริงอยู่เหมือนกัน เพราะอัตราการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงาน(เมทาโบลิซึม)ของคนเราต่างกัน
![]()
ปัจจัยที่ทำให้อัตราการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานของคนเราต่างกัน “ไม่มากนัก” ได้แก่ พันธุกรรม อุณหภูมิภายนอก เพศ อายุ ไข้ การตั้งครรภ์ การให้นมลูก และการมีประจำเดือน ปัจจัยเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นปัจจัยที่เราปรับเปลี่ยนไม่ได้
-
พันธุกรรม:
พันธุกรรมส่งผลให้คนเรามีรูปร่างต่างกัน(ใหญ่ กลาง หรือเล็ก) และมีอัตราการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานมากน้อยต่างกัน
![]()
- อุณหภูมิ:
อุณหภูมิภายนอกที่ร้อนจัดทำให้ร่างกายใช้พลังงานในการระบายความร้อนออกมากขึ้น เช่น ขับเหงื่อ หายใจแรงขึ้น ฯลฯ อุณหภูมิภายนอกที่เย็นจัดมีส่วนทำให้ร่างกายสร้างความร้อนมากขึ้น กล้ามเนื้อบางส่วนอาจจะสั่นเพื่อสร้างความร้อนมากขึ้น
![]()
- เพศ:
เพศชายมีอัตราการเผาผลาญอาหารสูงกว่าเพศหญิง
![]()
- อายุ:
คนที่อายุน้อยมีอัตราการเผาผลาญอาหารสูงกว่าคนที่อายุมาก
![]()
- ไข้:
คนที่เป็นไข้มีอัตราการเผาผลาญอาหารสูงกว่าคนทั่วไป
![]()
- การตั้งครรภ์, ให้นมลูก,
มีประจำเดือน:
การตั้งครรภ์ ให้นมลูก และมีประจำเดือนทำให้อัตราการเผาผลาญอาหารสูงกว่าคนทั่วไป
ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานมาก และเป็นปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนได้ (modifiable) มี 3 ปัจจัยได้แก่ มวลกล้ามเนื้อ การออกแรง และการงดอาหารเป็นบางมื้อ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดมี 2 ปัจจัยได้แก่ มวลกล้ามเนื้อ และการออกแรง
-
มวลกล้ามเนื้อ:
กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะที่มีอัตราการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานสูงตลอด 24 ชั่วโมง คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมากมีแนวโน้มจะเพิ่มน้ำหนัก(ไขมัน)ยากกว่าคนที่มีมวลไขมันมาก
การออกกำลังกายต้านแรง เช่น การยกน้ำหนัก ฯลฯ มีส่วนช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
-
การออกแรง:
การออกแรงในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินหรือขี่จักรยานแทนการใช้รถยนต์ การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ฯลฯ และการออกกำลังกายช่วยให้เราได้ใช้พลังงานมากขึ้น
นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยเพิ่ม หรือช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ(ไม่ให้ลดลงตามอายุที่มากขึ้น)
- การงดอาหารเป็นบางมื้อ:
การงดอาหารเป็นบางมื้อทำให้ร่างกายปรับตัวลดระดับการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานคล้ายกับภาวะการขาดอาหาร คนที่กินอาหารมื้อละน้อยๆ วันละหลายมื้อมีโอกาสอ้วนน้อยกว่าคนที่กินอาหารมื้อละมากๆ วันละน้อยมื้อ(หรือ 1 มื้อ)
มื้อที่ไม่ควรงดเลยคือมื้อเช้า เพราะช่วงเช้าเป็นช่วงที่ร่างกายขาดอาหาร และขาดน้ำติดต่อกันเป็นเวลานาน ถ้างดมื้อเช้าอีกจะทำให้อัตราการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานลดลง ทำให้อ้วนง่ายขึ้น...
แหล่งข้อมูล:
- ขอขอบคุณ > Health information: Does metabolism affect your weight? > http://holycrosshealth.netreturns.biz/HealthInfo/Story.aspx?StoryID=5B486AB7-807F-4DB7-A180-497379304699 > January 16, 2006.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง จัดทำ > ๑๗ มกราคม ๒๕๔๙.

เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้โดยวิธีการที่คุณหมอเขียนไว้ แต่โดยปกติดิฉันเองก็เป็นคนทีชอบเดินอยู่แล้ว เวลาไปติดต่องานหน่วยอื่น ชอบเดินขึ้นบันได ห้องน้ำชั้นล่างมีก็ไม่เข้า(มันสกปรก) ชอบเดินขึ้นไปเข้าข้างบน แล้วก็มื้อเช้าเป็นมื้อที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับดิฉัน ต้องกินข้าว หรือไม่ก็ก๋วยเตี๋ยว จะกินแค่กาแฟ ขนมปัง ปาท่องโก๋ นี่ไม่ได้เลย แต่ดิฉันก็ไม่อ้วนนะคะ เพื่อนร่วมงานยังอิจฉาเลยว่าทำไมกินแล้วไม่อ้วน
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ อาหารเช้าพอประมาณ บวกกับการใช้แรงในชีวิตประจำวันช่วยป้องกันโรคอ้วนได้ การขึ้นบันไดนใช้แรงค่อนข้างมาก มีลักษณะคล้ายการออกกำลังแบบต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก ฯลฯ ทำให้กล้ามเนื้อขาและลำตัวท่อนล่างแข็งแรง ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดี และมีความสุขความเจริญครับ…