ศิลปะ (7)

อาชีพทางศิลปะ 

         ในตอนนี้ ผมขอนำเอาประสบการณ์ที่ตนเองได้รับตลอดชีวิตที่ผ่านมาและลูกศิษย์ที่ประสบความสำเร็จบางคน (มีหลายคน) มาเล่าถึงความเป็นอยู่ในวงวิชาชีพศิลปะพอเป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเท่านั้น นะครับ เพราะเป็นเพียงเส้นทางหนึ่งเดียวในการดำเนินชีวิตที่มีแต่ความอดทน ต้องทนต่อการหยามหมิ่นมานาน ไม่ว่าจะเป็นงานวาดเขียน งานแสดงพื้นบ้าน ทำได้ดีแค่ไหนก็ยังมีคนเยาะเย้ยว่า ก็งั้น ๆ แหละ แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมและลูกศิษย์ที่ผมสอนก็ไม่ต้องไปเบียดเบียนใคร  เขาพึ่งตนเองได้ครับ

        อาชีพที่ผมจะนำมาเล่า เป็นอาชีพในทางสุจริตที่ผมถือปฏิบัติมาโดยตลอด จากการสั่งสมความรู้ ฝึกฝนด้วยความพยายาม มานะอดทน จนสามารถทำได้อย่างชำนาญ จึงกล้าที่จะออกไปรับใช้สังคม นำเอาความสามารถไปแลกกับเงินตราที่มีค่าของผู้อื่นได้ ผมทำงานมาหลายอย่างครับ ขอยกเอามาเล่า เท่าที่จำได้นะ

          1. งานประกวดร้องเพลงตามงานวัดในกรุงเทพฯ ปี พ.ศ. 2508-2512 ได้รับรางวัลในอันดับ 1-3 และรางวัลชมเชยหลายสิบครั้ง (รางวัลมีทั้งเงินสด ถ้วยรางวัล โล่รางวัล)

          2. งานร้องเพลงลูกทุ่งประจำวงดนตรีของโรงเรียน วิทยาลัย และวงดนตรีประจำหมู่บ้าน โดยมีน้าชาย น้าจรูญ เกิดวันเป็นหัวหน้าวง (ปี พ.ศ. 2504-2510)

          3. งานร้องเพลงเชียร์รำวง ตั้งแต่ยุครำวงเข้าถ้ำ รำวงกับพื้นดิน (พ.ศ.2506-2519) กลองเชียร์เป็นแบบกลองขึงเอง ต้องใช้เสาไม่ไผ่ปักลงดินนำเอากลองไปผูกไว้เป็นคู่ 

          4. งานทำขวัญนาค ร้องเพลงไทยเดิม ร้องส่งกับวงดนตรีไทย ฝึกมาจากพ่อคุณวัน มีชนะ และพ่อคุณถม มีชนะ (พ.ศ. 2513-ปัจจุบัน)

          5. งานพิมพ์ซิลค์สกรีนสีเดียวและหลายสี (พ.ศ.2522-2537) รับพิมพ์เสื้อนักกีฬา และพิมพ์เสื้อยืดที่เขาทำโฆษณาในเทศกาลปีใหม่

          6. งานเคลือบรูปวิทยาศาสตร์ ด้วยเรซิน (พ.ศ.2525-2537) รับเคลือบรูปทุกขนาด และเคลือบใบประกาศเกียรติคุณ  รายได้ดี ทำก็ไม่ยาก อาศัยความประณีตมากหน่อย

          7. งานรับวาดภาพเหมือน ขาว-ดำ ภาพสีน้ำ สีน้ำมัน และรับวาดภาพบนแผ่นไม้ติดป้ายรถ 2 แถว มีรถวิ่งเมล์มาให้ทำเป็นจำนวนมาก  (พ.ศ. 2515-2525)

          8. งานทำแม่พิมพ์ และหล่อปูนปลาสเตอร์ เป็นภาพลอยตัว นูนสูง นูนต่ำ การ์ตูน ภาพเหมือน ปั้นสดแล้วทำพิมพ์ ขายแม่พิมพ์ และหุ่นปูน (พ.ศ.2525-2536)

          9. งานเพ้นท์สีลวดลายลงบนผลิตภัณฑ์ แผ่นเสียง แผ่นซีดี กระดาษแข็ง ขวดกาแฟ ขวดสุรารูปทรงสวย ๆ ภาชนะดินเผา (สิ่งของเหลือใช้) ทำรายได้มากเหมือนกัน

       10. งานแสดงเพลงพื้นบ้านหลายชนิด เริ่มตั้งแต่เพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงขอทาน เพลงเต้นกำ เพลงเรือ เพลงแหล่  ลำตัด ฯลฯ ในฐานะนักแสดง วิทยากร และศิลปินรับเชิญ (ปี พ.ศ. 2525-ปัจจุบัน)

       11. งานประพันธ์บทร้องเพลงพื้นบ้าน เพลงอีแซว ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงแหล่ เพลงพวงมาลัย ฯลฯ  มีประมาณ 500-600 หน้า  มากกว่า 150 เรื่อง สำหรับการแสดงอาชีพ  (ปี พ.ศ. 2535-ปัจจุบัน) 

       12. งานถ่ายทอดความรู้เพลงพื้นบ้านสู่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และภูมิปัญญาท้องถิ่นหลายแขนง ได้แก่ วาดภาพ ขนมไทย  ความเชื่อศรัทธา  ขนบประเพณี

       13. งานวาดภาพด้วยคอมพิวเตอร์ โดยโปรแกรมกราฟิก ได้แก่ Adobe Photoshop ออกแบบจัดทำป้ายโฆษณา จกแต่งภาพ วาดภาพสด ๆ  (ปี พ.ศ. 2537-ปัจจุบัน) 

       14. งานเขียนป้ายโฆษณา คัตเอ้าท์ ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งภาพเหมือนประกอบป้าย ขนาด 20-30 แผ่นไม้อัด และตัดตัวอักษรด้วยโฟมติดฉากเวที (ปี พ.ศ. 2513-2535) 

       15. งานวงดนตรีลูกทุ่ง ทำในนามวงของโรงเรียน โดยมีครู อาจารย์ และนักเรียนของโรงเรียนทำหน้าที่ บรรเลงดนตรี ขับร้องเพลง เป็นพิธีกร (ปี พ.ศ. 2523-2529)

      

          ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกรายวิชา ผมมุ่งที่จะให้ผู้เรียนที่ผมรับผิดชอบเดินทางไปถึงจุดที่ เห็นคุณค่า (ไปได้ไม่มาก) การสอนนักเรียนแค่เรียนรู้นั้นไม่ยาก และก็จะไม่เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนในระยะยาว ถ้าเขานำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาไม่ได้ ถึงแม้ว่าผมจะสอนนักเรียนที่มาเรียนศิลปะกับผมจนสามารถ ปฏิบัติได้ (เป็นจำนวนมาก) แต่ผลงานของนักเรียนก็ยังไม่อาจที่จะเทียบกับผลงานในท้องตลาดได้  จึงต้องมาจัดกลุ่มผู้เรียนเสียใหม่ ให้มี  3 กลุ่ม ดังนี้ ครับ

          กลุ่มที่ 1 นักเรียนที่มีความสามารถเรียนรู้ได้ บอกได้ อธิบายได้ (ความรู้ ความจำ)

          กลุ่มที่ 2 นักเรียนมีความสามารถปฏิบัติได้  วาดภาพได้ ร้องเพลงได้ เล่นดนตรีได้ 

          กลุ่มที่ 3 กลุ่มนี้มีจำนวนน้อย คือ เรียนรู้จนมีความชำนาญ ทำได้อย่างคล่องแคล่ว ได้แก่ วาดภาพระบายสี  ร้องเพลงลูกทุ่ง แสดงเพลงพื้นบ้าน เพ้นท์สีบนผลิตภัณฑ์  ผมนำเด็กกลุ่มนี้มาฝึกต่อยอดนอกเวลา จัดตั้งเป็นวงเพลงพื้นบ้าน ให้ชื่อว่า เพลงอีแซวสายเลือดสุพรรณฯ  

         การนำนักเรียนไปสู่จุดแห่งความมีเจตคติ เห็นคุณค่า (Attitude) นั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่ยาก และผู้เรียนจะไปถึงจุดนั้นได้น้อย เพราะมีเรื่องของความเชื่อ เรื่องของค่านิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็มิใช่ว่าจะทำไม่ได้ ผมใช้วิธีนำร่อง คือ สร้างเครือข่ายครับ  โดยการหาตัวแทนมาฝึก แต่การฝึกจะต้องหนักหน่อยเพราะจะต้องประเมินและปรับปรุงไปสู่ ความเป็นมืออาชีพ ครับ 

           1. งานด้านเพ้นท์สี หรือเขียนสีลวดลายบนผลิตภัณฑ์  ได้ นักเรียนที่สนใจ ในปีที่ผ่านมา ก็มี เบญจพร ดาวเรือง (เพ้นท์เก่งมาก) ปีนี้ ได้ เด็กชายธีระพงษ์ พูลเกิด ฝึกกันอยู่ตลอดเวลาที่เขาว่างนอกเหนือจากในเวลาเรียน 

          2. งานเพลงลูกทุ่ง ร้องอยู่กับคณะวงดนตรีในท้องถิ่น เนื่องจากผมเป็นคนชอบร้องเพลงเป็นทุนอยู่แล้ว จับโปรแกรมคาราโอเกะใส่ลงในคอมพิวเตอร์  ให้เด็ก ๆ เขามาฝึกกัน ในเวลาเรียนโครงงานก็มี นอกเวลามีมาก ไปประกวด แข่งขัน และร้องเป็นอาชีพ มีรายได้ 

           3. งานเพลงพื้นบ้าน กิจกรรมนี้มีงานโดยตลอด ฝึกนักเรียน 4 - 7 คน ฝึกหนักหน่อย ร้องนำ 4 คน จังหวะ 3 คน ส่วนลูกคู่ ผู้แสดงประกอบก็มาฝึกซ้อมร่วมกัน ใช้เวลาในการเรียนโครงงานและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกเวลาเรียนก็ตอนเย็นและในวันหยุด

           4. งานทำขวัญนาค บายศรีสู่ขวัญ  ผมต้องเลือกเด็กที่เสียงดี เสียงหวาน ๆ หน่อย เพราะจะต้องร้องเพลงไทยเดิมด้วย ขณะนี้ฝึกได้หลายคน 5 -7 คนแล้ว ออกงานได้ 3 คน

           5. งานจัดบอร์ด แผ่นพับ แผ่นตั้ง รวมทั้งแผ่นโฆษณาด้วยคอมพิวเตอร์ ใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ออกแบบจัดทำ รับทำนามบัตร ปกรายงาน ราคาสินค้า ป้ายนิเทศ 

          6. งานประดิษฐ์ตัวอักษร ฉลุตัวอักษร พิมพ์ตัวอักษร ตัดสติ๊กเกอร์ ติดฉากเวทีในงานมงคลต่าง ๆ  งานบวช งานมงคลสมรส  งานฌาปนกิจศพ ฯลฯ 

          จากการที่ผมได้ส่งเสริมนักเรียนนอกเหนือจากสาระการเรียนรู้ในเวลาเรียน ให้ทั้งในและนอกเวลาเรียน ทำให้นักเรียนเป็นตัวอย่างในการประกอบอาชีพ มีรายได้ (ไม่มากนัก) ซึ่งก็มาจากความสามารถของเขาเอง  ออกไปทำงานแล้วได้ค่าตอบแทน น่าภูมิใจนะครับ เด็ก ๆ เหล่านี้ เป็นต้นแบบให้นักเรียนคนอื่นได้เอาอย่างในทางสร้างสรรค์ โดยการนำเอาความสามารถของตนเองออกมา ค้นให้พบตัวตนของตนเองให้ได้  

         

           แต่ก็อีกนั่นแหละครับ เด็กที่จะเดินไปสู่ถนนสายอาชีพได้ ครูจะต้องมีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพ หารายได้ในงานนั้น ๆ มาก่อน จึงจะมีแนวทางในการนำเอาความรู้ความ สามารถกลับมาแนะนำนักเรียนได้  ผมหมายถึงครูที่เคยฝึกฝน ฝึกทักษะ เคยลับสมอง และทำการคิดสร้างสรรค์พร้อมกับ 2 มือได้ทำและประสบความสำเร็จมาแล้ว มิใช่แค่นำความรู้มาบอกนักเรียน  ด้วยเหตุนี้ เมื่อนักเรียนเพ้นท์สีในเต็นท์แสดงผลงงาน ผมจึงอยู่ด้วยกับเด็ก และเมื่อเด็ก ๆ ของผมแสดงเพลงพื้นบ้านอยู่บนเวที ผมก็จะยืนอยู่เคียงข้างกับพวกเขา แสดงด้วย หรือนั่งกำกับอยู่บนเวทีตลอดการแสดง  และเมื่อผมต้องไปประกอบพิธีทำขวัญนาค ทำขวัญบายศรี จึงมีเด็ก ๆ ลูกศิษย์ของผมติดตามไปด้วย  เด็กเขาได้รับประสบการณ์ตรง ได้เห็นครูทำงาน เป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่างในการประกอบอาชีพอิสระ ได้จดจำ นำเอาไปใช้ในชีวิตของตนเอง ต่อไป

          

           วันนี้เด็ก ๆ หลายคนเป็นตัวหลักทำให้วงเพลงพื้นบ้าน และงานศิลปะการแสดง งานเพ้นท์สี เข้ามา มีงาน ทำให้มีรายได้กันอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะ อิม-หทัยกาญจน์ เมืองมูล  และยุ้ย-รัตนา ผัดแสน ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของ 2 คน นี้เสียแล้ว (อยู่ชั้น ม.6 ทั้ง 2 คน) ผมหวังว่า เขาคงนำเอาความสามารถไปใช้ในชั้นอุดมศึกษาได้ตามศักยภาพที่เขามี