สังคมยุคนี้เป็นสังคมค่านิยมหลังสมัยใหม่ที่เชื่อว่าไม่มีความดีงามหรือความเลวทรามสมบูรณ์
ศิลปะเป็นการถ่ายทอดความรู้สึก/ประทับใจของคนผ่านสื่อ เช่น วรรณกรรม ภาพถ่าย   ภาพวาด ดนตรี ฯลฯ
ความเป็นศิลปะวัดกันที่พลังในการถ่ายทอดความรู้สึก/ประทับใจ
ถ้าคนรับสื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึก/ประทับใจนั้นมากก็ถือว่า
มีความเป็นศิลปะมาก
นอกจากนี้ก็มีศิลปะที่ดีกับศิลปะที่เลว
ศิลปะที่ดีคือ
การถ่ายทอดความรู้สึก/ประทับใจที่เป็นการรวมมนุษย์และสรรพสิ่ง  เข้าด้วยกันด้วยความรักความเข้าใจ
ทำให้เกิดความปิติ อิ่มเอิบใจ เกิดอิสระภาพทางจิตใจ

ศิลปะที่เลวก็ตรงกันข้าม
เนื้อหาโดยสรุปข้างต้น ผมเก็บความจากความทรงจำในการอ่าน
งานเขียน what is art ? ของตอลสตอยเมื่อกว่า10ปีมาแล้ว
ความสามารถในการวาด การเขียน  ดนตรี เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะที่เป็นเทคนิค
หัวใจของศิลปะคือ ความรู้สึก/ประทับใจของมนุษย์ในเรื่องราวใดๆที่สื่อให้คนอื่นๆรับรู้
การวาดภาพเหมือนจึงไม่ใช่งานศิลปะตามนิยามของตอลสตอย
คนที่จะสร้างงานศิลปะที่ดีนอกจากจะมีความสามารถทางเทคนิคแล้ว
ก็ต้องมีความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกส่วนลึกของความเป็นมนุษย์
ในตัวเองที่มีทั้งดีเลิศประเสริฐศรี และเลวระยำตำบอน

ถ้าเขายกย่องสิ่งดี และประนามสิ่งเลวสอดคล้องกับสามัญสำนึกของมนุษย์ก็เป็นศิลปะที่ดี
ถ้าเขาสลับข้างหรือมั่วๆ ยกย่องในสิ่งที่ควรประนามจนกลายเป็นค่านิยมมายาที่ปิดบังสำนึกส่วนลึกของมนุษย์ซึ่งตอลสตอยเชื่อว่าสามารถรับรู้ได้ในความดีงามและเลวทรามทั้งปวง ก็เป็นศิลปะที่เลว
แต่สังคมยุคนี้เป็นสังคมค่านิยมหลังสมัยใหม่ที่เชื่อว่าไม่มีความดีงามหรือความเลวทรามสมบูรณ์
อยู่ที่การให้คุณค่าของกลุ่มคนที่แตกต่างกัน สรุปคือ
ใครใคร่ทำอะไร ก็ทำกันไป ไม่มีอะไรที่เป็นแก่นสารแน่แท้ของชีวิต
ก็ถูกต้องตามกรอบคิดนี้
เพราะคนที่อยู่ในกรอบคิดนี้ ก็ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารอย่างนั้นจริงๆ