จากนโยบายของท่านคณบดีที่สนับสนุนให้คณะฯมีกิจกรรม KM เกิดขึ้น ทั้ง KM ที่เป็นแบบธรรมชาติและที่เป็นแบบทางการ

 CoP “Pain the 5th Vital Sign” เป็นการเริ่มต้นที่ค่อนข้างจะเป็นทางการโดยพยายามเน้นความสำคัญในการประเมินและบันทึกความปวดให้เห็นเป็นรูปธรรม มากขึ้น แต่อันที่จริงแล้วในการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการปวดนั้น พยาบาลหอผู้ป่วยแต่ละหอได้มีการประเมินและบันทึกความปวดอยู่แล้วเพียงแต่มีการปฏิบัติที่ยังไม่เหมือนกันและการบันทึกยังไม่ชัดเจนเท่านั้น หากมีการทำความเข้าใจให้ตรงกันแล้วก็จะกิจกรรมนี้ก็จะเป็น KM แบบธรรมชาติต่อไปได้

 
จากการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา มีข้อสังเกตบางประเด็นที่อยากจะนำมาแลกเปลี่ยน คือ

 
1.     การเริ่มกิจกรรม KM เป็นกลุ่มแรกๆ ของหน่วยงาน โดยที่มีสมาชิกกลุ่มจำนวนมาก (เพราะมีหอผู้ป่วยมาก) และยังไม่ค่อยเข้าใจหลักการของ KM จึงทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิกกลุ่มมีน้อย ไม่ค่อยกล้าแสดงออก รวมทั้งบรรยากาศที่เป็นทางการมากเกินไปในระหว่างการแลกเปลี่ยนเพราะใช้ห้องประชุมใหญ่ที่เหมือนการประชุมทั่วๆ ไป
2.     การแลกเปลี่ยนในบล็อกมีน้อย อาจเป็นเพราะในระหว่างเวลาทำงานนั้น พยาบาลไม่ค่อยมีเวลาหรือไม่มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนในบล็อก หรือไม่ค่อยให้ความสนในเรื่องการแลกเปลี่ยนในบล็อก อย่างไรก็ตามเท่าที่สังเกตพบว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ชอบที่จะอ่านมากกว่าที่จะเขียนอะไรลงไปในบล็อก การสื่อสารผ่านบล็อกจึงได้ประโยชน์ไม่เต็มที่เท่าควร
3.     ความยั่งยืนของ CoP และความยั่งยืนของการประเมินและบันทึกความปวดที่หอผู้ป่วย จากการสอบถามสมาชิกกลุ่ม 17 ใน 29 หอ ส่วนใหญ่คิดว่าจะสามารถยั่งยืนได้ โดยอาจต้องมีการกระตุ้นหรือส่งเสริมเป็นระยะ ดังนั้นทางฝ่ายการพยาบาลซึ่งกำลังดำเนินการเรื่องการประเมินคุณภาพการบันทึกทางการพยาบาลอยู่แล้ว จึงได้รับที่จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปด้วย เป็นการเสริมพลังของ KM ที่เป็นแบบธรรมชาติและ KM ที่เป็นแบบทางการ ซึ่งจะช่วยให้การประเมินและบันทึกความปวดที่หอผู้ป่วยของ ร.พ.ศรีนครินทร์ เป็นสิ่งที่ยั่งยืนต่อไป
4.     การสนับสนุนกิจกรรมของคณะกรรมการ KM ของคณะฯ ควรให้ความรู้เรื่อง KM ให้บุคลากรได้เข้าใจพื้นฐานของ KM มากขึ้น จะช่วยให้สมาชิกเข้าใจหลักการของตัวช่วยเกี่ยวกับ KM ด้วย เช่น การเล่าเรื่อง การฟังอย่างตั้งใจ BAR, AAR ฯลฯ

จากข้อสังเกตนี้น่าจะช่วยให้กิจกรรม KM ของคณะมีความน่าสนใจ และมีพลังในการขับเคลื่อนต่อไปได้