เราทำงานในโรงเรียนภาษาและภูมิปัญญาตะวันออกหรือเรียกย่อๆว่า OKLS ตำแหน่งเจ้าหน้าที่แนะนำหลักสูตร ขายคอร์สเรียน ดูแลรับผิดชอบสาขา ดูแลนักเรียนในสาขา งานหลักๆของเราส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับนักเรียน มาถึงตรงนี้หลายคนคงคิดแล้วหละว่าเราไปทำอะไรที่สถานทูต
โรงเรียนเราสอนภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น นอกจากจะสอนในสถาบันแล้วยังมีจัดกิจกรรมทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน ณ. ประเทศจีนด้วยน๊า เริ่มรู้รึยังว่าเราไปทำอะไรที่สถานทูต ใช่แล้ว เราได้รับหน้าที่ให้เป็นคนดำเนินการขอวีซ่าให้น้องๆที่ไปทัศนศึกษากับสถาบันของเรา ตอนแรกที่ทำความรู้สึกแรกไง๊เป็นหน้าที่เรา โห..ต้องไปถึงสถานทูตเลยเหรอ จะยื่นเอกสารตรงไหน เขียนคำร้องขอยังไง (ใบคำขอก็มีแต่ภาษาอังกฤษกับภาษาจีน เก่งทั้ง 2 ภาษาเลยเรา) แถมยังไปขอทีเป็นหมู่คณะ ถ้าทำผิด ขอผิดทำไง คิดๆไปสารพัด
แต่สุดท้ายประสบการณ์ครั้งแรกในการดำเนินการขอวีซ่าที่สถานฑูตจีนก็เกิดขึ้น วันแรกเราก้อเดินทางไปขอใบคำร้องขอวีซ่า ด้วยการเดินเท้าเพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน ขอเสร็จก็เอากลับมากรอกรายละเอียดต่างๆของน้องๆต้องกรอกให้ครบถ้วน แต่สำหรับครั้งแรกเรากรอกได้เฉพาะที่แปลออก ผลก็คือโดนให้กลับมากรอกใหม่อุตสาห์นั่งรอคิวเกือบครึ่งชั่วโมง โดนให้ไปกดบัตรคิดพร้อมกับต้องกรอกให้เรียบร้อย ด้วยความที่เราเป็นคนรอบคอบ ก็ดันลืมถือปากกาติดมือไปด้วย จะยืมคนข้างๆก็เกรงใจ แต่ไม่ต้องตกใจในสถานฑูตมีบริการขายปากกาให้ท่านด้วยค่ะ ด้ามละ 10 บาท เป็นไงหละด้วยความเป็นคนรอบคอบ พกเงินไปด้วย ก็ซื้อซะ ก็กรอกนั่งรอเรียกคิวอีกประมาณ 10 นาที ถึงคิวซะที ก็ยื่นเอกสารต่างๆให้เจ้าหน้าที่ สักพักเจ้าหน้าที่ก็ยื่นบัตรกลับมาให้ 1 ใบ โดยไม่พูดอะไรเลย ก็คิดในใจ ไม่ต้องจ่ายเงินหรอ ก้อเลยถามกลับไปเจ้าหน้าที่ก็ตอบผ่านแผ่นกระจกใสๆที่กั้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับเราว่า ไว้จ่ายวันมารับตามใบที่ให้ไป อ่อ (แล้วเรากดเงินมาทำไมวะวันนี้ เยอะเชียว) เราขอวีซ่าแบบไม่รีบก็ 3 วันได้ พอถึงวันที่ต้องไปรับพาสปอต์ด้วยเราก็ไปเลย บ่ายโมง อ้าว...ปิดพักเที่ยง เปิดบ่าย 2 อ๊ะ ยืนรอได้ ถึงเวลาเปิดยืนต่อคิวรับ เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าของคุณต้องรับตอนเช้านะค่ะ แป่ววววว เห็นไหมค่ะว่าเราเป็นคนรอบคอบ บัตรที่เค้ายื่นให้ก็ไม่ดูเลยว่ามันมีเวลารับ ทำอะไรไม่ได้ก็เดินกลับมาโรงเรียน รอพรุ่งนี้เช้าค่อยไปรับใหม่ วันรุ่งขึ้นก็ไปเอาแต่เช้าสุดท้ายเราก็ได้พาสปอต์ของน้องๆกลับมาพร้อมวีซ่า ประสบการณ์ครั้งนี้เราเดินเข้า-ออกสถานทูตตั้งแต่เริ่ม ทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 6 ครั้งไป-กลับ คิดในใจไม่เห็นยากเลย เพียงแค่ทำตามกระบวนการขั้นตอนที่เค้ากำหนด
ถึงตอนนี้การไปสถานฑูตจีนเผื่อขอวีซ่าให้กับน้องๆที่เดินทางไปทัศนศึกษากับโรงเรียนเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับเราแหละ ต่างจากความคิดครั้งแรกที่ว่ายุ่งยาก แถมยังเพิ่มประสบการณ์ให้กับเราอีกต่างหาก อย่าคิดว่าทุกอย่างเป็นเรื่องยากถ้ายังไม่ลองทำนะค่ะ
ปล. เอกสารในการขอวีซ่าไปจีน
1. รูปถ่าย 1นิ้ว 1ใบ
2.พลาสปอต์ตัวจริง
3.ค่าทำวีซ่า แบบปกติ 3 วันได้ 1000/คน
หรือแค่ไปทัศนศึกษากับโอเคแอลเอส เราจัดการให้คุณได้ทุกอย่างนะค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ลี้นำมาแบ่งปันนะจ๊ะ..จะนำไปใช้ให้เปนประโยชน์(หากมีโอกาสจ้า)
ปล.วันหน้าหัดพกปากกาติดกระเป๋ามั่งนะ555+++
ป๋าก็เคยไปทำวีซ่าเหมือนกันที่สถานฑูตจีนนี่แหละ แต่นานมากจนลืมขั้นตอนแล้วว่าต้องทำยังไง ต้องเตรียมอะไรไป(ปกติไม่ค่อยขยันจด กำลังเปลี่ยนนิสัยอยู่)
มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ต้องไปทำวีซ่าจ่ะ
ได้ทำเรื่องที่ไม่เคยทำก็ตื่นเต้นดีนะ การออกจากกรอบความเคยชินทำให้สมองแล่น ฮอร์โมนหลั่ง เป็นการกระตุ้นสมองและพัฒนาศักยภาพของตัวได้จ่ะ
ทีหลังมาซื้อปากกากะขาว.. ขาย 9 บาทพอ!!