จะทำองค์กรแห่งการเรียนรู้

ธนเดช
  การเป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” (Learning Organization) ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย และแต่ละฝ่ายจะต้องรู้บทบาทและหน้าที่ของตนเองเพื่อผลักดันให้กระบวนการเรียนรู้ดำเนินไปได้โดยไม่สะดุด  
จะทำ องค์กรแห่งการเรียนรู้ อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ                           การเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ต้องได้รับความ ร่วมมือจากทุกฝ่าย และแต่ละฝ่ายจะต้องรู้บทบาทและหน้าที่ของตนเองเพื่อผลักดันให้กระบวนการเรียนรู้ดำเนินไปได้โดยไม่สะดุด Key factors ที่จะเป็นกำลังสำคัญและ  ผลักดันให้โครงการประสบความสำเร็จมีดังนี้   1.  ผู้เรียน (Learner) 1.1)   ผู้เรียนมีใจที่อยากจะเรียนรู้และเต็มใจที่จะมาเรียน 1.2)   ผู้เรียนเป็นผู้เลือก Project ที่ตนเองสนใจมาเรียนรู้   ไม่ใช่ครูหรือองค์กรเป็น  ผู้กำหนด 1.3)   ผู้เรียนเป็นผู้ค้นหาความรู้ด้วยตนเอง โดยใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อในการเรียน  การสอนและจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา 1.4)   ผู้เรียนต้องรู้จักตนเอง  ต้องมีสติ   และต้องลดอัตตาให้ต่ำลง   2.  ผู้ชี้แนะ (Facilitator) 2.1)   สอนให้น้อยที่สุด  แต่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เองจากการทำ Project ให้มากที่สุด 2.2)   เป็นผู้คอยให้คำแนะนำให้ลองวิธีการต่าง ๆโดยไม่ให้คำตอบ  แต่จะเป็นผู้แนะ  ให้ผู้เรียนเป็นผู้ค้นหาความรู้ด้วยตนเอง  บางครั้งต้องใช้วิธีลองผิดลองถูก 2.3)   ต้องรู้เรื่องกระบวนการเรียนรู้อย่างดีจากประสบการณ์จริง  ไม่ใช่อ่านจากตำรา    และพร้อม ที่จะเรียนรู้ร่วมไปกับผู้เรียน 2.4)   ต้อง Evaluate ผลงานของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ (Reflection)   3.  องค์กร (Organization) 3.1)   ต้องให้โอกาสคนที่ต้องการจะเรียนรู้ 3.2)   ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้มากกว่าผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน 3.3)   ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องให้การสนับสนุน   และถ้าต้องการขยายผลเร็วก็  ต้องลงมาเรียนรู้ด้วยกันทั้งหมด 3.4)   องค์กรต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งทางด้าน Moral  / การเงิน  /  และสถานที่ ที่สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการเรียนรู้             3.5)  ต้องสร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข 3.6)  เมื่อผู้เรียนกลับเข้าไปทำงาน  ต้องส่งเสริมให้มีโอกาสนำความรู้ไปขยายผล 3.7)  องค์กรต้องมีกำลังพลเกินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อสามารถจัดให้พนักงานไปเรียนรู้ 3.8)  ต้องยอมรับว่าการพัฒนาคนต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง        4.  ระบบ (System) 4.1)   วิธีการต้องจัดให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมของแต่ละองค์กร   ซึ่งแตกต่างกัน 4.2)         การเรียนรู้ที่ดีต้องมีการทำ Reflection  คือ  นำเรื่องที่ได้เรียนรู้มาเล่าสู่กันฟังอย่าง   เปิดใจ (Show & Share)  ไม่อายกัน  ทั้งการลองผิดลองถูก  ตลอดจนปัญหาและ  อุปสรรคต่าง ๆ      ยิ่งทำบ่อยยิ่งดี 4.3)         กระบวนการเรียนรู้เป็น continuous process  ต้องใช้เวลา   รีบร้อนไม่ได้เพราะต้อง สั่งสมประสบการณ์แบบค่อยเป็นค่อยไป      Speed ใช้ไม่ได้กับเรื่องนี้ในระยะเริ่มแรก 4.4)   การวัดผลสำเร็จจะมี Degree ต่างกัน ขึ้นอยู่กับ Project ที่ทำ  และควรวัด         ความสามารถในการเรียนรู้มากกว่าเรื่องอื่น 4.5)   ทำ Project ให้มาก  สอนแต่น้อย    เอาเท่าที่จำเป็น    สอนเท่าที่ผู้เรียนต้องการจะรู้  ไม่ใช่สอนในเรื่องที่อาจารย์อยากสอน 4.6)    ต้องพยายามชี้ชวนให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นเข้าใจ และมาร่วมในขบวนการ    เรียนรู้กับผู้อยู่ในบังคับบัญชา     ....................................................             รวบรวมโดยนายสุรพันธ์  ปุสสเด็จ                  Edit  โดยนายพารณ  อิศรเสนา ณ อยุธยา 8  ตุลาคม  2545

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน C-Building

คำสำคัญ (Tags)#learning#constructionism#co-facilitator

หมายเลขบันทึก: 124448, เขียน: 02 Sep 2007 @ 17:35, แก้ไข, 27 May 2012 @ 09:05, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (0)