พรธรรมนำชีวิต

จากหนังสือ ส.ค.ส.2548 พัฒนาชีวิตใหม่ให้ถูกต้อง โดยพระพรหมมังคลาจารย์(ปัญญานันทภิกขุ)

          - เราเป็นมนุษย์ ต้องเป็นผู้มีใจสูง สูงด้วยคุณธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนจิตใจ จิตของบุคคลใดมีความละอายบาป มีความกลัวบาป มีความอดทน มีความสงบเสงี่ยม ผู้น้ำชื่อว่ายกฐานะขึ้นสู่ความเป็นมนุษย์ มีใจสูงพ้นจากความชั่วร้ายเหมือนดอกบัวที่โผล่พ้นน้ำ

         -น้ำสกปรก โคลนสกปรก แต่ดอกบัวไม่เปื้อนด้วยน้ำเหล่านั้น ดอกบัวเป็นดอกไม้สะอาด เราจึงเก็บไปบูชาพระ ชีวิตของพระพุทธองค์นั้นสะอาดปราศจากสิ่งเศร้าหมอง เราก็ต้องเป็นอยู่อย่างสะอาด

        - ชาวโลกชอบแต่งกายให้สูงค่าด้วยอาภรณ์ต่าง ๆ แต่ถ้าไม่มีการแต่งใจให้สูงขึ้นด้วยแล้ว เขาก็เป็นเช่นลิงที่ถูกจับมาประดับด้วยเครื่องทรงเท่านั้น แต่งสักเท่าใด ๆ ความเป็นลิงก็คงอยู่เสมอ ฉะนั้น จงทำตนให้ดีกว่าลิงหน่อย โดยเพิ่มการแต่งใจเข้าไปอีกอย่างหนึ่ง

         -ธรรมะเป็นอาภรณ์ของใจ ทำใจให้ดีงามสมส่วน ขาดธรรมะแล้วก็หมดคุณค่ากันเท่านั้น

         -ราคาของคนมิได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทอง หรือเกียรติยศ ที่ชาวโลกยกย่องกัน แต่อยู่ที่ความเป็นผู้มีใจสูงเท่านั้น

         -จงเพิ่มราคาของท่าน ด้วยการยกใจของท่านให้สูงขึ้น ๆ ทุก ๆ วินาทีเถิด

         -จงเพาะนิสัย "ตื่นแต่เช้า ก้าวไปข้างหน้า ทำงานแข่งกับเวลา" เพื่อพัฒนาตนเองให้เจริญไว้เสมอเถิด

        -การทำงานตามหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิต เพราะ "งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน งานทำคนให้เป็นคนอย่างแท้จริง" คนจักมีค่ามีราคาก็เพราะการทำงาน

         -"ทำงานให้สุจริต" ควรเป็นคติประจำใจของทุกคนที่มีกิจจักต้องทำ เพราะงานที่สุจริตย่อมผลิตผลอันดีงามแก่ตนเสมอ ส่วนผู้ที่ทำงานไม่สุจริตย่อมพบความเดือดร้อนทั้งก่อนทำ-ทำอยู่-ทำแล้ว

         -โลกอยู่ได้ด้วยความรัก โลกถูกทำลายเพราะความเกลียดกัน เรามิได้เกิดมาเพื่อฆ่าทำลายกัน แต่เกิดมาเพื่อรักกัน ช่วยกันในทางที่ถูกที่ชอบ

         -โลกนี้จักสงบสุขได้ด้วยการรู้จักให้อภัยกัน เป็นทุกข์เดือดร้อนก็เพราะขาดการให้อภัยกัน

        - ความทุกข์เป็นบทเรียนที่ประเสริฐของชีวิต เละเป็นเหตุกระตุ้นเตือนให้ก้าวไปข้างหน้า พวกเราทั้งหลายจึงไม่ควรย่อท้อต่ออุปสรรค ควรเห็นว่าอุปสรรคเป็นเครื่องสร้างกำลังใจ และเป็นปากทางไปสู่ความสำเร็จในภายหลัง

         - ความสุขอยู่ที่ความพอดี ถ้าเกินไปมันก็เป็นทุกข์ ขาดไปก็เป็นทุกข์ ดังนั้นทำอะไรก็ให้ "พอดี พองาม"

         -พระพุทธเจ้าสอนว่า "ในกาลไหน ๆ เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร แต่เวรจะระงับด้วยการไม่จองเวร" ดังนั้น เลิกโกรธ เลิกเกลียด เลิกพยายาทกัน เลิกถือเขาถือเรา ให้ถือว่าทุกคนเกิดมาร่วมทุกข์กัน อยู่กันฉันพี่น้อง หันหน้าเข้าหากัน ก็อยู่กันสบายไม่มีปัญหาอะไร

         - จงชวนกันเดินตามทางที่พระพุทธองค์ชี้ไว้ให้เราเดิน และอย่าหยุด เดินต่อไปจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง คือ ความพ้นทุกข์สมความตั้งใจ