น้ำตาลไม่หวานอย่างที่คิด

ย้ำ! น้ำตาลไม่หวานอย่างที่คิด

<p> </p><p> </p><p> </p><p> </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หากรู้จักบริโภคในปริมาณที่พอดี เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย</p>  อาหาร,น้ำตาล,กินน้ำตาล,ให้พลังงาน,เสี่ยงโรคเบาหวาน,โรค,เบาหวาน,โรคอ้วน,น้ำตาลในเลือดสูง,ขนมหวาน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p>น้ำตาลเป็นอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ให้คาร์โบไฮเดรตชนิดที่โมเลกุลไม่ซับซ้อน จัดเป็นอาหารให้พลังงานชนิดว่างเปล่า คือ ให้พลังงานแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ น้ำตาล 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ โดยทั่วไปน้ำตาลจะให้รสหวานที่คุ้นเคยกันดี ได้แก่ น้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลอ้อย รสหวานหรือความหวานเป็นรสที่คนส่วนใหญ่มักจะชอบ และให้เป็นสื่อสัมพันธ์ทางมิตรภาพที่ดีต่อกัน ซึ่งในวันหนึ่งๆ เรากินอาหารเข้าไปหลากหลายประเภท ทั้งแป้ง โปรตีน ไขมัน ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงทั้งสิ้น เมื่อเราเพิ่มการบริโภคน้ำตาลเข้าไปอีก จะทั้งแบบตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่าบริโภคกันเกินพอดีสำหรับร่างกาย </p><p>แม้ว่าน้ำตาลจะให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่นักโภชนาการก็ไม่ส่งเสริมให้กินน้ำตาลเพื่อเป็นแหล่งของพลังงานที่ไม่ค่อยมีคุณค่า ไม่เหมือนกับการกินข้าวโดยเฉพาะข้าวซ้อมมือท่านจะได้พลังงานและนอกเหนือจากพลังงานจะได้โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ด้วย การกินน้ำตาลมากๆ จะมีอันตรายต่อสุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะเกิดโรคอ้วนและโรคฟันผุ น้ำตาลเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจความดันโลหิตสูง รวมไปถึงโรคเบาหวานด้วยมีรายงานวิจัยระบุว่า คนที่ริโภคน้ำตาลมากเกินไปในช่วง 50 ปีแรกของชีวิต มีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน มากกว่าคนอื่นๆ เพราะน้ำตาลไปทำให้ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลติอินซูลินเสื่อมสมรรถภาพ เมื่อกินน้ำตาลเข้าไปมากๆ จำทำให้มีน้ำตาลในกระแสเลือดสูง </p><p>คนที่ชอบกินอาหารหวานบ่อยๆ สมดุลของแร่ธาตุชนิดต่างๆ จะรวนจนหาสมดุลไม่ได้ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้การเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายบ่อยๆ ยังเร่งให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดทั้งโรคหัวใจและโรคมะเร็ง </p><p>กินน้ำตาลทรายมากทำให้กรดอะมิโนที่ชื่อ ทริปโตฟาน ถูกเร่งให้ผ่านเข้าสู่สมองมากเกินไป สมดุลของฮอร์โมนในสมองเปลี่ยนแปลง ผลที่ตามมาคือ เกิดอาการเหนื่อย เซ็ง ซึมเซา ไม่กระฉับกระเฉง เมื่อการบริโภคน้ำตาล ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ ดังนั้น การค่อยๆ เปลี่ยนไปกินของหวานที่เป็นธรรมชาติและเป็นประโยชน์มากกว่าการกินน้ำตาล </p><p>จึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติโดยการหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการกินน้ำตาลตามข้อแนะนำต่อไปนี้ </p><p>1. พยายามลดปริมาณการกินน้ำตาลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทรายขาว หรือสีรำ น้ำผึ้ง และน้ำเชื่อม </p><p>2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมาก เช่น ลูกอม น้ำอัดลม ขนมเค้ก คุ้กกี้ ขนมหวานทุกชนิด </p><p>3. เลือกรับประทานผลไม้สด หรือผลไม้กระป๋อง ที่มีรสหวานน้อย สร้างนิสัยการกินผลไม้แทนขนมหวานหลังมื้ออาหาร </p><p>4. ไม่ควรฝึกนิสัยการกินของเด็กติดรสชาติหวาน เช่น ไม่ควรให้ขนมหวานเป็นรางวัลแก่เด็ก</p><p> 5. เวลาจะรับประทานอาหารสำเร็จรูป ควรอ่านฉลากอาหารเพื่อจะได้ทราบว่า อาหารที่รับประทานนั้นมีน้ำตาลมากน้อยเพียงใด เช่น น้ำตาลทราย น้ำตาลมอลโตส น้ำตาลเลคโตส น้ำตาลฟรุคโตส หรือมีน้ำเชื่อหรือไม่</p><p> 6. อย่าลืมว่า ความถี่ในการรับประทานน้ำตาลมีความสำคัญมากอาจจะรับประทานครั้งละนิดเดียว แต่รับประทานบ่อยครั้งก็จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลเกินความต้องการ </p><p>น้ำตาลหวาน อันตราย กินมากไปโรคภัยเบียดเบียน      </p><p>      zz        </p>