คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาคลองไทย วุฒิสภา มีความเห็นว่า สมควรขุดคลองไทยทางภาคใต้ของไทยตามเส้นทาง 9A ที่ตัดผ่าน 5 จังหวัดคือ กระบี่-ตรัง-พัทลุง-นครศรีธรรมราช-สงขลา เพื่อให้เป็นเส้นทางการเดินเรือแห่งใหม่ของโลก และจะเป็นแนวทางกอบกู้เศรษฐกิจชาติแบบยั่งยืนได้ตลอดไป ซึ่งจากผลการศึกษา พบว่าแนวทางเส้น 9A มีความเหมาะสมที่สุด มีผลดีมากกว่าผลเสีย และประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่เห็นชอบ (ข้อมูลจากข่าวเก่าของหนังสือพิมพ์โฟกัส ภาคใต้)

     สำหรับแนว 9A นั้นจะตัดผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด 8 อำเภอ 24 ตำบล โดยที่ จ.กระบี่ผ่านพื้นที่ในทะเลเขต อ.เกาะลันตา, จ.ตรังผ่านพื้นที่ อ.สิเกาที่ ต.บ่อหิน ต.เขาไม้แก้ว และ ต.กะลาเส อ.วังวิเศษที่ ต.วังมะปราง และ ต.วังมะปรางเหนือ อ.ห้วยยอดที่ ต.บางกุ้ง ต.วังคีรี ต.บางดี ต.หนองช้างแล่น ต.ท่างิ้ว และ ต.เขาปูน, จ.พัทลุงผ่านพื้นที่ อ.ป่าพะยอมที่ ต.เกาะเต่า ต.ลานข่อย ต.ป่าพะยอม, จ.นครศรีธรรมราชผ่านพื้นที่ อ.ชะอวดที่ ต.นางหลงและ ต.เคร็ง อ.หัวไทรที่ ต.แหลม ต.ควนชะลิก ต.เขาพังไกร ต.รามแก้วและ ต.หน้าสตน และ จ.สงขลาผ่านตอนเหนือของ อ.ระโนด ดังรูป

     ข้อดีของแนวทางเส้น 9A คือ
          1. ตำแหน่งที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ อยู่ระหว่างกลางประเทศพม่า ปลายแหลมมลายูและประเทศสิงคโปร์ ไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง
          2. ทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณคลองเป็นชาวไทยพุทธร้อยละ 95 และรวมพื้นที่ใต้แนวคลองทั้งหมดประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพุทธ หากมีการแทรกแซงจากภายนอกที่จะก่อให้เกิดปัญหาการแบ่งแยกดินแดนจะทำได้ยาก
          3. อยู่ในเส้นทางการเดินเรือสากลและสามารถพัฒนาท่าเรือหลบมรสุมได้ทั้งสองฝั่งทะเล
          4. ระบบโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อม
          5. มีแหล่งน้ำจืดที่ใช้ในกิจการของคลองและสนับสนุนอุตสาหกรรมเพียงพอ
          6. มีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่สำหรับเมืองใหม่และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถพัฒนาได้ถึง 3 แหล่งคือ ที่ปากคลองทั้งสองฝั่งทะเล และบริเวณกลางคลอง
          7. มีความหนาแน่นของประชากรน้อย
          8. ระดับน้ำทั้งสองฝั่งทะเลต่างกันประมาณ 25 ซ.ม. จึงไม่ต้องมีประตูน้ำปากคลอง
          9. ประชาชนในแนวคลองทั้ง 23 อบต.สนับสนุน และมีส่วนในการปรับแนวคลองเองตลอดแนวคลอง 9A

     ข้อเสียของแนวทางเส้น 9A คือ
          1. มีระยะทางประมาณ 120 ก.ม. ยาวกว่าแนว 2A ประมาณ 92 ก.ม. แนว 5A ประมาณ 102 ก.ม. และแนว 7A ประมาณ 105 ก.ม.
          2. มีเส้นทางพาดผ่านพื้นที่เนินเขาประมาณ 10 ก.ม.
          3.แนวคลองพาดผ่านพื้นที่บางส่วนของพรุควนเคร็ง ถ้าหากไม่มีการจัดการที่เหมาะสมอาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้
          4. ไม่สามารถสร้างท่าเรือริมทะเลได้ ต้องพัฒนาพรุควนเคร็งบางส่วนเป็นท่าเรือเพื่อหลบมรสุมด้านอ่าวไทย

     และเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2548 ทาง "โครงการคลองไทยให้ความรู้ประชาชน" ได้ส่งเอกสาร ถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทน ฯ รวม 500 ท่านโดยมีข้อความว่าโครงการคลองไทยนี้ เป็นโครงการของประเทศประชาชนคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ ในฐานะที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ฯ เป็นตัวแทนของประชา ชนชาวไทย ท่านสมาชิกผู้แทน ฯ จึงสมควรมีส่วนได้รับรู้ข้อมูลทั้งหมด ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาความเป็นไปได้โครงการ ขุดคลองไทย (คอคอดกระ) วุฒิสภา ที่ได้ทำการศึกษา และได้ผ่านการลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ไปเรียบร้อยแล้ว

     หลังจากท่านสมาชิกสภาผู้แทน ฯ ได้รับทราบข้อมูลพื้นฐานแล้ว ท่านอาจจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น หลังจากที่โครง การนี้ได้มีการพูดถึงกันมายาวนานแล้วในประวัติศาสตร์ของไทย สำหรับการเกิดขึ้นของโครงการนี้ย่อมจะมีผลต่อสถานการณ์ในปัจจุบันของประเทศ ไม่ว่าจะทางด้านเศรษฐกิจของโลก ที่มีการ แข่งขันกันสูงยิ่งขึ้นทุกวัน หรือแม้แต่ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้ได้มีการแนบเอกสารข้อมูลโดยสรุปโครงการคลองไทยพร้อมจดหมาย มาให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ฯ เพื่อทำการศึกษาเบื้องต้นแล้ว

     สำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ ครับข้อมูลทั้งหมดของโครงการได้ถูกรวบรวม และจัดเก็บให้ท่านสามารถเปิดดูได้จาก www.thai-canal.org หรือจะสืบค้นจากแหล่งข้อมูลบทความ ความคิดเห็น ในที่ตาง ๆ จาก “คลองไทย” โปรดได้แสดงข้อมูลและความคิดเห็นในเรื่องนี้ให้กว้างขวางด้วยครับ