"บึงโขงหลง" เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่อำเภอบึงโขงหลง และอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย เป็นแหล่งทรัพยากรที่หลากหลายทางชีวภาพและมีความอุดมสมบูรณ์ระดับต้นๆ ของประเทศ อ้าว..แล้วมันเกี่ยวกับการศึกษาอย่างไร..
เมื่อต้นปีการศึกษา 2550 ที่ผ่านมาผมกับคณะศึษานิเทศก์ สพท.หนองคาย เขต 3 ได้สำรวจสภาพ ปัญหา และความต้องการในการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 3 ที่ผมทำงานอยู่ พบว่า มีทั้งปัญหาที่เป็นปัญหา และปัญหาที่ไม่น่าจะเป็นปัญหา ที่เป็นปัญหาก็ประกอบด้วย ครูไม่พอ ครูไม่ตรงตามวิชาเอก งบประมาณไม่เพียงพอ และปัญหาที่ไม่น่าจะเป็นปัญหา ก็ได้แก่ ครูไม่มีความรู้เทคนิคการสอนใหม่ ๆ ไม่มีสื่อการสอน สื่อไม่ทันสมัย อะไรประมาณนั้น
เมื่อปัญหาที่พบสรุปออกมาคล้ายกันแบบนี้ ผมในฐานะที่รับผิดชอบด้านวิชาการของเขตพื้นที่ ก็ได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนพ้องศึกษานิเทศก์ที่มีอยู่ไม่กี่คนว่ามีปัญหาอะไรมั๊ยที่เราน่าจะแก้ไขได้ ที่อยู่ในขอบเขตที่ศึกษานิเทศก์จะเข้าไปเยียวยาช่วยเหลือโรงเรียนได้ หลังจากคุยกันก็ได้ข้อสรุปว่า เรื่องครูไม่พอ เงินไม่มี เราคงช่วยอะไรไม่ได้แล้วหล่ะ เพราะมันเกินอำนาจวาสนาของพวกเรา แต่สิ่งที่เราทำได้และน่าจะทำก็คือ เรื่องครูขาดแคลนสื่อ สื่อไม่มี สื่อไม่ทันสมัย เราวิเคราะห์กันว่า ปัจจุบันโรงเรียนส่วนใหญ่จะวิ่งตามกระแสโลกาภิวัตน์จนเกินความจำเป็น จนลืมวิถีชีวิตที่แท้จริงของคนไทย และเริ่มใช้ชีวิตห่างเหินจากธรรมชาติไปทุกขณะ ละเลยสรรพวิทยาและแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ใกล้ตัวโดยสิ้นเชิง
เราตกลงกันว่าจุดเริ่มต้นที่เราจะปลุกกระแสครูและนักเรียนหันกลับมาหาธรรมชาติและความเป็นจริงของชีวิต เราน่าจะเริ่มต้นที่ “บึงโขงหลง” ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่เกือบสองพันไร่ และที่สำคัญยังเป็นแหล่งชุ่มน้ำโลกอีกด้วย เราจึงเริ่มจุดประกายความคิดให้โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โดยรอบบึงโขงหลง โดยเข้าไปพบปะกับท่านผู้บริหารและคณะครูในโรงเรียน เพื่อรับฟังปัญหาของคุณครูอีกครั้งหนึ่ง พบว่า คุณครูยังยืนยันว่าปัญหาเรื่องสื่อไม่มี สื่อไม่เพียงพอ และสื่อไม่ทันสมัย ยังคงเป็นปัญหาอยู่เช่นเดิมและยังไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข
เราได้พบปะพูดคุยกับครูเกือบทุกคนในโรงเรียน ได้ร่วมกันวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาว่าถ้าเราต้องการในนักเรียนได้เรียนรู้ตามหลักสูตรเพื่อให้บรรลุมาตรฐานการศึกษานั้น สื่อและแหล่งเรียนรู้น่าจะเป็นอย่างไร จำเป็นไหมจะต้องเป็นสื่อเทคโนโลยีที่อลังการทันสมัย เมื่อมีการวิเคราะห์กันอย่างจริงจังก็ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จริง ๆ แล้ว สื่อที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนรู้นั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นสื่อที่เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ มีเป็นส่วนน้อยที่เป็นสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ยังมีความจำเป็นต้องนำมาเติมเต็มต่อยอดให้นักเรียน ดังนั้น เราจึงเริ่มให้ครูเริ่มมองหาสื่อธรรมชาติใกล้ตัว ตั้งแต่ภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียน เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดก็พบว่า “บึงโขงหลง” คือแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่ามหาศาลที่สุด ที่ครูสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ได้แทบทุกกลุ่มสาระ
จากการจุดประกายในครั้งนั้น เป็นที่น่าดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เราได้เห็นความตั้งใจจริงของคุณครูหลายคน หลายโรงเรียนที่เราไปจุดประกายไว้ เริ่มออกสำรวจพื้นที่ในเชิงลึก เพื่อให้รู้จักสภาพพื้นที่และเก็บรวบรวมสารสนเทศที่สอดคล้องกับกลุ่มสาระที่ตนเองสอนให้มากที่สุด บางโรงเรียนได้กำหนดให้บึงโขงหลงเป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” หลายโรงเรียนได้จัดกิจกรรมบูรณาการโดยการจัดค่ายสิ่งแวดล้อมบึงโขงหลง บางโรงเรียนได้ทำโครงการแรลลี่ศึกษาสิ่งแวดล้อมบึงโขงหลง เหล่านี้ล้วนแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่น่าจะดีที่ผมกับคณะศึกษานิเทศก์แอบภูมิใจอยู่ลึกๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ธรรมชาติลำลังถูกทำลายอย่างรุนแรงเยี่ยงปัจจุบัน
และที่สำคัญที่สุดเราได้แอบไปเห็นคุณครูนำนักเรียนไปศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติที่เปรียบเสมือนห้องเรียนธรรมชาติ ได้เห็นนักเรียนมีความสุขที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับกลิ่นไอที่แท้จริงของธรรมชาติ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการดำรงอยู่ของธรรมชาติ ได้เห็นการทำลายธรรมชาติด้วยความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวของมนุษย์ เราแอบหวังว่าความเป็นจริงเหล่านี้จะค่อย ๆ ซึมซับเข้าในใจของนักเรียนวันละเล็กวันละน้อย ท้ายที่สุดเขาเกิดความรักความผูกพันกับธรรมชาติ และเกิดความห่วงแหนธรรมชาติโดยที่ครูไม่ต้องไปบอกไปสอน และที่ครูเคยรำพึงรำพันว่าสื่อไม่ทันสมัย สื่อไม่น่าในใจ ก็คงค่อยๆ ลดลง