วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานการใช้ ICT เพื่อการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา และความคิดเห็นที่มีต่อเอกสารประกอบการอบรมพัฒนาทักษะการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน ของครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนต้นแบบ ICT เพื่อการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2548 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 2. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน ของครูผู้สอนคอมพิวเตอร์ และครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ในโรงเรียนต้นแบบ ICT เพื่อการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2548 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1
สรุปผลการวิจัย1. ผลการดำเนินงานการใช้ ICT เพื่อการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา ในโรงเรียนต้นแบบ ICT เพื่อการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2548 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 อยู่ในระดับการปฏิบัติมาก ค่าเฉลี่ย 3.42 เป็นไปตามเกณฑ์ที่พึงพอใจกำหนดไว้ สำหรับโรงเรียนที่มีโปรแกรมการบริหารงานด้วยระบบ ICT มีจำนวน 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนสองพิทยาคม และโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ ได้แก่โปรแกรม IT School , Linux TLE และ PHP, Linux Windows นอกนั้นใช้โปรแกรมพื้นฐานที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 กำหนดให้ 2. ความคิดเห็นที่มีต่อเอกสารประกอบการอบรมพัฒนาทักษะการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน ของครูผู้สอนคอมพิวเตอร์และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี อยู่ในระดับการปฏิบัติมาก 6 ด้าน ค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.43 – 3.84 เป็นไปตามเกณฑ์ที่พึงพอใจกำหนดไว้ และอยู่ในระดับการปฏิบัติปานกลาง 1 ด้าน ค่าเฉลี่ย 3.27 สำหรับการนำโปรแกรมที่ผ่านการอบรมแล้ว ไปใช้จัดการเรียนการสอนและในการผลิตสื่อการสอนนั้น ปรากฎว่ ครูผู้สอนาสามารถผลิตได้จำนวน 25 เรื่อง ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่แต่ละคนทำการสอนอยู่ 3. ความคิดเห็นของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน ของครูผู้สอนคอมพิวเตอร์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี อยู่ในระดับการปฏิบัติมาก ค่าเฉลี่ย 3.93 เป็นไปตามเกณฑ์ที่พึงพอใจกำหนดไว้ 4. ความคิดเห็นของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน ของครูผู้สอนคอมพิวเตอร์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี อยู่ในระดับการปฏิบัติมาก ค่าเฉลี่ย 3.70 เป็นไปตามเกณฑ์ที่พึงพอใจกำหนดไว้ 5. ความคิดเห็นของนักเรียนทั้ง 2 ระดับชั้น ที่มีต่อการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอนของครูผู้สอน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับการปฏิบัติมากเช่นเดียวกัน ค่าเฉลี่ย 3.85 เป็นไปตามเกณฑ์ที่พึงพอใจกำหนดไว้ สำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติมของนักเรียนเกี่ยวกับการผลิตและใช้สื่อเพื่อการเรียนการสอนของครูผู้สอนนั้น อยู่ในระดับดีร้อยละ 65 และดีมากร้อยละ 35 ของนักเรียนที่แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมทั้ง 2 ระดับชั้น อภิปรายผล 1. การที่ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถดำเนินการบริหารจัดการด้วยระบบ ICT อยู่ในระดับการปฏิบัติมาก เมื่อเทียบกับผลการประเมินตนเองในปีการศึกษา 2547มีผลการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้เพราะว่าการกำหนดนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด มีส่วนส่งเสริมให้โรงเรียนในสังกัดทุกโรง ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ เพื่อสร้างความโปร่งใส เป็นธรรมและสามารถตรวจสอบได้ จากผู้รับบริการทางการศึกษาหรือจากผู้มีส่วนได้เสียจากการรับบริการทางการศึกษาของโรงเรียน และผู้บริหารสถานศึกษาได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน นอกจากนี้ครูผู้สอนที่รับผิดชอบด้าน ICT ของโรงเรียน ได้พยายามผลักดันให้มีโครงการพัฒนาด้าน ICT ของโรงเรียน โดยร่วมกับกลุ่มงานส่งเสริม พัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 โดยการจัดอบรมพัฒนาทักษะด้านการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอนแก่ครูผู้สอนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป้าหมายสูงสุดของโครงการโรงเรียนต้นแบบด้าน ICT เพื่อการเรียนรู้ ในการด้านการบริหารงานจัดการ คือ ทุกโรงเรียนต้องจัดหาและใช้โปรแกรมการบริหารจัดการด้วยระบบ ICT โดยมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ซึ่งผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาส่วนใหญ่มีทักษะด้านการใช้คอมพิวเตอร์ อยู่ในระดับเบื้องต้นและปานกลางเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้าผู้บริหารสถานศึกษาไม่เห็นความสำคัญในการใช้ระบบ ICT เพื่อการบริหารจัดการจะประสบความสำเร็จยากยิ่งขึ้น และยังพบว่า รายการประเมินที่โรงเรียนยังไม่สามารถปฏิบัติได้เป็นลำดับต้น ๆ มากที่สุด คือ การจัดหาซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์สำหรับใช้งาน ทั้งนี้เพราะว่าซอฟต์แวร์แต่ละชิ้นมีราคาสูง โรงเรียนไม่มีงบประมาณที่จะดำเนินการได้ ประกอบกับระเบียบว่าด้วยการเงินและพัสดุยังเปิดโอกาสให้โรงเรียนปฏิบัติได้ ทางออกที่เหมาะสมคือให้หน่วยงานต้นสังกัดจัดซื้อหรือจัดหาให้ แล้วขยายผลไปสู่การปฏิบัติในระดับโรงเรียนเหมือนกับโปรแกรมพื้นฐานทั่ว ๆ ไป 2. การที่ครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อเอกสารประกอบการอบรมพัฒนาทักษะการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน อยู่ในระดับการปฏิบัติมากทั้ง 6 ด้าน และในระดับการปฏิบัติปานกลาง 1 ด้าน สืบเนื่องมาจากการทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงของกลุ่มงานส่งเสริม พัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 สามารถช่วยให้ครูผู้สอนมีทักษะด้าน ICT เพิ่มสูงขึ้น รูปแบบและวิธีการในการพัฒนาครูผู้สอนเหมาะสมกับสภาพความต้องการของโรงเรียน และสอดคล้องกับระดับความพร้อมของกลุ่มงาน หรือสอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่าโปรแกรมที่ใช้ในการอบรมและการผลิตสื่อในครั้งนี้ เหมาะสมกับระดับความรู้ความสามารถของครูผู้สอน ขั้นตอนการผลิตและระยะเวลาที่ใช้ไม่มาก สามารถนำไปใช้ได้อย่างสะดวกทั้งครูผู้สอนและขยายผลลงถึงนักเรียนได้ สำหรับรายการประเมินที่ครูผู้สอน ต้องการให้กลุ่มงานส่งเสริมพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 คือ ชี้แจงรายการอบรมในส่วนของการวัดและประเมินผล และการจัดทำตัวอย่างชิ้นงานประกอบการอธิบายในแต่ละกิจกรรมของการติดตั้งและการใช้โปรแกรม นอกจากนี้ต้องการให้ฝ่ายจัดอบรมเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ให้ เพื่อความสะดวกในการใช้และการนำเสนอของคณะวิทยากรและผู้เข้าอบรม <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0in; text-align: left" class="MsoBodyTextIndent" align="left"> 3. การที่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความคิดเห็นต่อการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน ของครูผู้สอนทั้ง 2 ระดับชั้น อยู่ในระดับการปฏิบัติมากทุกด้าน สืบเนื่องมาจากครูผู้สอนมีทักษะในการใช้ ICT เพื่อการเรียนการ</p>
สอน อยู่ในระดับปานกลางและระดับสูงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ในการใช้ ICT สำหรับนักเรียนได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ผลิตขึ้นจากโปรแกรมที่ใช้ในการอบรม ทำให้นักเรียนมีความรู้เข้าใจมากขึ้นประกอบกับการเรียนการสอนด้วยระบบ ICT นักเรียนส่วนใหญ่มีความต้องการและสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงส่งผลให้นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดี ซึ่งจะเห็นได้จากข้อเสนแนะเพิ่มเติมของนักเรียน ในด้านการใช้สื่อการสอนของครูที่เข้าใจยาก นักเรียนต้องการให้ครูอธิบายอย่างช้า ๆ และต้องการให้เพิ่มเวลาในการฝึกปฏิบัติจริงให้มากขึ้น เพื่อที่นักเรียนทุกคนจะได้มีชิ้นงานเสร็จทันในเวลาที่ครูสอน ข้อค้นพบเพิ่มเติมจากข้อเสนอแนะของนักเรียน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 ของผู้ที่แสดงความคิดเห็นต้องการให้ทางโรงเรียน เพิ่มจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน และในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ยังต้องการให้เพิ่มจำนวนห้องคอมพิวเตอร์ให้เพียงพอกับจำนวนอาคารเรียน พร้อมทั้งมีการปรับปรุงระบบและประสิทธิภาพความเร็วของคอมพิวเตอร์ทุกปี ในด้านการสืบค้นข้อมูลต้องการให้โรงเรียนปรับปรุงระบบอินเตอร์เน็ตและความเร็วในการโหลดข้อมูลมากขึ้น <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p> </p>
รายงานการวิจัยการดำเนินงานของโรงเรียนต้นแบบ ICT เพื่อการเรียนรู้
ปีการศึกษา 2548 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 ได้มุ่งศึกษาสภาพการดำเนินงานการใช้ ICT เพื่อการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา ความคิดเห็นของครูผู้สอนที่มีต่อรูปแบบและเอกสารประกอบการอบรมการพัฒนาทักษะคอมพิวเตอร์ ของครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นอกจากนี้ยังศึกษาความคิดเห็นของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยดังนี้