ประเด็นปัญหา
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในการหลอมรวมคณะศึกษานิเทศก์ที่มาจากหลายสังกัด มีวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อความขัดแย้งในการนิเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนิเทศที่มุ่งเน้นผลงานนิเทศของศึกษานิเทศก์ส่วนใหญ่
การพัฒนา
1 นำการบริหารการจัดเวลามาใช้โดยมีการประชุมปรึกษาหารือสื่อสารการทำความเข้าใจร่วมของคณะศึกษานิเทศก์ มีมติดังนี้
1.1 การจัดทำข้อตกลงการทำงานร่วมกันที่มุ่งเน้นงานในหน้าที่เป็นหลัก แต่มีความยืดหยุ่นในบางประเด็นที่ส่วนใหญ่ยอมรับได้
1.2 จัดทำแบบรายงานผลการปฎิบัติงานเป็นรายเดือน
1.3 ศึกษานิเทศก์รายงานผลการทำงานของตนเองรายเดือนพร้อมทั้งผลงานที่ภาคภูมิใจ และสิ่งที่ต้องการให้ปรับปรุงแก้ไข
1.4 ดำเนินการบันทึกข้อมูลการปฎิบัติงานของศึกษานิเทศก์รายคน จากบัญชีลงเวลา จำแนกประเด็นการทำงานหลัก รองและเสริมดังนี้
1.4.1 การปฎิบัติงาน ณสำนักงานภาระงานหลัก
1.4.2 การออกนิเทศโรงเรียน ภาระงานหลัก
1.4.3 การเป็นวิทยากรในสังกัด ภาระงานหลัก
1.4.4 การดำเนินโครงการทั้งที่ตนเองรับผิดชอบ และช่วยผู้อื่น ภาระงานหลัก
1.4.5การพัฒนาตนเอง ภาระงานหลัก
1.4.6 การเป็นคณะทำงานในสพท และสพฐ ภาระงานรอง
1.4.7 การเป็นคณะทำงานหน่วยงานอื่น
วิทยากรหน่วยงานอื่น ภาระงานเสริม
1.5ดำเนินการสังเคราะห์รายงานทุกเดือน และทุกสามเดือน โดยเทียบเคียงกับบัญชีปฎิบัติงาน
ผลที่ได้
1 สามารถจัดกลุ่มศักภาพการทำงานของศึกษานิเทศก์ เพื่อเป็นสารสนเทศในการต่อยอดประสิทธิภาพการทำงานดังนี้
1.1 กลุ่มที่ให้เวลามากกว่าร้อยละ80 ของเวลาที่ใช้ทั้งหมดในแต่ละเดือนปฎิบัติงานในหน้าที่ ทั้งภาระกิจหลัก และรอง
จะมีผลงานตามหน้าที่และสามารถต่อยอดงานในเชิงสร้างสรรค์ได้
1.2กลุ่มที่ให้เวลามากกว่าร้อยละ80ของเวลาที่ใช้ทั้งหมดในแต่ละเดือนโดยปฏิบัติงานในหน้าที่หลัก ทำงานธุรการแต่ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการพัฒนางานวิชาการ
1.3กลุ่มที่ให้เวลาระหว่างร้อยละ60-79ของเวลาที่ใช้ทั้งหมดในการปฏิบัติงานในหน้าที่หลักและรอง และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการพัฒนาทางวิชาการ
1.4 กลุ่มที่ใช้เวลาน้อยกว่าร้อยละ60ของเวลาที่ใช้ทั้งหมดในการปฏิบัติงานแต่ละเดือนโดยเวลาที่เหลือจะใช้ในการปฏิบัติงานนอกหน่วยงาน โดยกลุ่มนี้งานในหน้าที่มักจะไม่เสร็จทันเวลา ไม่มีผลงานที่เป็นของตนเอง ขาดงานเชิงริเริ่มสร้างสรรค์
การจัดกลุ่มการทำงานโดยการใช้เทคนิคการจัดสรรเวลาดังกล่าวส่งผลให้สามารถพัฒนาบุคลาการได้ตรงกับปัญหา โดยประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลเข้ามาช่วย มีการเสนอข้อมูลการปฏิบัติงานให้รับรู้เป็นรายบุคคล ทุกเดือน และทุกรายไตรมาส เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงงานให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับภาระงานหลัก การทำงานที่สร้างสรรค์ทางวิชาการ ในการนิเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ที่เกิดประสิทธิภาพ คุ้มค่าและรับผิดชอบ ตลอดจนใช้เป็นสารสนเทศสำคัญในการสร้างขวัญกำลังใจในทุกเรื่อง
การใช้เทคนิคการจัดสรรเวลาในการทำงานดังกล่าวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสามารถปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของศึกษานิเทศที่มุ่งไปสู่การทำงานตามหลักธรรมาภิบาล ที่สามารถประกันคุณภาพได้จำนวน 20 คน ส่วนที่เหลือจำนวน 6 คน ยังต้องพัฒนาต่อการดำเนินการดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน ที่มุ่งให้ความสำคัญ และเกิดจิตสำนึกต่อภาระงานหลักตามมาตรฐานวิชาชีพ อันจะนำไปสู่การดำเนินการจัดการกับความรู้ต่อไป