สะท้อน....การสะท้อน
Reflect Reflection
เราจะรู้ได้อย่างไรว่านักศึกษาเรียนรู้ ??? คำถามนี้จัดได้ว่าเป็นคำถามสำคัญของคนที่ทำหน้าที่สอนหนังสืออย่างเราๆ และยังเป็นคำถามชวนให้พวกเราปวดหัวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า เราจะหาวิธีประเมินผลได้อย่างสมเหตุสมผลจากไหน เราจะประเมินผลได้ถูกต้อง ยุติธรรมได้อย่างไร ครั้นพอเราประเมินไปแล้วผลที่ได้จากการประเมิน ก็ยิ่งทำให้ทั้งคนเรียนและคนสอนปวดหัวไปตามๆกันว่า ทำไมนักเรียนของเราถึงไมสัมฤทธิผลการเรียนรู้ในสิ่งที่เราอยากให้เขารู้ นักเรียนเองก็คับข้องใจ บ้างก็รู้สึกว่าทำไมเราช่างโง่เขลาเช่นนี้ บ้างก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกประเมินในสิ่งที่เขาควรรู้ หรือที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ นักเรียนได้คะแนนออกมาดีเยี่ยม แต่แทบจะจำไม่ได้เลยทันทีที่ออกห้องสอบมา ความรู้ที่หลงเหลืออยู่จริงๆคืออะไร เพราะจำมาเพื่อสอบให้ผ่านเท่านั้น
การให้นักศึกษา reflect หรือ สะท้อนออกมาว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรจากบทเรียนนั้นๆ เป็นวิธีหนึ่งที่นักการศึกษาใช้ประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน สำหรับตัวเองคิดว่า วิธีการประเมินโดยใช้ วิธี Reflection อยู่บนฐานความเชื่อที่ว่าผู้เรียนทุกคนมีความรู้ เป็นความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ได้ผ่านมา เป็นความรู้ที่อยู่ภายใน (Implicit Knowledge) ความรู้ของใครก็เป็นของคนนั้น และเมื่อเขาได้รับรู้ข้อมูลที่มาจากการสอนของอาจารย์ซึ่งจัดว่าเป็นความรู้ที่อยู่ภายนอก (Explicit Knowledge) การรับรู้ และการตีความต่อข้อมูลเหล่านั้น ย่อมถูกกำกับด้วยโลกทัศน์ของคนนั้น ข้อมูลที่รับเข้าไปเกิดการผสมผสานกับความรู้เดิมที่อยู่ด้านในก่อให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ขึ้น ดังนั้นจะเห็นว่าความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่นั้นก็เป็นของเจ้าของความรู้นั้นนั่นเอง นักศึกษาสองคน ฟัง lecture เรื่องเดียวกัน แต่อาจจะเกิดการเรียนรู้ในแง่มุมที่ต่างกันก็เป็นได้
เมื่อเข้าใจอย่างนี้แล้ว การใช้วิธี reflection จัดได้ว่า เป็นการให้โอกาสแก่นักศึกษาได้ลองสะท้อนออกมาว่า จากบทเรียนนั้นๆ เขาได้เรียนรู้อะไร โดยอาจารย์ ต้องเปิดใจรับฟัง รับฟังจริงๆโดยไม่ไปตัดสินว่าเขารู้มากหรือรู้น้อย โง่หรือฉลาด รู้อย่างที่เราอยากจะให้รู้หรือไม่ อาจารย์ต้องไม่เปรียบเทียบว่าเขารู้มากหรือน้อยกว่าคนอื่น
หลายครั้งที่ได้ลองใช้วิธี reflection นี้กับนักศึกษา นอกจากจะช่วยให้นักศึกษาเกิดความมั่นใจกับการเรียนแล้ว ยังทำให้อาจารย์ เกิดมุมมองด้านบวกต่อการประเมินผลอีกด้วย นั่นคือ แทนที่เราจะออกแบบเครื่องมือ ที่เรียกว่า ข้อสอบ เพื่อจะนำมาตรวจวัดว่านักศึกษารู้อะไร มากแค่ไหน(ตามที่อาจารย์อยากให้รู้) การใช้ reflection เป็นการประเมินผลโดยอาจารย์ไม่ตั้งความคาดหวังว่าผู้เรียนจะต้องเรียนรู้อะไรบ้าง แต่เป็นการยอมเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้อะไรก็ได้ที่น่าจะเกิดขึ้นต่อบทเรียนนั้นๆที่นอกเหนือความคาดหวังของคนสอน
หลายต่อหลายครั้ง ที่ได้ลองใช้วิธีนี้กับนักศึกษา ให้เขาได้ลองสะท้อนออกมาว่า เขาได้เรียนรู้อะไรบ้าง พบว่านอกจากเนื้อหาวิชาที่เขาได้เก็บเกี่ยวไป มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน สิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ การเรียนรู้ที่นอกเหนือไปจากบทเรียน อาทิ การได้รู้จักตัวเอง การรู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น การจะเป็นทันตแพทย์ที่ดี
Reflection เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เป้าหมายของการศึกษาไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การมีความสามารถไปประกอบอาชีพเท่านั้น แต่การศึกษาต้องนำไปสู่การรู้จักตัวเองด้วย แม้ว่า reflection ไม่สามารถจะเป็นคำตอบของการประเมินผลที่ต้องการ การผ่านเกณฑ์มาตรฐานของการเรียนรู้ ที่ถูกกำหนดในหลักสูตร หรือไม่สามารถนำไปแยกแยะ หรือ grading ผู้เรียนได้ แต่วิธีการนี้ ก็ช่วยให้อาจารย์เห็นภาพของประเมินผลเพื่อการพัฒนานักศึกษาได้ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่ประเมินผลเพื่อการตัดสินเพียงอย่างเดียว
มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า สำหรับนักเลี้ยงบอนไซ เขาจะคอยเฝ้าดูการเจริญเติบโตของแต่ละกิ่ง แต่ละ ก้าน แต่ละใบของบอนไซ เขาจะทะนุถนอม ประคับประคอง ตบแต่งให้บอนไซมีรูปร่าง รูปทรงที่สวยงาม เขาสามารถสังเกตได้แม้กระทั่งว่าใน แต่ละวันมีส่วนไหนของต้นงอกเพิ่มออกมาบ้าง คนทำหน้าที่ครูก็เช่นกัน หากครูละเอียดอ่อนพอที่จะมองเห็นการงอกเพิ่มของความรู้ของนักเรียน แม้เพียงน้อยนิด หากครูละเอียดอ่อนพอที่จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวผู้เรียนในแต่ละวัน เชื่อว่าครูก็จะสามารถประคับประคองให้นักเรียนของตนได้เติบใหญ่ทางความคิดต่อไป
ขอบคุณนะคะพี่อ้อ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้
แต่มันยากจัง เพราะโดยธรรมชาติของนิสิตมักไม่คุ้นเคยกับการตอบที่มันนอกกรอบออกไปจากองค์ความรู้ทางวิชาการ หรือไม่กล้าที่จะการตอบคำตอบที่มันแตกต่างออกไปจากเพื่อน หรือบางทีเขาอาจจะคิดว่าตอบออกมาแล้วจะไม่ปลอดภัย (จากทั้งคำพูดและสายตาของอาจารย์)
อย่างนี้คนเป็นอาจารย์ควรทำอย่างไรคะ
ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาเยี่ยม ทำให้รู้สึกว่าเราจะได้คุยกันมากขึ้นกว่าเดิม....นึกถึงวันเก่าๆ ดีจัง
จากคำถามว่าอาจารย์ต้องทำอย่างไร
ก็คงต้องบอกว่า ต้องเป็นอาจารย์ผู้เกื้อหนุน และกรุณาค่ะ อาจารย์ควรจะให้พื้นที่ (space) แก่นักศึกษา ไม่เพียงแต่พื้นที่ทางกายภาพ หากแต่เป็นพื้นที่ในมิติอื่นๆอีกด้วย ที่สำคัญพื้นที่นั้นต้องเป็นพื้นที่ที่นักศึกษารู้สึกปลอดภัย วางใจอาจารย์ เมื่อเขารู้สึกได้ เขาก็จะค่อยๆเผยตัวออกมาสู่พื้นที่ของการเรียนรู้ร่วมกันค่ะ
บันทึกล่าสุดที่เขียน เรื่องของการสะท้อน น่าจะเป็นตัวอย่างที่พี่พยายามสร้างพื้นที่การประเมินผลที่ไม่ตัดสินว่า เขาถูกหรือผิด สอบผ่านหรือสอบตก แต่เป็นการประเมินผลอย่างกรุณา เพราะทุกคนผ่านหมด ขอให้ส่งการบ้านละกัน และมีกติกาว่า ไม่ว่าจะเขียนดีหรือไม่ดี พี่จะให้ feedback เพราะฉะนั้น คะแนนมีแต่เพิ่มกับเพิ่ม ไม่มีลดค่ะ
การเขียน reflection เป็นการบ้านที่นักเรียนอย่างมัทชอบที่สุดเลยค่ะ จะนำกลับไปให้นักศึกษาลองคิดลองเขียนดูแน่นอน : )
"[นักเลี้ยงบอนไซ]สามารถสังเกตได้แม้กระทั่งว่าใน แต่ละวันมีส่วนไหนของต้นงอกเพิ่มออกมาบ้าง คนทำหน้าที่ครูก็เช่นกัน หากครูละเอียดอ่อนพอที่จะมองเห็นการงอกเพิ่มของความรู้ของนักเรียน แม้เพียงน้อยนิด"
ดีจังค่ะ