"วิธีแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติ"
เมื่อใกล้วันขึ้นปีใหม่ ในสถานที่ต่างๆ
รวมทั้งสำนักงานหรือสถาบันต่างๆในกระทรวงสาธารณสุข
ได้มีกิจกรรมรื่นเริง เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้เข้ามา
สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.)
ได้มีโอกาสได้ร่วมเล่นกีฬากระชับมิตรกับสถาบันในภาคี เช่นสวรส.
ด้วยเช่นเดียวกัน กีฬาที่ร่วมแข่งขัน ก็เป็นกีฬาที่เล่นง่ายๆ
ไม่มีกฎกติกาอะไรยุ่งยาก ได้แก่ แชร์บอล เปตอง ปิงปองและปาเป้า
โดยมีนักกีฬาตัวจริงและตัวปลอมลงแข่งมากมาย
(บอกแล้วว่าเอามันส์อย่างเดียว) ผลการแข่งขันเป็นที่น่าพอใจ
เราชนะเลิศ แชร์บอล (จากที่ไม่เคยชนะอะไรมาก่อน) ทำให้เราภาคภูมิใจมาก
แต่กว่าจะได้ชัยชนะมานั้น ในระหว่างแข่งขัน
หลังจากลงสนามในคู่ชิงชนะเลิศ ใน 5 นาทีแรก
นักกีฬาเกิดอุบัติเหตุเท้าพลิก ปวด
บวมบริเวณข้อเท้าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
พวกเราก็ช่วยเอาน้ำแข็งประคบและพยุงกันมาข้างสนาม
แต่ก็มีท่านอาจารย์ท่านหนึ่งมาช่วยปฐมพยาบาล
และได้บอกสูตรลับเพื่อลดบวม โดยใช้ขิงแก่ 1
หัว (ต้องขิงแก่เท่านั้น) นำมาตำ
ร่วมกับข้าวสวยที่เย็นแล้วประคบบริเวณที่บวมและใช้ผ้ายืดพันไว้
รุ่งเช้าถึงให้คลายผ้าพันออก วิธีนี้เป็นวิธีที่ถ่ายทอดกันมา
ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป วันพรุ่งนี้นะคะ
เป็นภูมิปัญญาที่น่าสนใจค่ะ ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ค่ะ พบว่า
ขิงเป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฤทธิ์ขับลม ช่วยย่อยอาหาร บำบัดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยซึ่งเป็นองค์ประกอบในขิงจะไปกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อที่ระบบทางเดินอาหารให้มีการบีบตัวมากขึ้น จึงเกิดการขับลมออกมา ขิงยังมีฤทธิ์ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในเวลาเดินทางอันเนื่องจากการขึ้นรถลงเรือ หรือขึ้นเครื่อง (motion sickness) ได้เป็นอย่างดี
นอกจากขิงจะช่วยในการขับลมซึ่งเรารู้กันอยู่แล้ว ขิงยังมีฤทธิ์ทางด้านเภสัชวิทยาที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ขิงสามารถ ลดการอักเสบ (antiinflammatory) และลดอาการปวด (analgesic) เนื่องจากมี gingerol ซึ่งเป็นองค์
ประกอบสำคัญงมีฤทธิ์ยับยั้งเอ็นไซม์ cyclooxygenase และ 5-lipooxygenase จึงยับยั้งการสังเคราะห์ prostaglandin และ leukotrienes โดย prostaglandin เป็นสาเหตุของการปวดและบวม (pain and edema processes) ส่วน leukotrienes เป็นสาเหตุของการอักเสบ (inflammatory process) ค่ะ
เป็นภูมิปัญญาที่น่าสนใจค่ะ ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ค่ะ พบว่า
ขิงเป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฤทธิ์ขับลม ช่วยย่อยอาหาร บำบัดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยซึ่งเป็นองค์ประกอบในขิงจะไปกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อที่ระบบทางเดินอาหารให้มีการบีบตัวมากขึ้น จึงเกิดการขับลมออกมา ขิงยังมีฤทธิ์ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในเวลาเดินทางอันเนื่องจากการขึ้นรถลงเรือ หรือขึ้นเครื่อง (motion sickness) ได้เป็นอย่างดี
นอกจากขิงจะช่วยในการขับลมซึ่งเรารู้กันอยู่แล้ว ขิงยังมีฤทธิ์ทางด้านเภสัชวิทยาที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ขิงสามารถ ลดการอักเสบ (antiinflammatory) และลดอาการปวด (analgesic) เนื่องจากมี gingerol ซึ่งเป็นองค์
ประกอบสำคัญงมีฤทธิ์ยับยั้งเอ็นไซม์ cyclooxygenase และ 5-lipooxygenase จึงยับยั้งการสังเคราะห์ prostaglandin และ leukotrienes โดย prostaglandin เป็นสาเหตุของการปวดและบวม (pain and edema processes) ส่วน leukotrienes เป็นสาเหตุของการอักเสบ (inflammatory process) ค่ะ