การให้ทานแก่บุคคลย่อมมีผลบุญแตกต่างกัน

  การทำคุณงามความดีทุกครั้ง เช่นการได้ช่วยเหลือคน การได้ทำประโยชน์ส่วนรวม  

การให้ทานแก่บุคคลย่อมมีผลบุญแตกต่างกัน

       ให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ ย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระพุทธเจ้าองค์เดียว

        ให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ ย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ในสถานภาพปกติ

        ให้ในพระพุทธเจ้า ย่อมมีผลมากกว่าให้พระพุทธเจ้าพระองค์เดียว

         ให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ ย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ในสถานภาพปกติ

         ให้ในพระพุทธเจ้า ย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระอรหันต์

         ให้ในพระอรหันต์ ย่อมมีผลเหนือกว่าให้ในพระอนาคมี

         ให้ในพระสกทาคามี ย่อมมีผลมากกว่าให้พระสกทาคามี

         ให้ในพระโสดาบัน ย่อมมีผลมากกว่าให้แก่ผู้ทรงฌาณ

         ให้ในผู้ทรงฌาณ ย่อมเหนือกว่าให้พระผู้ประพฤติศีลตามปกติ

         ให้ในผู้มีศีล ย่อมมากกว่าให้ผู้ไม่มีศีล

         ให้ในคน ย่อมมากกกว่าให้ในสัตว์

         ให้ในสัตว์ที่มีคุณย่อมเกิดผลมากกว่าให้แก่สัตว์ที่ไม่มีคุณ และแม้แต่ให้อาหารแก่มด ปลวกก็ยังเกิดบุญกุศล ดังนี้น ชื่อว่าการให้ย่อมเกิดบุญกุศลทั้งสิ้น แตมากน้อยต่างกัน เงิน 1 บาท ถวายพระอรหันต์มีผมากมายนับไม่ได้แต่ให้ภิกษุผู้ทรงศีลมีผลน้อย นี่คือความแตกต่างของนาบุญ ถ้ารู้จักเลือกให้เลือกเถิด ถ้าเลือกไม่ได้ก็ให้ถวายในสงฆ์รวมก็มีอานิสงส์มาก

         เมื่อตั้งใจรักษาศีล ก็ย่อมเกิดบุญกุศลขึ้นทุกครั้งที่ระลึกถึงศีลตัวเองรักษาดีแล้วไม่ต่างพร้อย ก็อธิษฐานส่งบุญได้ว่า "บุญที่ข้าพเจ้าได้รักษาศีลนี้ขอมอบแก่....."ดุจที่กล่าวมาในการนั้นแล

         ก่อนนั่งภาวนาทุกครั้ง ให้เริ่มคิดดังนี้ "ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงดลบันดาลบุญที่ข้าพเจ้ากำลังจะภาวนาเวลานี้ จงสำเร็จแก่ผู้ต้องการบุญ ผู้ใดคิดอยากได้ขอให้บุญภาวนาที่กำลังจะทำนี้เป็นของท่านตามปรารถนา" หรือ เราจะให้ใครก็ได้ให้อธิษฐานเอาเอง แล้วก็เริ่มภาวนาได้เลยหลังจากเลิกภาวนาก็ให้อุทิศบุญนี้ไปอีกครั้งนี้

         หมายเหตุ บุญที่ภาวนาที่กำลังแรง พวกภูตผีชั้นต่ำมักรับไม่ค่อยได้จึงต้องเปิดจ่ายไว้ก่อนทำ เขาจะได้รรับตามความสามารถของตนเอง ถ้าภาวนาแล้วจึงให้ก็เปรียบเสมือนเราเปิดน้ำจากท่อดับเพลิงแล้วให้เขาเอาภาชนะมาตวงเขาจะรับไม่ได้ เนื่องจากฐานจิตของเขาไม่แข็งแรงพอ ถ้าเราอธิษฐานเปิดไว้ก่อนก็เหมือนก๊อกน้ำออกค่อย ๆ ใครมีภาชนะน้อยก็เอามาตวงได้ แต่สำหรับเทวดาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ท่านสามารถรับบุญใหญ่หลังภาวนาได้ เปรียบเสมือนท่านมีโอ่งมีถึงขนาดใหญ่สำหรับรองรับน้ำพุ่งจากท่อดับเพลิงนั่นเอง

     การทำคุณงามความดีทุกครั้ง เช่นการได้ช่วยเหลือคน การได้ทำประโยชน์ส่วนรวม ย่อมก่อให้เกิดความปีติใจ นั่นแหละคือบุญให้รีบส่งบุญถึงที่ผู้เราต้องการให้บุญทันที

       ส่งบุญเก่าที่ทำไว้แล้ว บุญที่เราทำไว้มีมากมายที่สะสมอยู่ในสรวงสวรรค์ทั้งที่ทำไว้ในอดีตชาติในชาตินี้ เราสามารถเบิกบุญนั้นมาแจกจ่าย อุทิศให้แก่ผู้ที่อยู่ในโลกวิญญาณได้ เหมือนเรามีเงินเก็บในธนาคารเราก็ อาศัพยบัตรเอทีเอ็ม กดเงินออกมาใช้จ่ายได้ การเบิกบุญนั้นต้องอาศัยอำนาจพระรัตนตรัยคือให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า "ด้วยอำนาจของพระพุทธเจ้า ด้วยอำนาจพระธรรม ด้วยอำนาจของพระสงฆ์ จงบับดาลให้บูญของข้าพเจ้า ถึงแก่..." จะให้ใครก็คิดเอาเองการเบิกบุญแจกจ่ายนี้สามารถให้ได้ทุกเวลาเมื่อระลึกขึ้นได้ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม อุจจาระ ปัสสาวะ แม้กำลังร่วมเพศก็สามารถอธิษฐานส่งบุญได้ แม้กระทั่งสามีภรรยากำลังร่วมเพศกัน เกิดความสุขความพอใจในขณะนั้น ก็สามารถส่งบุญคือความสุขนั้น ให้แก่ญาติทิพย์ได้

         คนในศาสนาไหนก็ส่งบุญได้ ไม่ว่า คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิก ล้วนมี วิธีสร้างกุศลผลบุญสะสมคุณงามคามดีด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อเกิดบุญกุศลขึ้น สามารถส่งถึงผู้อยู่ในโลทิพย์ได้ด้วยวิธีเดียวกันถึงเช่นกันก่อผลลัพธ์แบบเดียวกัน พุทธศาสนาต่างจากศาสนาอื่นตรงที่มีจุดสุดยอดของการหลุดพ้นจากทุกข์ คือ นิพพาน มีแนวทางปฏิบัติเพื่อเข้าสู่จุดนั้นโดยเฉพาะ มีคำสอนเต็มไปด้วยเหตุผลและสามารถพิสูจน์ได้แบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งศาสนาอื่นไม่มี ส่วนการทำคุณงามความดีนั้นถึงแม้จะมีแนวทางแตกต่างกันก็ดีเพียงปลีกย่อยเท่านั้นไม่เป็นที่ขัดแย้งกัน

ที่มา : (พระอาจารย์เกษม อาจิณณสีโล.  คำสอนการอุทิศบุญที่ได้ผล. หน้า 11-13)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้น

คำสำคัญ (Tags)#การให้ทาน

หมายเลขบันทึก: 118363, เขียน: 09 Aug 2007 @ 15:47, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:50, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

สาธุ

การเป็นผู้รับที่ดีต้องเป็นผู้ให้ที่ดีก่อนครับ