เกาะฏอและเกาะดัรเป็นหลักความเชื่อที่ไม่มีความคลางแคลงใจในอิสลาม

 เกาะฏอและเกาะดัร

เกาะฏอและเกาะดัรเป็นหลักความเชื่อที่ไม่มีความคลางแคลงใจในอิสลาม ดั่งที่ปรากฏทั้งในอัล-กุรอาน ซุนนะฮฺของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และสติปัญญาเองให้การสนับสนุนสิ่งนี้ไว้อัล-กุรอานหลายโองการกล่าวถึงเรื่องเกาะฏอและเกาะดัร ซึ่งขอยกตัวอย่างบางโองการ เช่นอัล-กุรอานกล่าวถึงเรื่องเกาะดัรว่า إِنَّا كُلَّ شَيْءٍ خَلَقْنَاهُ بِقَدَرٍแท้จริงทุก ๆ สิ่งเราสร้างมันตามสัดส่วน [๑]وَإِن مِّن شَيْءٍ إِلاَّ عِندَنَا خَزَائِنُهُ وَمَا نُنَزِّلُهُ إِلاَّ بِقَدَرٍ مَّعْلُومٍและไม่มีสิ่งใดเว้นแต่ที่เรานั้นมีคลังทั้งหลายของมัน และเรามิได้ประทานมันลงมาเว้นแต่ตามสภาวะที่ได้ถูกกำหนดแล้ว[๒]อัล-กุรอานกล่าวถึงเรื่องเกาะฏอว่าوَإِذَا قَضَى أَمْراً فَإِنَّمَا يَقُولُ لَهُ كُن فَيَكُونُและเมื่อพระองค์ทรงกำหนดกิจการใด พระองค์เพียงแต่ตรัสแก่มันว่า จงเป็นแล้วมันก็เป็นขึ้น [๓]وَهُوَ الَّذِي خَلَقَكُمْ مِنْ طِيْنٍ ثُمَّ قَضَى أَجَلاًพระองค์คือ ผู้ที่ทรงสร้างสูเจ้าจากดิน แล้วทรงกำหนดวาระแห่งความตายไว้ [๔]นอกจากอัล-กุรอานแล้ว ยังมีริวายะฮฺอีกมากที่กล่าวถึงเรื่องเกาะฏอและเกาะดัรไว้ ซึ่งไม่มีมุสลิมคนใดสามารถปฏิเสธความเชื่อดังกล่าวได้ และไม่มีความจำเป็นที่ต้องเข้าไปสู่รายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบุคคลที่ไม่มีความพร้อมทางสติปัญญา ต่อการเข้าใจเรื่องราวที่มีความละเอียดอ่อนเช่นนี้ ซึ่งไม่เป็นการดีสำหรับเขาแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากว่าอาจทำให้เกิดความคลางแคลง และผิดพลาดในความเชื่ออันเป็นสาเหตุทำให้หลงทางไปจากสัจธรรม ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวกับชนกลุ่มหนึ่งว่า ท่านอย่าเดินไปในหนทางที่มืดมน อย่าเข้าสู่ทะเลที่มีความลึก และอย่ามกมุ่นอยู่กับการค้นหาความเร้นลับของอัลลอฮฺ [๕]แน่นอนคำแนะนำของท่านอิมาม (อ.) เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ไม่สามารถเข้าใจความรู้ที่มีความลุ่มลึกเหล่านี้ ซึ่งยิ่งวิพากยิ่งทำให้หลงทางไปจากสัจธรรม ฉะนั้นเป็นการดีให้ศึกษาเท่าที่มีความเป็นไปได้ โดยอาศัยอัล-กุรอาน ฮะดีซ และสติปัญญาเป็นองค์ประกอบการศึกษาเกาะดัร ในทางภาษาหมายถึง ขนาด และจำนวน ส่วนเกาะฏอ หมายถึง ภาวะที่แน่นอนตายตัว [๖]ท่านอิมามที่ ๘ ได้อธิบายเกาะฏอและเกาะดัรดังนี้ว่า เกาะดัร หมายถึงการกำหนดขนาดของสิ่งหนึ่งโดยพิจารณาจากการคงอยู่ และสูญสลาย ส่วนเกาะฏอ หมายถึงการเกิดที่แน่นอนของสิ่งหนึ่ง [๗]ขณะนี้ความหมายในทางภาษาของคำว่า เกาะฏอและเกาะดัรเป็นที่ชัดเจน และรู้แล้วว่า การกำหนดขนาดของสิ่งหนึ่งหมายถึง เกาะดัร ส่วนการเกิดอย่างแน่นอนของสิ่งนั้นคือ เกาะฏอ ลำดับต่อไปจะอธิบายความหมายของคำทั้งสองตามทัศนะของนักปราชญ์๑. คำอธิบายเกาะดัร บรรดาสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหมดเป็นมุมกินุลวุญูด (หมายถึงอาจเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้นก็ได้) อย่างเช่น แร่ธาตุต่าง ๆ ได้ถูกกำหนดขนาดและรูปร่างในลักษณะหนึ่ง ส่วนพืชและสัตว์ได้ถูกกำหนดขนาดและรูปร่างไว้อีกลักษณะหนึ่ง อย่างไรก็ตามสรรพสิ่งทีมีอยู่ได้ถูกกำหนดขนาดและรูปร่างแล้วทั้งสิ้น ซึ่งล้วนเป็นสิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้า ฉะนั้นชะตากรรมที่กำหนดเป็นชะตากรรมที่มาจากพระองค์ ส่วนการกำหนดขนาดและรูปร่างคือการงานของพระองค์ ซึ่งเรียกว่า ตักดีร วะกัรดฺ ฟิอฺลียฺ (หมายถึงการทำไปตามกำหนดและชะตากรรม) แต่ก่อนการสร้างให้สิ่งนั้นไปสู่โลกเรียกว่า ตักดีร วะกัรดฺ อิลมียฺ (หมายถึงทรงรู้ในชะตากรรมและการกำหนด) ดังนั้นในความเป็นจริง ถ้าเชื่อในเรื่องเกาะดัร เท่ากับเชื่อเรื่องการสร้างของพระองค์ (คอลิกียะฮฺ) โดยเฉพาะเกี่ยวกับบรรดาสรรพสิ่งทังหลาย ส่วนการกำหนดชะตากรรมเกี่ยวข้องกับความรู้ที่เป็นนิรันดรของพระองค์ ดังนั้น ถ้าเชื่อการกำหนดซึ่งพระองค์ทรงทราบก่อนแล้ว เท่ากับเชื่อว่าในความรู้ที่เป็นนิรันดรของพระองค์๒. คำอธิบายเกาะฏอ ดังที่กล่าวไปแล้วว่า เกาะฏอ หมายถึงการเกิดอย่างแน่นอนของสิ่งหนึ่ง และเป็นที่ชัดเจนว่าการเกิดอย่างแน่นอนของทุกสิ่งนั้น อยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ถ้าหากสิ่งนั้นมีเหตุที่สมบูรณ์มันต้องเกิดอย่างแน่นอน อีกด้านหนึ่งระบบของเหตุและผลจะไปสิ้นสุดที่อัลลอฮฺ (ซบ.) นั่นหมายความว่า การเกิดที่แน่นอนของสรรพสิ่งอยู่ที่อานุภาพและพระประสงค์ของพระองค์นั่นเอง ซึ่งการเกาะฏอของอัลลอฮฺ (ซบ.) จัดอยู่ในภารกิจและการสร้างสรรค์ของพระองค์ ส่วนความรู้นิรันดรของพระองค์เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเกาะฏอซาตียฺของพระองค์สิ่งที่กล่าวมาเป็นเกาะฏอและเกาะดัรที่เป็นตักวีนียฺของพระองค์ (การกำหนดกฎสภาวะในการสร้างสรรค์) ซึ่งครอบคลุมทั้งซาตียฺและฟิอฺลียฺของพระองค์ บางครั้งเกาะฏอและเกาะดัรนั้นเกี่ยวข้องกับการกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ หมายถึงรากของการกำหนดกฎเกณฑ์และหน้าที่ของพระองค์ เป็นเกาะฏอของพระองค์ ส่วนวิธีการและความพิเศษของมันอย่างเช่น ข้อบังคับ ข้อห้าม และอื่น ๆ นั้นเป็นการกำหนดกฎเกณฑ์ที่มาจากพระองค์ ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้ตอบคำถามคน ๆ หนึ่งที่ถามถึงแก่นเกาะฏอ และแท้ของเกาะดัรชัรอียฺว่าจุดประสงค์ของเกาะฏอและเกาะดัรคือคำสั่งให้เชื่อฟังปฏิบัติตาม และห้ามประพฤติบาป, การให้พลังอำนาจแก่มนุษย์ในการปฏิบัติคุณงามความดีและละเว้นการทำความผิด, การประทานโอกาสให้ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ และการปล่อยคนทำความผิดให้อยู่ในสภาพของตน, การสัญญาและปฏิบัติไปตามสัญญาทั้งหมดเหล่านี้คือเกาะฎอและเกาะดัรของอัลลอฮฺ (ซบ.) ที่มีต่อการกระทำของเรา[๘]ถ้าพบว่าท่านอิมามอะลี (อ.) ตอบคำถามอยู่ในขอบข่ายของเกาะฎอเกาะดัรชัรอียฺเท่านั้นเป็นเพราะว่า ท่านให้ความสำคัญต่อผู้ถาม คำถาม และการประชุมในขณะนั้น นอกจากนี้แล้วในสมัยนั้นเกาะฎอเกาะดัรตักวีนียฺยังเป็นบทสรุปการกระทำของมนุษย์ ในขอบข่ายของเกาะฎอเกาะดัรและการบังคับส่วนการเลือกสรรได้ถูกปฏิเสธไปจากมนุษย์ คำยืนยันการกล่าวอ้างข้างต้น ท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวไว้ในฮะดีซต่อไปอีกว่า พวกท่านอย่าคิดสิ่งใดเกินเลยไปจากนี้ เพราะการคิดเช่นนั้นจะทำให้การงานของพวกท่านสูญเสียจุดประสงค์ของท่านต้องการบอกว่าคุณค่าการงานของมนุษย์อยู่บนพื้นฐานการเลือกสรร แต่ถ้าเป็นการบังคับให้กระทำคุณค่าเหล่านั้นจะสูญสิ้นไปสรุป เกาะฎอและเกาะดัรบางครั้งเป็นตักวีนียฺ และบางครั้งเป็นตัชรีอียฺ ซึ่งทั้งสองยังแบ่งออกเป็นประเภทละ ๒ ชนิดได้แก่ ซาตียฺ และฟิอฺลียฺเกาะฎอและเกาะดัรในการกระทำของมนุษย์ไม่มีความแตกต่างกับการเลือกสรร และความอิสระในการปฏิบัติแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากการกำหนดของพระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับมนุษย์คือ การให้มนุษย์เป็นผู้กระทำที่มีความพิเศษสำหรับตนเอง หมายถึงมนุษย์เป็นผู้กระทำที่มีการเลือกสรร ส่วนจะทำหรือไม่อยู่ที่การเลือกของตนเอง การกำหนดของพระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับการกระทำของมนุษย์ เป็นภารกิจที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนภายหลังจากการเลือกสรรของเขาอีกนัยหนึ่งพระองค์ได้สร้างมนุษย์มาในลักษณะที่การเลือกสรรกับความอิสระผสมปนอยู่ด้วยกัน พร้อมกับได้มีการกำหนดไว้เรียบร้อย การกำหนดของอัลลอฮฺ (ซบ.) ไม่ใช่ว่าเมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ได้เลือกสรร และสาเหตุของการกระทำก็มีอยู่พร้อม และในเวลานั้นพระองค์จะทรงสนับสนุนผู้กระทำความผิดบางคนคิดว่า ตนได้ถูกกำเนิดจากการกำหนดของพระองค์ จึงคิดว่านอกจากหนทางที่ตนเดินไปแล้วไม่มีหนทางอื่นอีกเพื่อให้ตนได้เลือกสรร ขณะที่อัล-กุรอานและสติปัญญาได้ประณามความคิดเช่นนี้ เนื่องจากมนุษย์เป็นคนตัดสินใจเลือกวิถีทางและชะตากรรมให้กับตนเอง ในทัศนะของอัล-กุรอานมนุษย์สามารถเป็นผู้ทำการขอบคุณและประกอบคุณงามาความดี หรือเป็นคนอกตัญญูที่ประพฤติความชั่วก็ได้ อัล-กุรอานกล่าวว่าแท้จริงเราได้นำทางแก่เขาแล้ว บางคนเป็นผู้กตัญญู และบางคนเป็นผู้เนรคุณ[๙] ในสมัยท่านศาสดา (ซ็อลฯ) มีผู้ปฏิเสธกลุ่มหนึ่งได้มาหาท่านและพูดว่า หากไม่ใช่ประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พวกเราก็คงจะไม่เคารพรูปปั้นหรอก อัล-กุรอานกล่าวถึงข้ออ้างของพวกเขาว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีจะกล่าวว่าหากว่าอัลลอฮฺทรงประสงค์ พวกเราจะไม่ตั้งภาคี และบรรพบุรุษของพวกเราก็จะไม่ทำด้วย และเราจะไม่ห้ามสิ่งใด ๆหลังจากนั้นอัล-กุรอานได้ตอบว่าในทำนองนั้นบรรดาก่อนหน้าพวกเขาก็ได้มุสาแล้วจนกระทั่งพวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษของเรา [๑๐]สรุป แบบฉบับของอัลลอฮฺ (ซบ.) ในโลกแห่งการสร้างสรรค์นั้น บางครั้งทำให้มนุษย์มีความสุข ความเจริญ และบางครั้งก็ทำให้มนุษย์ต้องลำบากยากเข็ญ ถ้าพิจารณาจากภายนอกจะเห็นว่าทั้งหมดเหล่านี้เป็นเกาะฎอของพระองค์ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันพระองค์ได้ให้สิทธิ์กับมนุษย์ในการเลือกสรร มนุษย์ต่างหากที่เลือกหนึ่งในสองจากเกาะฎอของพระองค์ ด้วยเหตุนี้หลังจากการชี้นำแล้วมนุษย์จึงแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มกล่าวคือ ผู้ศรัทธากับผู้ปฏิเสธ


[๑](เกาะมัร/๔๙)[๒](อัล-ฮิจรฺ/๒๐)[๓](อัล-บะเกาะเราะฮฺ/๑๑๗)[๔](อันอาม/๒)[๕](นะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺ กะลิมาตกิซอร/๒๘๗)[๖](มะกอยีซิลลุเฆาะฮฺ เล่มที่ ๕ หน้าที่ ๖๓ / ๙๓, มุฟรอดาต รอฆิบ หมวดคำว่า เกาะฏอเกาะดัร)[๗](อุซุลุลกาฟียฺ เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๑๕๘)[๘](เตาฮีดซะดูก/๒๘๐)[๙](อินซาน/๓)[๑๐](อันอาม/๑๔๘)

 refer....http://www.al-shia.com/html/thi/maqalat/eteqadi/ghaza-ghadar.htm