โรคย้ำคิดย้ำทำ

มาโนช
ผมไม่อยากทำ ชีวิตมันมีเรื่องอื่นอีกเยอะ มันพอแล้ว แต่ ... ในที่สุด... ผมก็ทนไม่ได้ถ้าไม่ได้ทำ

ลักษณะสำคัญของโรคนี้คือ มีอาการย้ำคิดและย้ำทำที่มากจนทำให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมาน ผู้ป่วยพยายามเลิกหรือต่อต้านอาการ เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับอาการที่เกิดขึ้น

อาการ

อาการย้ำคิด (obsession) เป็นความคิด ความรู้สึก หรือจินตนาการ ที่มักผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้ป่วย เองก็ทราบว่าเป็นความคิดที่เหลวไหล ไม่เข้าใจว่าเกิดความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร รู้สึกรำคาญต่อความคิดนี้ เช่น มีความคิดจะจุดไฟเผาบ้าน คิดว่ามือสกปรก คิดด่าทอพระพุทธรูปที่ตนเคารพ ผู้ป่วยรู้สึกผิดต่อความคิดที่เกิดขึ้น มีความกังวลใจ พยายามที่จะไม่ใส่ใจ หรือเลิกคิด บางครั้งอาจแก้หรือหักลัางความคิดนี้ด้วยความคิดหรือการกระทำต่างๆ เช่น ถ้าคิดว่าไม่ได้ปิดแก๊ส ก็จะตรวจเช็คเตาแก๊สวันละหลายๆ ครั้ง ไปล้างมือเมื่อคิดว่าสกปรก หรือท่องนะโมในใจทุกครั้งที่คิดในทางไม่ดีต่อพระพุทธรูป

อาการย้ำทำ (compulsion) เป็นพฤติกรรมซ้ำๆ ที่ผู้ป่วยก่อกระทำขึ้น โดยเกี่ยวเนื่องกับความย้ำคิด หรือตามกฎเกณฑ์บางอย่างที่ตนกำหนดไว้ การที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมนี้เพื่อหักล้างความคิดย้ำในทางลบ หรือป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ตามที่ตนหวั่นเกรง อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของผู้ป่วยนั้นมักจะเกิดจากความคิดเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์หรือแบบเด็กๆ ซึ่งจะต่างไปจากแนวทางที่คนทั่วไปใช้ในการแก้ไขหรือป้องกันปัญหา

เพิ่มข้อความ.. พฤติกรรมยำคิดย้ำทำที่พบบ่อยได้แก่
- กลัวติดเชื้อโรค กลัวสกปรก ต้องล้างมือ ล้างเช็ดสิ่งต่างๆ บ่อยๆ
- กลัวเกิดอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น เช่นกลัวลืมลงกลอน ลืมปิดไฟ กลัวไม่ได้เก็บของมีคม กลัวปิดก๊อกน้ำไม่สนิท ต้องตรวจดู
- ต้องจัดให้สิ่งต่างๆ วางอยู่เท่าๆ กัน จัดของให้อยู่เป็นระเบียบ อยู่ในที่ๆ เคยอยู่ เช่น วางแจกันให้ห่างจากขอบ 2 ข้างเท่าๆ กัน 
- คิดนับหรือทำซ้ำๆ เกี่ยวกับตัวเลข เช่น ดูป้ายทะเบียนรถจะต้องเอามารวมกัน ลุกขึ้นต้องตบเก้าอี้ 3 ที

- คิดซ้ำๆ หรือมีภาพขึ้นมาในจินตนาการซ้ำๆ ในเรื่องที่ตนเองเห็นว่าน่ารังเกียจหรือเป็นเรื่องผิด ซึ่งมักเป็นเรื่องทางเพศ ความก้าวร้าว หรือเกี่ยวกับศาสนา เช่น  ทุกครั้งที่เห็นอะไรสีเหลืองจะเกิดความคิดต่อว่าพระพุทธเจ้า  คิดย้ำๆ ด่าว่าบุพการีที่ตนเองเคารพ
- ทิ้งของไม่ได้  เสียดาย ทิ้งของไม่ได้แม้จะเป็นของที่คนอื่นเห็นว่าไม่สำคัญ เช่น ขวด ถุง หนังสือพิมพ์ สมุดเก่าๆ ยางรัด จะอึดอัดใจทุกครั้งที่จะต้องทิ้งอะไร เลือกไปมาเป็นเวลานาน แต่ในที่สุดก็ทิ้งอะไรไม่ได้ จนของรกเต็มบ้าน

ฯลฯ

คนเราปกติก็อาจมีความคิดหรือพฤติกรรรมเช่นนี้ได้ แต่ในผู้ป่วย OCD อาการเหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก ผู้ป่วยพยายามฝืนสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มักผืนไม่ได้ เสียเวลาไปกับความคิดหรือพฤติกรรมค่อนข้างมากในแต่ละวัน (มากเกินกว่าวันละ 1 ชั่วโมง)
 

การวินิจฉัย (เพิ่มข้อความ)

A. มีลักษณะอาการดังนี้ 

อาการย้ำคิด (obsession) มีความหมายตามข้อ (1), (2), (3), และ (4): 

( 1) มีความคิด ความต้องการ หรือมโนภาพที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และคงอยู่ตลอด และในช่วงใดช่วงหนึ่งของความผิดปกติ ผู้ป่วยรู้สึกว่าลักษณะดังกล่าวรบกวนตนเองและไม่เหมาะสม และก่อให้เกิดความวิตกกังวล หรือความทุกข์ใจอย่างมาก 

(2) ความคิด ความต้องการ หรือมโนภาพนี้ มิได้เป็นเพียงความกังวลมากเกินควรต่อปัญหาที่มีอยู่จริง 

(3) ผู้ป่วยพยายามเพิกเฉย หรือเก็บกดความคิด ความต้องการ หรือมโนภาพที่เกิดขึ้น หรือหักล้างโดยความคิดหรือการกระทำอื่น ๆ 

(4) ผู้ป่วยตระหนักดีว่าความคิด ความต้องการ หรือมโนภาพที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ นี้ มาจากจิตใจของตนเอง (มิได้ถูกสอดแทรกโดยเดิมไม่เคยคิดมาก่อนเลย ดังใน thought insertion) 

อาการย้ำทำ (compulsion) มีความหมายตามข้อ (1), (2), (3), และ (4): 

(1) พฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ (เช่น การล้างมือ การจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ การตรวจดูสิ่งต่าง ๆ) หรือกิจกรรมทางจิตใจที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ (เช่น การสวดมนต์ การนับ การคิดคำในใจซ้ำ ๆ ) ซึ่งผู้ป่วยรู้สึกว่าจำเป็นต้องทำเพื่อตอบสนองต่อการย้ำคิด หรือ เป็นไปตามกฎซึ่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด) 

(3) พฤติกรรม หรือกิจกรรมทางจิตใจมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันหรือลดความทุกข์ทรมาน หรือป้องกันเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่น่ากลัวบางอย่าง ; อย่างไรก็ตาม พฤติกรรม หรือกิจกรรมทางจิตใจ ไม่ได้เกี่ยวโยงตามความเป็นจริงกับสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการหักล้างหรือป้องกัน หรือเห็นได้ชัดว่ามากเกินควร 

B. ณ เวลาใดเวลาหนึ่งของการดำเนินโรคนี้ ผู้ป่วยตระหนักว่าอาการย้ำคิด หรืออาการย้ำทำ  นี้ เป็นมากเกินหรือไม่มีเหตุผล หมายเหตุ: กรณีนี้ไม่ใช้สำหรับเด็ก 

C. อาการย้ำคิด  หรืออาการย้ำทำ ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน และเสียเวลาไปมาก (มากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน) หรือรบกวนต่อกิจวัตรตามปกติ การงาน (หรือการเรียน) หรือการเข้าสังคมหรือสัมพันธภาพทางสังคมอย่างมาก 

D. ไม่ได้เป็นโรคอื่น ที่อาจพบมีลักษณะย้ำคิด หรือย้ำทำ เป็นบางเรื่องโดยเฉพาะได้ (เช่น การหมกมุ่นในเรื่องของอาหาร โดยเป็น Eating Disorders; การดึงผม โดยเป็น Trichotillomania; การจดจ่ออยู่กับเรื่องรูปร่าง โดยเป็น Body Dysmorphic Disorder; การหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องการใช้สาร โดยเป็น Substance Use Disorder; การหมกมุ่นต่อการมีโรคที่ร้ายแรง โดยเป็น Hypochondriasis; การหมกมุ่นเรื่องความกำหนัด หรือจินตนาการทางเพศ โดยเป็น Paraphilia; หรือ การครุ่นคิดแต่เรื่องความผิดของตนเอง โดยเป็น Major Depressive Disorder) 

E. ความผิดปกตินี้มิได้เป็นจากผลโดยตรงด้านสรีรวิทยาจากสาร (เช่น สารเสพติด ยา) หรือจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย 

 การดำเนินโรค

ประมาณสองในสามของผู้ป่วยเริ่มมีอาการก่อนอายุ 25 ปี อายุเฉลี่ยเมื่อเริ่มมีอาการ 20-22 ปี อาการมักเรื้อรัง โดยมากจะมีอาการมากเป็นช่วงๆ

สาเหตุ

1. พบว่าผู้ป่วยมีการทำงานของสมองเพิ่มขึ้นในสมองส่วน orbitofrontal cortex, cingulate cortex และ head of caudate nucleus ทั้งนี้บริเวณเหล่านี้อาจรวมกันเป็นวงจรที่มีการทำงานมากเกินปกติในผู้ป่วย OCD

2. ในด้านระบบประสาทสื่อนำประสาทเชื่อว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติในระบบซีโรโตนิน (serotonin) ทั้งนี้โดยมีการศึกษาพบว่าเมื่อให้สารที่เป็นเพิ่มซีโรโตนินแก่ผู้ป่วย OCD พบว่า ผู้ป่วยมีอาการมากขึ้น

3. ทฤษฎีการเรียนรู้ เชื่อว่าการเกิดภาวะเงื่อนไขมีบทบาทสำคัญในการเกิดอาการทั้งอาการย้ำคิดและย้ำทำ การรักษาโดยใช้วิธีพฤติกรรมบำบัดเป็นการเข้าไปขจัดภาวะเงื่อนไขที่เกิดขึ้น

การรักษา
การรักษาด้วยยา

1. ยาแก้ซึมเศร้า ยาที่รักษาได้ผลดีใน OCD เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อ ระบบซีโรโตนิน เช่น clomipramine และยาในกลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRI) ทุกตัว ได้แก่  fluoxetine และ fluvoxamine (เพิ่มข้อความ .. paroxetine, sertraline และ escitalopram)

1.1 clomipramine เริ่มต้นให้ขนาด 25 มก.ต่อวัน ปรับขนาดยาได้จนถึง 150-200 มก.ต่อวัน ควรให้ยาส่วนใหญ่ในตอนเย็นหรือก่อนนอน พบว่าโดยมากผู้ป่วยทนฤทธิ์ข้างเคียงจากยาขนาดสูงไม่ได้

1.2 fluvoxamine เริ่มต้นให้ขนาด 50 มก. ต่อวัน แล้วค่อยๆเพิ่มยาจนได้ขนาด 150-300 มก.ต่อวัน อาการข้างเคียงที่อาจพบได้แก่ คลื่นไส้ มือสั่น ง่วงซึม

1.3 fluoxetine เริ่มให้ขนาด 20 มก.ต่อวันในตอนเช้า อาจเพิ่มขนาดถึง 40-60 มก.ต่อวัน อาการข้างเคียงที่อาจพบได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ

ยา clomipramine อาจได้ผลดีกว่ายากลุ่ม SSRI  แต่ก็มีข้อจำกัดคืออาการข้างเคียงมาก ฤทธิ์ในการรักษาอาการอาจเห็นผลชัดหลังจากสัปดาห์ที่ 4 และอาการที่ดีขึ้นนั้นไม่ถึงกับไม่มีอาการเลยทีเดียว ผู้ป่วยมักกลับมามีอาการอีกได้บ่อยหลังจากหยุดยา อย่างไรก็ตามพบว่าคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นมาก สามารถเข้าสังคมได้ ความทุกข์ทรมานจากอาการลดน้อยลง

2. ยาคลายกังวล ในผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลอยู่สูงอาจใช้ยาในกลุ่ม benzodiazepine ในระยะสั้นๆ ยาในกลุ่มนี้ไม่มีผลในการรักษาอาการย้ำคิด หรืออาการย้ำทำ

 การรักษาวิธีอื่น

การรักษาที่ได้ผลดีคือ พฤติกรรมบำบัด โดยให้ผู้ป่วยเผชิญกับสิ่งที่ทำให้เขากังวลใจและมิให้ตอบสนองย้ำทำตามที่เคยกระทำ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มักล้างมือ ก็ให้จับของที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าสกปรก ให้รออยู่ช่วงหนึ่งจึงอนุญาตให้ล้างมือ การฝึกจะทำตามลำดับขั้น เริ่มจากสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึกกังวลน้อยไปหามาก และระยะเวลาที่ไม่ให้ล้างมืออาจเริ่มจาก 10-15 นาที ไปจนเป็นชั่วโมง หากการรักษาได้ผลผู้ป่วยจะกังวลน้อยลงเรื่อยๆ จนสามารถจับสิ่งต่างๆ ได้โดยไม่ต้องรีบไปล้างมือดังก่อน

การรักษาโดยวิธีนี้ได้ผลค่อนข้างดี โดยพบว่าแม้หลังจากหยุดรักษาแล้วก็ยังคงผลอยู่นาน หากมีอาการก็มักไม่รุนแรงเท่าเดิม   ผลการรักษาจะดีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ ความชำนาญของผู้รักษา ความร่วมมือของผู้ป่วย และครอบครัวของผู้ป่วยจะต้องให้ความร่วมมือด้วย เพราะนอกจากจะฝึกทำขณะพบผู้รักษาแล้วผู้ป่วยยังต้องฝึกที่บ้านด้วยเช่นกัน

 แนวทางในการรักษา

อย่าบอกให้ผู้ป่วยหยุดทำหรือหยุดคิดซ้ำๆ การบอกใช้ไม่ได้ผล ก่อนจะมาพบแพทย์ผู้ป่วยใช้วิธีการมาแทบทุกชนิดแล้วแต่ไม่ได้ผล

การรักษาไม่ควรใจร้อน อาการของผู้ป่วย OCD มักจะค่อยๆ ดีขึ้น อาจไม่เร็วอย่างที่คิด โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยจะสังเกตว่าความกลัดกลุ้มและกังวลใจลดน้อยลง ต่อมาระยะเวลาที่ใช้ในการย้าคิดหรือย้าทำก็จะลดน้อยลง ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองสามารถฝืนความอยากกระทำของตนเองได้มากขึ้น ผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาอาการจะดีขึ้นร้อยละ 50-70 ส่วนใหญ่แล้วการตอบสนองจะเห็นผลเต็มที่ในปลายเดือนที่สาม

ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงหรือมีผลกระทบมาก เมื่อผู้ป่วยอาการดีขึ้นระดับหนึ่งแล้ว ควรคงยาไว้ระยะหนึ่ง ขนาดยาจะลดลงจากขนาดที่เคยใช้ขณะที่อาการยังมากอยู่ โดยทั่วไปให้ยานานประมาณ 1 ปี การลดยาควรลดขนาดลงอย่างช้าๆ เช่น ลด clomipramine 50 มก. ทุก 2 เดือน

 ตัวอย่างผู้ป่วย
สอน อายุ 25 ปี มาพบแพทย์เนื่องจากอยากหายจากอาการทำซ้ำๆ เขาให้ประวัติว่าตนเองดำเนินกิจการร้านอาหารมาได้ประมาณ 3 ปี โดยเปิดใกล้ศูนย์การค้า กลางคืนหลังเลิกงานจะให้คนงานเฝ้าร้าน ส่วนตนเองกลับมานอนที่บ้าน

ประมาณ 1 เดือนก่อน ขณะกลางคืนเกิดไฟไหม้จากคนงานปิดเตาแก๊สไม่หมด แต่เสียหายไม่มากเนื่องจากมีคนช่วยดับไว้ทัน หลังจากนั้นทุกครั้งที่ปิดร้าน ตนเองจะต้องไปตรวจดูว่าคนงานปิดแก๊สแล้วหรือยัง บางครั้งไปดูซ้ำๆ ถึง 10 ครั้ง บางคืนขณะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเกิดความไม่แน่ใจขึ้นมาว่าได้ตรวจเตาแก๊สครบหมดทุกเตาแล้วหรือยัง จนต้องขับกลับไปตรวจดูใหม่อีก

ช่วง 1 สัปดาห์นี้อาการเป็นบ่อยขึ้น ตอนกลางวันก็ต้องคอยไปตรวจดู เขาทราบว่าตนเองกังวลมากเกินเหตุ เพราะตรวจครั้งเดียวก็น่าจะพอ แต่พอตรวจเสร็จ สักครู่ก็เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาอีกว่าปิดหมดแน่แล้วหรือยัง ความไม่สบายใจนี้มีมากจนต้องกลับไปดูอีก ทั้งๆ ที่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เขาให้ประวัติเพิ่มเติมว่าเคยมีอาการคล้ายๆ กันนี้ตอนช่วงวัยรุ่น ครั้งนั้นเป็นหลังจากต้องสอบซ่อมหลายวิชา มีความกังวลว่ามือสกปรก ล้างมือวันละ 20-30 ครั้ง เคยรักษากับจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ผู้รักษาให้การวินิจฉัยว่าเป็น obsessive compulsive disorder ให้การรักษาโดย clomipramine อาการผู้ป่วยดีขึ้นจนกลับสู่ปกติภายใน 3-4 เดือน

(นพ.มาโนช หล่อตระกูล, นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์)

----------------------------------------------------------

เพิ่มเติม 4 กค 2555

ศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยย้ำคิดย้ำทำ
(Obsessive-Compulsive Disorder Treatment Center)
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

 ทางภาควิชาจิตเวชศาสตร์ได้เห็นความสำคัญของการให้บริการการรักษาและศึกษาวิจัยในโรคย้ำคิดย้ำทำ จึงได้มีโครงการจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder Treatment Center) โดยมุ่งเป็นศูนย์กลางในการให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ในระดับประเทศ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของจิตแพทย์ แพทย์ และบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและญาติ ช่วยลดผลกระทบทางด้านจิตใจ การทำงาน การใช้ชีวิตของผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด

รูปแบบบริการ เป็นการให้บริการตรวจรักษา ให้คำปรึกษารายบุคคลและแบบกลุ่ม
สถานที่ แผนกตรวจผู้ป่วยนอก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ช่วงเวลาให้บริการ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 – 15.00 น.
เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป

กณฑ์ผู้ป่วยที่จะเข้ารับบริการ 
1. เป็นผู้ป่วยย้ำคิดย้ำทำ (obsessive-compulsive disorder)
2. อายุ 18 ปีขึ้นไป
3. สมัครใจ

โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผ่านจิตแพทย์เจ้าของไข้ที่ท่านรักษาอยู่เป็นประจำ หรือในกรณีผู้ป่วยใหม่สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล แผนกตรวจผู้ป่วยนอก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร 02-2011235, 02-2011245

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โรคทางจิตเวช-สุขภาพจิต

คำสำคัญ (Tags)#จิตเวช#ocd#obsessive compulsive disorder#โรคย้ำคิดย้ำทำ

หมายเลขบันทึก: 104540, เขียน: 19 Jun 2007 @ 13:58 (), แก้ไข: 11 Dec 2012 @ 13:36 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 6, ความเห็น: 234, อ่าน: คลิก


ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
เอก
IP: xxx.207.163.54
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับที่ช่วยตอบกระทู้ 123 ให้ วันนี้ผมไปทำเรื่องเบิกจ่ายตรงที่ รพ. จิตเวช โคราช แล้ว อีกเดือน นึง คงได้รักษา สู้ต่อไป 5555

IP: xxx.206.242.175
เขียนเมื่อ 

เมื่อก่อนก็เป็นเป็นมากด้วยค่ะ คือ ทำอะไรต้องนับเช่นบ้วนปากแปรงลิ้น 5 ครั้ง ย้ำคิดย้ำทำมากจนรำคาญตัวเอง ยังเคยดิดว่าเป็นคนเดียวในโลกเลยที่เป็นแบบนี้ ที่บ้านก็รักษาตั้งแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไสยศาสตร์ แต่ไม่มีอะไรดีขึ้นค่ะ จนได้เจอหมอที่ช่วยเราได้มากค่ะ

ที่วิชัยยุทธ อยากบอกว่าหมอชื่อ พงศธร แผนก จิตเวช เก่งมากค่ะ ตอนนี้ชีวิตก็ดีขึ้นมากค่ะ ไม่ย้ำคิดและนับทุกสิ่งเหมือนก่อน คือเป็นน้อยลงมากค่ะ อยากบอกทุกความเห็นว่าทุกอย่างแก้ไขได้ค่ะ อย่าท้อแท้

ที่โพสมาหนูป็นทุกอย่างเลยตั้งแต่เด็กๆจนตอนนี้ 30 แล้วค่ะ อาการเหล่านี้ก็ดีขึ้นมากจนเกือบหายแต่ต้องกินยาตลอดนคะ

แล้วหนูยังเป็นซึมเศร้าอีก กลัวจะเป็นโรคต่างๆมากมาย(ทุกโรค55) แม่และครอบครัวหนูเครียดจนไม่ไหวไม่รู้ลูกเป็นอะไร

แต่ตอนนี้ไม่เครียดมากแล้วค่ะเป็นเพราะยาที่กินได้ผลดีมาก ลองปรึกษาหมอดูนะคะ ช่วยได้จริงๆ สุดท้ายอยากบอกว่ามันเป็นมาจากความกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นค่ะลองคิดดูดีๆว่าเราย้ำคิดย้ำทำเพราะกลัวเหตุการณ์ข้างหน้าจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีกับเราค่ะ เลยเป็นโรคนี้ สุดท้ายนี้ ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านให้หายเป็นอาการนี้ทุกคนนะคะ พระเจ้ารักคุณค่ะ อยากฝากคำพูดนี้ให้ทุกคนอ่านค่ะ เราต้องมี

ดวามรัก เต็มไปด้วยความหวัง สันติสุข ไม่มีความกลัว สดชื่น มั่นคง ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไข ค่ะ

ploy
IP: xxx.8.5.183
เขียนเมื่อ 

และมีหมอไหนรักษาดีๆบ้างคะในกทม. รบกวนหลายๆคนช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

ขอบคุณมาก

ket
IP: xxx.9.38.103
เขียนเมื่อ 

อยากรู้จังว่าโรดแบบนี้รักษามีค่าใช้จ่ายเท่าไร นานไหมจะหาย บัตรประกันสังคมรับหรือไม่ใครรู้ช่วยบอกทีนะ

ไม่แสดงตน
IP: xxx.205.89.26
เขียนเมื่อ 

ตอบคุณ ket ค่าใช้จ่ายในการรักษาขึ้นกับว่าใช้ยาอะไรค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ก็มียาราคาไม่แพงแต่ใช้ได้ผลก็เยอะนะคะ นานไหมกว่าจะหายขึ้นกับคนไข้ค่ะ ส่วนใหญ่ถ้ากินยาอย่างเดียวก็เป็น 1-2ปีค่ะ จากนั้นค่อยๆลดยา จนคุมอาการได้ก็ไม่ต้องใช้ยาแล้วค่ะ แต่ถ้าอาการยังมีอยู่อาจต้องใช้ยาต่อไปอีกค่ะ จนกว่าอาการจะดีขึ้นส่วนใหญ่แพทย์มักแนะนำให้ใช้พฤติกรรมบำบัด ร่วมด้วยถึงจะได้ผลและผลในการรักษาจะยั่งยืนกว่าการใช้ยาอีกค่ะ แต่ถ้าอาการเป็นมากแล้วไม่สามารถใช้พฤติกรรมบำบัดได้ก็ต้องให้กินยาก่อนค่ะ ถ้าพออาการดีขึ้นบ้างแล้วค่อยมาใช้พฤติกรรมบำบัดร่วมด้วยค่ะ สิทธิ์การรักษา เป็นบัตรประกันสังคมก็ใช้ได้นะคะแต่เวลานำใบเสร็จไปเบิกค่ารักษาต้องระบุโรคด้วยค่ะ

คนขี้สงสัย
IP: xxx.123.224.233
เขียนเมื่อ 

หนูคิดว่าหนูเป็นโรคยำ้คิดยำ้ทำ แม่หนูก็เป็นโรคนี้เช่นกัน แต่หนูไม่ค่อยขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะพ่อแม่ไม่ได้เชื่อมาก แต่นอกนั้นก็คล้ายๆ แล้วแต่ช่วงว่ายำ้อะไร ช่วงหนึ่งหนูย้ำเรื่องความสกปรกเพราะเรียนวิชาสุขศึกษาหนูก็ย้ำล้างมือมาก ช่วงหนึ่งเรียนวิทยาศาสตร์เรื่องอาการท้องผูก หนูก็บ่นกับพ่อว่าหนูทำไมไม่ถ่ายทุกวัน พยายยามเข้าห้องนำ้ทุกเช้า ช่วงหนึ่งหนูก็ดูโฆษณาว่าต้องกินน้ำวันละ๘แก้ว หนูก็ต้องไปซื้อนำ้ขวดทุกเที่ยง ช่วงหนึ่งแม่บอกให้หนูประหยัด หนูก็ประหยัดจนมีเรื่องกับครู เพื่อนมากมาย เป็นต้น หนูรู้สึกว่ายิ่งโตก็ต้องยิ่งเป็นหนักมากขึ้น ช่วงหลังๆย้ำมากจนไม่เป็นตาอ่านหนังสือสอบเพราะมัวแต่ไปกังวลเรื่องอื่นๆ พ่อคิดว่าหนูควรทำอย่างไร อาการหนักขั้นไหนแล้วหรือค่ะหนูต้องไปกินยารึเปล่าค่ะ

บัดดี้เลิฟ
IP: xxx.8.113.205
เขียนเมื่อ 

คือหนูเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำไหมคะบางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดรคประสาททรมานมากค่ะ

เช่น ก่อนนอนก็คิดเรื่องแฟนจะนอกใจไปคุยกับใคร เวลาโทรไปแล้วไม่รับสายหนูก็คิดๆๆๆๆๆๆๆมาเป็นเดือนๆแล้วคะและร้องให้มากกก

บางครั้งถึงกับเก็บเอาไปฝันว่าทะเลาะกับแฟนหลายหนและร้องกรี๊ดว่ามึงเลิกกับกูตื่นขึ้นมาตอนเช้าเลยปรากฎว่ามันคือความฝันเราก็ตลกขำตัวเราเองมาเราเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆเลยค่ะ ตอนนี้เครียดค่ะบางทีกวาดบ้านแล้วก็ต้องกวาดซ้ำๆกลัวไม่สะอาดมีฝุ่นนิดหน่อยก็ต้องกวาดไหม่ให้สะอาดเลย เครียดมากค่ะ บางครั้งต้องนอนร้องให้คิดฟุ้งซ่านเป็นแบบนี้มาเป็นปีๆแทบไม่ต้องคิดเรื่องอะไรแล้วค่ะเรียนก็ไม่สามารกเรียนได้ปวดหัวตอนเรียนก็ยิ่งแย่สมาธิหายไปหมดเลยค่ะหนูว่าหนุ่เป็นหรือปล่าวค่ะพอจะมียาทำไห้หายจากโรคนี้บางไหมค่ะ

สาเหตุหลักๆคือ แฟนนอกใจบ่อยๆและเราจับได้จึงเกิดอาการจิตหลอนบ้าไปแล้วค่ะ

ใครมีวิธีช่วยหนูได้บ้าง ตอนนี้อายุ20 ปี

แอดมาคุยกันนะคะ

นางมยุรี รัตนดาดาษ
IP: xxx.206.163.174
เขียนเมื่อ 

อยากปรึกษาหมอเรื่องการถอนผม ลูกสาวชอบถอนผมไปรักษาก็ไม่ดีขึ้น เพราะจะถอนผมเพิ่มทุกวันจนเห็นหัวเหว่ง บางที่ กินยาที่หมอให้ก็เอาไม่อยู่ แกก็ไม่มีความอายเพื่อน ๆ น่ากลัวจังไม่รักสวยรักงามเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร

provisionboy
IP: xxx.28.33.253
เขียนเมื่อ 

ผมก็เพิ่งรู้ตัวเองว่าเป็นได้ไม่นานนี้ครับ (5 เดือน) ตอนนี้ก็อายุ 35 แล้ว ครับ เรียนจบปริญญาเอกจากเมืองนอก เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มีตำแหน่งทางวิชาการ เป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย หลังๆทำงานหนัก เครียดๆ เลยเกิดอาการย้ำคิด และวิตกกังวลกับเรื่องต่างๆ พื้นฐานก็เป็นคนเก็บกดอยู่แล้ว ช่วงที่เป็นทรมานมาก จนคิดว่าตัวเองจะเป็นบ้าแน่ๆ นอนไม่หลับ เลยหันไปนั่งสมาธิ ช่วงแรกๆก็ดี แต่นานไปเหมือนยิ่งกดความคิด (นั่งเองแบบไม่มีใครสอน) ยิ่งอาการหนักกว่าเดิม กลายเป็นว่าย้ำคิดเรื่อง การตาย (มรณสติ) กลายเป็นกลัวตายขึ้นสมอง พยายามต่อสู้อยู่ประมาณ ครึ่งปี และจะเป็หนักในช่วงทำสมาธิจนแทบทำไม่ได้ เครียด แน่นหน้าอก นอนไม่หลับ เอาไปเอามากลายเป็นการย้ำคิดเรื่องนอนไม่หลับ เลยทำให้นอนไม่หลับจริงๆ ทรมานมากครับช่วงนั้น เห็นว่ามันไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นและไม่กล้าบอกใครด้วยแม้แต่แฟนตัวเอง หลังๆไม่ไหวเลยโทรบอกพี่สาวที่บ้าน พี่สาวก็บอกว่าก็เคยเป็นพักนึง(ประมาณครึ่งปี)ช่วงอายุเท่าๆกัน (ตายหละหว่า เป็นโรคกรรมพันธ์หรือนี่) เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาลจิตเวช นั่งทำแบบสอบถาม 600 กว่าข้อ สรุปออกมาคือ เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ หมอบอกว่า คนต่างจังหวัดไม่น่าเป็น....(ซะงั้น)...หมอให้ Fluoxetin 20 mg กินสองเม็ดเช้า กับยาคลายเครียด (Lorazepam) กินก่อนนอน.....อาการดีขึ้นครับ แต่มีแกว่งๆบ้างช่วงเครียดๆ....แต่ปัญหาการนอนยากยังรบกวนอยู่บ้าง.....ช่วงนี้มีอาการย้ำคิดเรื่องการกำหนดสติลงที่การเคลื่อนไหวของกาย (จริงๆก็ไม่มีสติหรอกครับเป็นการเพ่งซะมากกว่า 5555) แต่ก็ไม่ยอมแพ้ครับพยายามกำหนดสติแบบหลวงพ่อเทียนอยู่ ล้มบ้าง ลุกบ้าง (ส่วนใหญ่จะล้ม) ก็สู้ๆไปครับ โชคดีเป็นคนชอบออกกำลังกายทุกวัน โรคทางกายเลยไม่มี(ตรวจร่างกายมาก็ปกติดีคับ) ไม่ได้เป็นหวัดกะเขามาหลายปีแล้วครับ

ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่จะเสียไปเพียงอย่างเดียว การป่วยครั้งนี้ผมได้อะไรกลับมาเยอะ จากคนไม่เคยสนใจธรรมะ ก็หันหาธรรมะ จากคนเสเพลกินเหล้า ก็ละจนจะเลิกแล้วครับ จากคนคิดมากไปซะทุกเรื่อง ก็คิดที่จะวาง จากคนที่คิดว่า ทำอะไรต้องได้ กลายเป็นว่าช่างมันเถอะ ทำดีที่สุดก็พอ ทำเหตุปัจจุบันให้มันดีก็พอ ....จากคนบ้างาน ทำงานวันละ 14-15 ชั่วโมง ก็ลดเหลือ 8 ชั่วโมงพอแล้ว ที่เหลือทำอย่างอื่นพักผ่อน

ชีวิตย่อมนำสิ่งที่ดีมาให้เราเสมอ....ถ้าไม่ถึงวิกฤติ ชีวิตก็ไม่เปลี่ยน....ในทางที่ดีขึ้น....ใช่ไหมครับ.....

filox
IP: xxx.121.120.210
เขียนเมื่อ 

ตอนนี้อายุ20กำลังจะ21ค่ะ

เราเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำมาได้หนึ่งปี นี่เข้าปีที่สอง และเป็นโรคซึมเศร้าสิบกว่าปีนับตั้งแต่เริ่มเป็นโดยไม่รู้ตัวจนไปหาหมอ

ตอนแรกเราไม่รู้ ว่าเราเป็นอะไร เพราะเศร้าตลอดเวลา เหมือนมีชีวิตอยู่ไปวันๆ ไม่อยากทำอะไร นั่งร้องไห้บ่อย ตอนเด็กๆ ก็จะมีอาการกลัวความสกปรก แต่พอเพื่อนว่าเรามากๆ ก็เลยเลิกๆ ไป

อาการปัจจุบัน เวลาออกจากบ้านก็กลัวลืมปิดไฟบ้าง เตาบ้าง คิดว่าดึงปลั๊กพัดลมหรือยัง ปิดแก๊สหรือยัง ต่างๆ นาๆ ต้องเดินเข้าไปดูอีกรอบ ทิ้งข้าวของไม่ลง ล้างมือบ่อยถ้าคิดว่าสิ่งที่จับสกปรก ซึ่งเราไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นโรค

จนเรามีอาการคิดไม่ดีต่อสิ่งที่เคารพไปในทางอนาจาร มันจะมีภาพผุดขึ้นมา เห็นก็ไม่ได้ เป็นแบบนี้ตลอด แรกๆ ก็ไม่เท่าไหร่ ถ้าไม่เห็นไม่เป็นไร แต่พอช่วงหลังๆ ไม่เห็นก็คิด เราพยายามสู้กับมันมากๆ ไม่คิดๆๆ ทุกข์ทรมาน อาการเหมือนคนหัวใจสลาย นั่งร้องไห้เพราะมันทุกข์ใจมากๆ ทรมานใจสุดๆ คราวนี้เริ่มมีอาการตื่นกลัว หูแว่ว เห็นอะไรดำๆ วิ่งไปมาบ้าง

ในที่สุดเราก็ไปหาหมอค่ะ(อาการหูแว่ว เห็นอะไรดำๆ หรือกลัวหายไปแล้ว) และเล่าทุกอย่างให้หมอฟัง ทั้งอาการที่เป็น ทั้งเรื่องสมัยเด็กจนโต(หมอถาม) ซึ่งเราคิดในตอนนั้นว่า เราปกติ หมออาจจะบอกว่าเราคิดมากไปให้กลับบ้านไปนอน แต่ปรากฏว่าหมอบอกอาการเรามาค่ะ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เราเป็นมากๆ

เขาบอกว่าเราเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ และมีอาการซึมเศร้าด้วย

เราเพิ่งจะเริ่มรักษาได้อาทิตย์เดียวค่ะแต่ที่เรามาเขียน เพราะอยากเป็นกำลังใจให้คนที่เป็น ว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียวนะคะ คือเราตอนยังไม่เจอเวปนี้เราทุกข์มากค่ะ ทรมานมาก เราไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนี้ คนอื่นเขาก็ไม่ได้เป็น พอได้มาอ่านทุกความเห็นเราก็รู้ว่าไม่ใข่แค่คนเดียวที่เป็น รู้สึกดีและมีกำลังใจมากขึ้น

ส่วนใครที่คิดว่าตัวเองเป็นหรือสงสัยข้องใจ ไปพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ ทุกโรงพยาบาล มีแพทย์จิตเวชทั้งนั้นค่ะ แต่อาจจะเข้าเป็นบางวัน เพราะไม่ใช่โรงพยาบาลเฉพาะ เราแนะนำให้โทรไปสอบถามทางโรงพยาบาลที่ไปสะดวกหรือไปประจำว่ามีหมอทางจิตเวชหรือไม่ หมอเข้ากี่โมง มาวันไหน หมอชื่ออะไร ผู้หญิงผู้ชาย หรือคุณอาจจะระบุไปเลยว่าอยากพบหมอผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะการรักษาต้องพบแพทย์บ่อยค่ะ ไม่ได้ไปรักษาเหมือนเราเป็นหวัด

นี่เป็นสิ่งที่เราประสบกับตัวเองมา อยากให้คนที่กำลังข้องใจหรือว่าเป็นแล้วไปหาหมอค่ะ เอาพ่อแม่พี่น้องไปเป็นเพื่อนก็ได้ อย่ารอให้มันเป็นหนักๆ เลยค่ะ ที่เราออกมาพูดไม่ใช่ว่าเราดีแล้วสบายแล้ว แต่เราเข้าใจว่าคนที่เป็นมันทุกข์ทรมานมากๆ ค่ะ บอกใครก็ไม่มีใครเข้าใจ พูดไปสิบรอบแต่คนฟังกลับหาว่าเราคิดไม่ดี ฉะนั้นไปหาหมอดีที่สุดค่ะ ให้หมอวินิฉัย

ruth
IP: xxx.53.188.134
เขียนเมื่อ 

หนูก็เป็นโรคนี้ค่ะ มันทรมานมากเลย

หนูเป็นโรคที่แบบ กลัวของตก กลัวมือสกปรก

กลัวนู่นกลัวนี่ คิดมากไปหมดเลย

อยากหายไวๆค่ะ คิดว่าชีวิตนี้คงจะไม่หายแน่เลย

พึ่งรู้ว่าที่ทำคือโรคชนิดหนี่ง
IP: xxx.84.56.2
เขียนเมื่อ 

เราเป็นคนหนี่งที่ ชอบทำอะไรซ้ำๆ ทั้งที่พึ่งไหว้พระไป กลับคิดว่ายังไม่ได้ไหว้ ต้องลุกขึ้นมาไหว้ใหม่ บางวันกว่าจะได้นอนต้องไหว้หลายๆที จนแฟนถามว่าทำอะไร ทำไมต้องไหว้หลายๆที ซึ่งเราเองก็ตอบไม่ได้ และตอนนี้กำลังท้องอยู่ยิ่งเป็นหนักกว่าเดิม ชอบคิดบางทีไม่อยากคิดแต่บังคับให้สมองไม่คิดไม่ได้ บางทีกำลังขอพร สมองเราเองก็คิดเห็นแต่สิ่งไม่ดี ทั้งๆที่ขอพรดี สมมติว่า ขอพรว่าให้ลูกออกมาร่างกายแข็งแรงแต่แว็บนึงก็คิดเห็นภาพเด็กที่ไม่แข็งแรง เราก็ต้องขอพรเดิมซ้ำๆอีกที ว่าขอให้ลูกแข็งแรง เป็นอย่างนี้ทุกวันเว้นแต่วันใหนที่เผลอนอนหลับ มันทรมานมากจิงๆนะคะ สงสารตัวเองที่สุดเลย

โม
IP: xxx.8.146.201
เขียนเมื่อ 

ถึงคุณ filox [IP: 124.121.120.210] 
25 มกราคม 2554 16:09 

 

เคยมีอาการแบบเดียวกันเมืิ่อสี่ปีที่แล้วค่ะ และสามารถเอาชนะได้ และตอนนี้หายเป็นปกติ สบายและโล่งมาก ถ้ายังไงต้องการคำปรึกษา เมลล์มาได้นะคะ [email protected]

เคล็ดลับที่ทำให้หาย คือเราต้องไม่พยายามไปแก้มันค่ะ  เมื่อเราคิดขึ้นมาให้กำหนดว่า คิดหนอ...ที่มันทำให้เราทุกข์ เพราะ เราปักใจและเชื่อว่า ความคิดนี้เป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรทำ เราผิดที่คิด วิธีแก้ คือ ให้มองว่ามันเป็นแค่ความคิดที่ลอยอยู่ในหัว คิดแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้ติดอยู่กับตัวเรา  เมื่อ เรามองว่า ความคิดนี้ หรือภาพนี้ เป็น "กลางๆ" เป็นแค่กลุ่มก้อนความคิดหนึ่ง ไม่มีปัญญัติว่าดีหรือร้าย...ความกังวลซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการย้ำคิดย้ำทำ จะหายไป แล้วซักสามสี่วัน จะโล่งขึ้นมาก จนหายสนิทในที่สุด  

และ สำคัญมากกกคืนะคะคือ อยู่กับปัจจุบันค่ะ ไม่ต้องกังวลว่ามันจะคิดอีก

ขอให้โชคดีค่ะ

โม

มน
IP: xxx.121.244.251
เขียนเมื่อ 

ผมเพิ่งเห็นโฆษณาใน tvว่า ThaiPBS วันพฤหัสที่ 3 กพ. 54  นี้เวลา 2 ทุ่มครึ่ง ? รายการ sponge จะมีวิธีการแก้อาการย้ำคิดย้ำทำ ยังไงก็ลองดูกันนะครับ

คนมันเครียดอ่ะ
IP: xxx.183.160.223
เขียนเมื่อ 

รู้สึกว่าตัวเองเป็นโรคแบบนี้มาเกือบจะปีนึงแล้ว

จากสิ่งที่เรานับถือ  สิ่งที่เรารัก  และชีวิตที่เคยมีแต่ความสุข

ตอนนี้แทบจะไม่มีอีกแล้ว

ไม่ว่าจะมองอะไรก็ตามที่เราเห็น  ผมมองว่ามันไม่ดีไปหมด

เวลาหยิบจับของ หรือวางอะไร ต้องรู้สึกว่าสิ่งๆนั้น อยู่ตรงกลางตลอด

สิ่งที่นับถือ ผมก็คิดว่าเกลียด คิดหยาบคาย

แม้แต่ผู้มีพระคุณ เราก็คิดว่าเราไม่นับถือเค้า

มีแฟน จะทำอะไรกับแฟน หรือมองหน้าแฟนเรา 

เราก็คิดเป็นคนอื่นไปซะหมด  แฟนเสียใจมาก  และผมก็เสียใจ

ที่ทำไม จากที่เคยดี ๆ ตอนนี้มันเหมือนมีอะไรมาควบคุมความคิด จินตนาการเราเอาไว้

แทนที่จะเป็นตัวเรา แต่กลับรู้สึกว่า มันเหมือนไม่ใช่ตัวของตัวเอง

บางครั้งอยากจะฆ่าตัวตาย จะได้ไม่ทรมานแบบนี้อีก (ไม่รู้เวรกรรมหรือเปล่านะ)

ผมต้องทำยังไงบ้าง อยากจะหยุดคิด แต่ก็ทำยากเหลือเกิน 

ต้องทำยังไง อาการแบบนี้ถึงจะดีขึ้น

ต้องใช้ยาช่วยหรือเปล่า ? 

ตอนนี้ผมอยากให้ชีวิตกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่มาจมกับความทุกข์ทรมานแบบนี้

ผมไม่อยากเป็นตลอดชีวิต ผมกลัวว่า หากวันหนึ่งผมทนไม่ไหว ผมยอมแพ้มัน

ผมอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเลยก็ได้

 

ช่วยบอกผมที ผมต้องทำยังไงถึงจะชนะอาการพวกนี้

 

 

 

ถึงคุณข้างบน
IP: xxx.8.139.132
เขียนเมื่อ 

ถึงคุนข้างบน

 

อย่าเพิ่งท้อใจไปค่ะ  ดิฉันเคยเป็นแบบคุณและเคยทรมานอยากฆ่าตัวตายเช่นกัน

ขณะนี้อาการเหล่านั้นหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว โดยไม่ต้องมียา ไม่ต้องไปหาหมอใดๆทั้งสิ้น

ประเด็นของโรคนี้ และวิธีที่ดิฉันหาย  ก็เพียงแค่ "ไม่สนใจ" มันค่ะ  คือมันอาจจะเข้าใจยากแต่ทีแรก  ที่คุณเศร้า และคุณทรมานเกี่ยวกับ"ความคิด" เป็นเพราะคุณไปยึดว่ามันไม่ดีไงคะ  ไปยึดว่า คำๆนี้ เป็นคำหยาบ ทำแบบนี้ไม่มี พอเกิดคุณทำขึ้นมาจริงๆ มันก็เลยทุกข์

วิธีคือ มองแค่มันคือความคิด  ไม่ต้องพยายามแก้ใข ไม่ต้องพยายามหยุดความคิด แค่ปล่อยให้มันคิด และมองเป็นกลางๆว่า มันก็แค่ความคิด ไม่ได้มีความหมายแง่ร้ายหรือดี พอความกังวลว่า คุณจะคิดอะไรแย่ๆอีก หายไป....อาการก็จะบรรเทาลง ทุกอย่างจะคลายตัวเองค่ะ

อยากหาย
IP: xxx.67.74.172
เขียนเมื่อ 
เป็นอยู่เหมือนกันครับ อาการของผมคล้าย ๆ กับของคุณ k. กับ คุณ เนย มาก ๆ ทรมานมากครับตอนเป็น ผมเริ่มเป็นตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว จนตอนนี้ก็ 30 กว่าแล้ว เคยมีช่วงที่หายอยู่พักนึง ช่วงที่เป็นหนัก ๆ ก็มีหลายช่วงเลย ในช่วงประมาณ ม.3 บวกลบปีสองปี เป็นหนักมาก ๆ ครับ ที่ว่าคล้ายกับคุณ k. ก็ตรงเรื่องปิดเปิดประตู ผมก็เป็นเช่นนั้นครับ คือระหว่างปิดเปิดประตูจะมีความคิดเรื่องไม่มีแทรกเข้ามา เราต้องคิดเรื่องดี ๆ เพื่อเป็นการหักล้างอยู่ตลอด  จะต้องเดินเข้าเดินออกอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะคิดเป็นเรื่องดี ๆ ได้    เรื่องเวลา ทุกครบรอบชั่วโมง เช่น เวลา 09.00 น. พอเข้าเวลานี้ถ้าความคิดเป็นเรื่องไม่ดีหรือมีจินตนาการในเรื่องที่เลวร้ายขึ้นมาละก็  จะต้องรอชั่วโมงต่อไป นั่นคือ 10.00 น. พอถึงตอนนั้นก็ต้องคิดหรือจินตนาการเรื่องดี ๆ ให้ได้ และกว่าจะถึงเวลานั้น ก็จะไม่ทำอะไรเลย (ไม่กินข้าว,ไม่กินน้ำ,ไม่ดูทีวี ฯ ) จนกว่าจะถึงเวลาที่จะแก้เป็นเรื่องดี ๆ  และถ้าถึงเวลาแล้ว ยังคิดเรื่องดี ๆ ไม่ได้ ก็ต้องรอต่อไปนั่นคือ 11.00 น.  ถ้ายังคิดไม่ทันอีก ก็ต้องรอไปเรื่อย ๆ เชื่อไหมครับ เคยมีวันที่ผมทำไม่ได้ กว่าจะได้กินข้าวมื้อแรก ก็ 20.00 เข้าไปโน่น  และระหว่างนั้นก็ไม่ทำอะไรเลยนะครับ   เป็นหนักครับ  แม้แต่ตอนลุกจากที่นอนตอนเช้า  ก็ต้องคิดให้เป็นเรื่องดี ๆ ครับ (เรื่องนี้ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นอยู่ ) ถ้าเวลาลุกขึ้นแล้วมีมโนภาพเรื่องไม่ดีเข้ามาละก็  ต้องล้มตัวลงไปนอนใหม่ ( ตอนเข้านอนก็เป็นเช่นกัน ) จนกว่าจะจินตนาการเรื่องดี ๆ ตอนลุกหรือเข้านอนได้ 
พอมาเรียนอุดมศึกษา  ก็มีแฟน ช่วงอยู่กับแฟนกับเพื่อน ๆ ไม่เป็นครับ หรือเป็นก็ไม่เป็นหนัก แบบเบา ๆ ก็เช่น เวลาใส่เสื้อผ้าแล้วคิดเรื่องไม่ดี ก็ถอดออกแล้วใส่ใหม่ ก็ไม่บ่อยครับ มาก ๆ ก็แค่ 3-5 รอบ
เหนื่อยครับ  ถ้าใครไม่เป็นไม่รู้  ผมเข้าใจเลย ใครที่เป็นแบบนี้ มันน่าสงสารครับ บางครั้งเราก็กลัวอะไรแบบที่ไม่มีเหตุผล  เช่น ถ้าเราไม่แก้หรือไม่คิดเรื่องดี ๆ เพื่อหักล้างกับความคิดหรือมโนภาพแย่ ๆ ได้ ก็กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบที่เราคิด กับคนหรือบุคคลที่เรารักหรือรู้จัก  จึงต้องแก้ไขคิดเรื่องดี ๆ ให้ได้  ไม่ว่าจะทำสักกี่ครั้ง ก็ต้องทำ เคยเป็นนะครับ ถึงขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว จะออกไปนอกบ้านละ  ได้ยินเสียงหรือเจอข่าวไม่ดีจากในทีวีขึ้นมาละก็  ต้องย้อนกลับไปอาบน้ำใหม่แล้วแต่งตัวอีกรอบ และระหว่างอาบน้ำแต่งตัวต้องต้องจินตนาการเรื่องดี ๆ ทุกขั้นตอน กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวใหม่เสร็จก็ปาเข้าไป 3-4 ชั่วโมง  กว่าจะได้ทำอะไรต่อ   เฮ้อ !!! เป็นไปได้..บ้าไหมละครับ
สงสารตัวเองและสงสารทุกคนที่เป็น  หายยากเหมือนกันครับโรคนี้ มันอยู่ที่จิตและความคิดของเรา ที่ไหลและไม่อยู่นิ่ง วิ่งตลอดครับ ยากที่จะจับให้คิดเรื่องดี ๆ ได้ตลอด  ยิ่งช่วงไหนที่อยู่คนเดียว ยิ่งเป็นหนัก 
วิธีแก้ไขเท่าที่ผมพอทำได้เพื่อบรรเทาอาการ(ไม่เคยใช้ยาครับ) ก็คือ อย่าอยู่คนเดียว เพราะความคิดจะฟุ้งซ่านมาก ๆ และเวลาอาการกำเริบเราทำได้แบบไม่ต้องแคร์ใครเพราะไม่มีใครรู้ นั่นก็จะทำให้เป็นหนัก    และอีกอย่างก็คือ  ต้องปล่อยวาง  นั่นคือต้องคิดให้ได้ว่า การจะเกิดอะไรคิดไม่ใช่อยู่ที่เรา มันมีหลายสาเหตุและปัจจัยผสมกัน  ไม่ใช่ว่าเราคิดไม่ดีเรื่องนั้นแล้วจะต้องเป็นแบบนั้นเพราะเรา   ก็ต้องพยายามคิดแบบนี้ครับ  เราต้องไม่ทำตามจิตเรา ต้องเอาชนะที่จะทำอะไรซ้ำ ๆ  ซึ่งก็ได้ผลบ้างและไม่ได้ผลบ้าง เพราะบางเรื่องมันเป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่าร้ายแรง ไม่แก้ก็ไม่สบายใจ ก็ต้องพยายามคิดเรื่องดี ๆ แก้ไขให้ได้ ถึงจะทำอะไรต่อไปได้
แต่ก็จะพยายามครับ  ต้องสู้ต่อไปครับ

 

เคยเป็นครับ
IP: xxx.121.110.245
เขียนเมื่อ 

ตอนเเรกอาการที่เป็นคือ ชอบสังเกตก๊อกน้ำว่าผมปิดน้ำ สนิดหรือยัง ผมเป็นอาการเเปลกนี้มาเกือบๆ 3 เดือน ตอนเเรกคิดว่าตัวเองบ้า คือตอนเข้าห้องน้ำ พออาบน้ำเสร็จ ก็ต้องนั่งมองก๊อกน้ำ ว่ามันปิดสนิดยัง ดูหลายๆรอบ เเต่หลังๆผมทนไม่ไหวกับการทำเเบบนี้ ผมจึงตัดใจ เมื่อเข้าห้องน้ำเสร็จ จะไม่ดูมัน ตอนเเรกๆก็รู้สึกเหมือนตัวเองขาดอะไซักอย่าง เเต่พอผ่านไป 1 อาทิตย์ ไม่น่าเชื่ออาการเเบบนี้ก็หายไปเลย ผมเเนะนำนะครับ เราต้องกล้าที่จะลืม ต้องลองผืนใจดู 1 อาทิตย์  สามารถเเก้ได้ ขอบคุณครับ

its me
IP: xxx.120.177.165
เขียนเมื่อ 

คือว่าหนูก็เป็นนะคะ คือว่าหนูเล่นเกมอะคะเเล้วหนูก็รู้จักคนนั้นทางเกมเเล้วเราก็เเลกเบอร์กับเมล เเล้วเราคุยกันมาเดือนสองเดือนคะเเม่หนูก็รู้ว่าหนูคุยกับมันเเต่เเม่ก็ตักเตือนหนูเเล้วบอกว่าไม่ต้องคุยกับมันอีกเเต่หนูดันอยากคุยกับมันอีก มาวันหนึ่งคนนั้นมันมาด่าหนูเเล้วก็ไม่คุยกับมันเลยเเล้วก็เปลี่ยนเบอร์คะ คือว่าหนูเห็นหน้ามันในmsn เเละหนูจำเสียงมันได้อะคะ เเล้วมันมาหลอนในหัวหนูมานานมากอะ มันไม่ยอมออกซะทีมีเเต่เรื่องของมันมาวนเวียนอยู่นั่นเเหละ หนูไม่ได้ชอบมันนะคะเเต่มันมาด่าหนูถึงพ่อเลยอะ เเล้วในตอนนี้ก็มีเเต่เรื่องของมันที่มันมาหลอนในหัวอะ

ทำไงดีคะช่วยหน่อยคะหนูก็เป็นย้ำคิดย้ำทำคะ T T

ด้วยใจเราเอง
IP: xxx.207.37.35
เขียนเมื่อ 

ผมก็เป็นเหมือนกันครับ แต่ตอนนี้แทบจะไม่มีอาการให้เห็นเลยครับนานๆทีจะมาทีแต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากมาย จริงอย่างที่คุณหมอบอกเลยครับผมเริ่มเป็นตอนอายุ 20 ปีพอดีเลยครับ ตอนนั้นรู้สึกแย่มากอย่างที่ทุกคนในที่นี้รู้ดีว่ามันแย่แค่ไหน สาเหตุที่สำคัญที่สุดคือ "ความกลัว" ครับ กลัวว่าความคิดการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ผิดจะมีผลในทางลบต่อตัวเรา ผมไม่ได้ไปหาหมอหรือรักษาทางการแพทย์นะครับ สิ่งที่ผมใช้รักษานั้นคือ ใจของเราเอง เราต้องคิดว่าแค่นี้ทำไมเราจะทำไม่ได้ คนอื่นเค้าโชคร้ายกว่าเรานับไม่ถ้วนในโลกนี้เป็นแสนเป็นล้าน คนยากจนจนไม่มีอะไรจะกิน คนเกิดมาพิการ คนขอทาน คนในประเทศที่อดอยาก คนที่ไม่มีความพร้อมเลยของชีวิต แล้วเค้าเหล่านั้นทำไมอยู่ได้ บางคนประสบความสำเร็จกว่าคนดีๆทั่วไปเสียอีก เราครบ32 แล้วทำไมเราจะอยู่จะสู้ไม่ได้ ทั้งที่เราพร้อมกว่าพวกเค้าตั้งเยอะ ลองไปหาอ่านประวัติคนที่ประสบความสำเร็จหลายๆท่าน ที่มีพื้นหลังที่น่าเศร้าดูสิครับจะได้มีกำลังใจในการสู้ต่อไป อย่าไปโทษตัวเองครับว่าคิดไม่ทำไม่ดี ให้คิดว่ามันเป็นของมันเองมันบังคับไม่ได้เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ตัวของเรา ถ้าเป็นตัวของเราเราต้องควบคุมมันได้สิ ปล่อยวาง.... ลองสังเกตดูว่าความคิดหรือการกระทำมันเกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด การคิดการสังเกตแบบนี้จะช่วยให้เราไม่คิดถึงเรื่องย้ำคิดย้ำทำนั้น และจะมีสมาธิอีกด้วย หาเหตุผลของมันดูแล้วไม่ช้าก็จะได้รับคำตอบของตัวมันเอง สุดท้ายนี้อยากจะฝากบอกทุกคนว่า "ใจเรานั้นสำคัญที่สุด จะสู้หรือจะถอยขึ้นอยู่กับตัวคุณ" และที่สำคัญ   อย่ากลัวความจริง 

ด้วยใจเราเอง
IP: xxx.207.37.35
เขียนเมื่อ 

อย่าลืมคิดบวกคิดในแง่ดีไว้เยอะๆนะครับ ถึงจะทำได้ยาก เราก็ฝึกคิดดีบ่อยๆ แล้วมันก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาเองตามลำดับ ยังมีสิ่งดีๆในชีวิตรอคุณอยู่อีกมากมายครับ ลองหาดู

เค
IP: xxx.8.89.68
เขียนเมื่อ 

ทำไมด้านข้างมันแหว่งอ่ะคะ อ่านไม่เข้าใจ

คือเจอลูกค้า ชอบตามของ ตามๆๆๆแล้วก็ตาม พูดแล้วว่าของกำลังมาก็ตามๆๆ ซ้ำๆๆ แล้วก็เมล์ตัวหนังสืออันโตๆมาว่าเมื่อไหร่จะมา ทั้งที่มันแค่ 7 วันเอง ก็บอกไปแล้วก็ยังตามๆๆๆ ส่งsms มาขอ Tracking Number ตอนเช้า ตอนบ่าย ส่งมาขออีกแล้ว เพิ่งเป็นลูกค้ากันหนแรก ยอมส่งSMS ไปบอกเลยว่า ไม่ขายให้แล้ว มันน่ารำคาญมาก คนอย่างนี้เป็นโรคหรือเปล่า แล้วที่เป็นนี้เป็นเด็กวัยรุ่นด้วยนะคะ ไม่ใช่คนแก่ มันทำให้อีกฝ่ายจะป่วยไปด้วยนี่สิ ประสาทเสียมากค่ะ มันแย่ตรงนี้

นิด
IP: xxx.122.129.18
เขียนเมื่อ 

สามีดิฉันเป็นโรคยำคิดยำทำกลัวความสกปรกกลัวเลือดเป็นอย่างมาก แรกๆที่เขาเป็นบุคคลิกจะเปลี่ยนไปจากเดิมมาก จะซึมนั่งไม่พูดไม่จาขับรถก็คอยหลบสิ่งสกปรกจนดิฉันจับสังเกตุได้เพราะเกือบเกิดอุบัติเหตุ ทุกวันนี้รักษาโรคนี้อยู่8 เดือนแล้วแต่การก็ยังไม่นิ่ง คนรอบข้างคือดิฉันก็ต้องรักษาตัวเองด้วยเพราะเครียดจัด แถมลูกชายก็ได้รับพันธุกรรมโรคยำคิดยำทำจากพ่อเขาด้วย ดิฉันสงสารลูกมากช่วงใดที่เครียดอาการของลูกเองก็จะกำเริบเช่นกัน บางทีดิฉันก็ท้อใจเพราะต้องรับภาระหนักเหลือเกิน โชคดีหน่อยที่ทางบ้านพอมีฐานะมิเช่นนั้นดิฉันคงไมอยู่ในโลกน้อีกแล้ว โรคนี้ทรมานทั้งผู้ป่วยและคนรอบข้างเอามากๆ เท่าที่ถามหมอบอกว่าไม่หายขาด ดิฉันโชคร้ายเหลือเกินแต่พอมาเจอข้อคิดจากพวกคุณๆก็ทำให้ดิฉันคิดว่าตัวเองยังมีเพื่อนอยู่ช่วยปลอบใจกันหน่อยนะคะ

mmm
IP: xxx.53.142.161
เขียนเมื่อ 

โอ๊ย เครียดๆๆๆๆ

หนูเพิ่งอายุ14เองค่ะ

แต่ดันมาเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ

มันทรมานมากเลย พยายามจะไม่ทำอะไรๆซ้ำ แต่มันก็อดไม่ไหวทุกที

เป็นเกือบทุกข้อที่กล่าวมาเลย

ขนาดวางผ้าไว้บนเตียงเฉยๆก็ยังจัดแล้วจัดอีก ทั้งๆที่มันก็อยู่ของมันดีอยู่แล้ว

อยากจะร้องไห้

คือรู้นะว่าทำอะไรอยู่ แต่ก็ฝืนตัวเองไม่ได้

อยากไปเป็นคนมักง่ายจัง อย่างน้อยก็มีความสุขกว่า

ไม่ต้องหวาดวะแรง ทรมานแล้วก็เครียดเหมือนที่เป็นอย่างทุกวันนี้

ทำเอาจนจะบ้า

มันหยุดคิดไม่ได้

พอเห็นพระหรือพระพุทธรูปอะไร อยู่ๆคำด่ามันก็โผล่ขึ้นมาในหัว

พยายามไม่คิดแล้วแต่มันดันคิดอีก

ทรมานจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

mmm
IP: xxx.53.142.161
เขียนเมื่อ 

อีกอย่างนึงคือเวลาถือของมีคมอะไรก็อยากเอามาตัดนิ้วตัวเอง

แทงตัวเอง

แทงคนอื่น

ทั้งๆที่ไม่อยากจะทำเลย

พยายามฝืนหรือยั้งมือไว้

อ่านหนังสือก็อ่านแต่บรรทัดเดิมๆ ข้อความเดิมๆ อ่านแล้วอ่านอีก

ทั้งๆที่อยากจะอ่านไปหน้าอื่น แต่ก็หยุดสายตาตัวเองไม่ได้

พอพิมพ์อะไรสักอย่างในคอม หนูก็จะลบตัวอักษรตัวนึงแล้วพิมพ์ตัวนั้นใหม่

แล้วก็ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าหนูจะพอใจ

แล้วก็สารพัดย้ำคิดย้ำทำอะไรหลายๆอย่าง

ทำไงดีคะ

มันทรมานมากเลย

มันทรมานจนหนูอยากจะร้องไห้เลย

ตอนนี้กำลังพยายามรักษาตัวเองอยู่

ก็ดีขึ้นมานิดนึง

แต่อาการก็ยังมีเยอะ

หวังไว้อย่างเดียวว่าหนูจะได้หายเหมือนคนปกติซักที

เพื่อนหนูก็เริ่มสงสัยแล้วว่าหนูเป็นอะไร

มีแต่หนูคนเดียวที่รู้อาการ

เพราะหนูจะเป็นแบบนี้ตอนอยู่คนเดียวหรือตอนเพื่อนเผลอ

อยากขอแค่อย่างเดียว

คือขออยากกลับมาเป็นปกติอีกครั้งนึง

จะมีหวังมั้ยคะ...

pppppp
IP: xxx.87.63.136
เขียนเมื่อ 

สู้สู้ค่ะ

tik
IP: xxx.8.200.7
เขียนเมื่อ 

อาการย้ำคิดย้ำทำที่เคยเป็น

1. อายุ 10-12 ปี เกิดจากคืนหนึ่งที่เราหิวน้ำมาก อาการหิวน้ำทุกครึ่งชั่วโมง ไม่ได้กินเหมือนจะตาย ตอนนอนต้องเอาน้ำไว้บนหัวนอน ตอนไปโรงเรียนต้องเอาน้ำพกใส่ถุงไปกินตามทาง

2. อายุ 16-27 ปี มีวันหนึ่งที่ทานข้าวและทานขนมหวานมากจนมีอาอาการข้าวติดคอ ตั้งแต่นั้นมาก็บ้วนเสมหะทุกครั้งก่อนทานข้าว เพราะคิดว่าเสมหะจะติดคอ กลัวตาย อาการนั้นคิดว่าทานข้าวแล้วข้าวติดคอ เป็นมาตลอดหลายปี ตอนอายุ 21 ปี อาการข้าวติดคอรุนแรงมากจนกินไม่ได้ ผอมแห้งแรงน้อย จึงต้องไปหาหมอ หลังจากหมอคุยไปมา จึงบอกให้เราไปหาจิตแพทย์แต่ก็ไม่เคยไปหาเลย

3. อายุ 23 – 32 ปี เป็นอาการเหนื่อยง่าย ปกติเป็นคนไม่แข็งแรงแต่ชอบเล่นฟุตบอล มีวันหนึ่งไปแตะฟุตบอลนานประมาณ 70 นาที และเหนื่อยมากร่างกายรับไม่ไหว หัวใจเต้นแรงและเร็วมาก ร่างกายมือชา เท้าชา กลัวตายจึงรีบขึ้นแท็กซี่ไป รพ.เลิดสิน เข้าออกซิเจนประมาณ 30 นาที หัวใจจึงเต้นเป็นปกติ ตั้งแต่นั้นมา

พอเล่นฟุตบอลไปสัก 20 นาทีก็จะเป็นอาการเหนื่อยหอบตลอด เครียดสะสม และต่อมา คิดย้ำๆตลอดว่าตัวเองนอนไม่หลับ เป็นคนหลับยากเกิดจากคิดซำๆซ้ำไปซ้ำมาวันละหลาย 10 รอบ

4. คิดด่าพระ,ด่าพระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เกิดจาก เมื่อต้นเดือน เม.ย. 54 นี่เอง ผมไปปฏิบัติธรรม 3 คืนที่วัดแห่งหนึ่ง คือปกติเป็นคนสนใจธรรมะอยู่แล้ว เพราะคยบวชมา พอคืนแรกจิตกำลังจะนิ่งก็มีมารหรือความจิตดีกับจิตเลว ปะทะความคิดกัน จิตเลวครอบงำได้และมีโรคนี้มาก่อนอยู่แล้ว(แต่ไม่รู้ตัว) จึงเครียดบ้าง ดีบ้าง เพราะสวดมนต์ตลอด แต่สวดมากๆ จิตไม่น้อมนำ มันต่อต้านตลอดทำให้เราหัวใจเต้นแรง เหมือนคนดันประตูกันไปมา จะไปข้างใดข้างหนึ่งก็ไม่ไป บางวันนั่งรถเมล์ไปทำธุระ แทบจะโดดออกมากลับบ้านเพื่อนั่งสมาธิ เวลาเข้านั่งสมาธิสงบบ้าง ด่าบ้างอยู่อย่างนั้น กลัวบาปมากๆเลย แต่เราก็หายทุกครั้งโดยนั่งสมาธิชั่วโมงกว่าจึงจะหายแต่ไม่หายขาดนะ เห็นรูปพระไม่ได้เลย จิตเผลอคิดไม่ดีตลอดดีที่ได้กุศลตลอด พอมาเปิดเน็ตดูถึงรู้ว่าเราไม่ใช่คนเดียวที่เป็นอย่างนี้ อ๋อ! รู้แล้วว่าเราเป็นโรค

วิธีแก้ไข

1. คิดรู้ว่าเราเป็นโรค ไม่ผิดศีลธรรมหรอก เพราะพระพุทธเจ้าพระองค์ตรัสว่า กรรมเกิดจากเจตนาทาง วาจา ใจ เท่านั้นจึงจะมีผล ส่วนทางใจนั้นมันจะไปกั้น มรรค ผล นิพพานคือใจไม่เป็นกุศล ไม่ปล่อยจิตให้ว่าง โดยการไม่น้อมนำเข้าสู้สายเลือด จะไม่สามารถ ได้อัปนาสมาธิ เข้าถึงฌานได้ สวรรค์นั้นคือแค่ไม่ทำบาป ก็ได้ขึ้นสวรรค์แล้ว

2. ปล่อยวางตามความเป็นจริง ให้พิจรณาความ “ว่าง” เหมือนที่ท่านพุทธทาสสอนมากๆ

3. เอาตัวเราออกมานอกผืนโลกกลมๆที่เราอยู่ เหมือนว่าเราเป็นดาวเทียมที่มองโลกใบเล็กนี้ๆได้ เห็นเป็นกลมๆอยู่ เราก็จะได้คติว่า แม้แต่แม่น้ำเจ้าพระยาเรายังมองไม่เห็นเลย แล้วเราจะแบกโลกอยู่ทำไม

4. คนที่เป็นโรคนี้ ส่วนมากจะกลัวตายเป็นพิเศษ คุณว่าจริงไหม ฉะนั้นก็อย่าไปคิดมันให้คิดว่า เมื่อถึงคราวตายมันจะตายเอง เมื่อไม่ถึงเวลามันไม่ตายหรอก

5. คนที่เป็นอาการอย่างนี้ส่วนมากจะเป็นคน sensitiveและฉลาด บางคนฉลาดมากๆ คือคิดโลกอย่างลึกซึ้งกว่าคนอื่นๆ ซึ่งถ้าใช้สติ ปัญญาในทางที่เป็นประโยชน์แล้ว ก็จะช่วยให้ตัวเอง ประสพความสำเร็จมากกว่าคนอื่นๆด้วยซ้ำ

6. บอกเพื่อนเราที่ไว้ใจได้ว่าเราเป็นโรคนะOPC ไม่ใช่โรคจิต,หรือบ้า ผมคิดว่าคนปกติทุกคนเป็นหมอเราได้ครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะเข้ากับจริตเราหรือเปล่า

ปัจจุบัน ทุกข้อที่กล่าวมาหายหมดแล้ว เกิดจากการใช้ธรรมะด้วย การฝึกจิตด้วยเข้าช่วยด้วย หลังจากที่รู้ว่าเป็นโรค ผมก็ใช้จิตบำบัด บำบัดเองจากจิตภายใน นั่งสมาธิบ้างแต่ต้องชั่วโมงกว่าๆจึงจะดีขึ้น เหลืออาการแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าจะหายขาดภายใน 1 เดือน( พ.ค.54) แน่นอนครับ ใครที่เป็นโทรมาปรึกษาได้นะครับ ผมชอบช่วยเหลือคนอยู่แล้ว ได้กุศลดี โทร 083-0512867,089-0683303 ปัจจุบัน เป็นผู้จัดการ(คุณติ๊ก)

IP: xxx.27.118.72
เขียนเมื่อ 

มันทรมานมากเลยค้ะ ถึงแม้มันจะเป้นแค่ความตคิดแต่มันเหนื่อยนะค่ะ หนูอยากหายค่ะทำยังไงดี หนูควรจะทำไง ควรไปหาหมอไม๊ค่ะ หนูไม่อยากเป็นแบบนี้อีกแล้ว บางทีก็นึกลบหลู่พระที่เราเคารพแต่ก็พยายามหาข้อหักล้างว่าเราไม่ได้คิด พยายามทำให้มันเป้นเรื่องดีแต่ก้ทำไม่ได้ บางทีก้คิดไปเองว่าคนโน้นคนนี้ต้องโกรธเกลียดเราแน่เลย แค่โทไปแล้วเค้าไม่รับ ก้คิดไปไกล ตคิดไปถึงว่าเค้าไปรุ้อะไรมารึเปล่ามีใครนินทาเราไห้ฟังรึเปล่า

พลอย
IP: xxx.232.114.167
เขียนเมื่อ 

พอมาอ่าน หนูคิดว่าหนูเป็นนิดหน่อย ตอนแรกหนูไม่รู้ตัวเลย คือ ก่อนนอนหนูจะจินตนาการเรื่องต่างๆซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น จินตนาการว่าเข้าไปอยู่ในระเบียงสีขาวทอดยาวไปไกลสุดสายตา วันต่อมาหนูก็จะคิดอีก คิด คิดต่อไปเรื่อยๆจนติด ถ้าไม่ได้คิดจะนอนไม่หลับ แล้วหนูชอบล้างมือซ้ำๆ เป็นอุปสรรคมากค่ะ หนูไม่ค่อยมีเพื่อน พอมีเพื่อนแล้วเพื่อนไม่ได้คุยด้วย หนูจะคิด คิดว่าพวกเพื่อนๆเกลียดหนูแน่ๆเลยก็เลยชวนคุย แต่หนูไม่ใช่คนช่างพูดพอคุยแล้วจะคิดว่าเขารำคาญเราหรือเปล่า ก็เลยเงียบ พอเงียบแล้วก็คิดต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้หนูอยู่ม.6 ตอนป.5เคยทำเรื่องน่าอายอย่างหนึ่ง แล้วเพื่อนเอาไปบอกคนอื่นๆ แล้วมันจำมาตลอด พอหนูคิดเรื่องนี้หนูจะเริ่มร้องไห้ แต่กหยุดคิดไม่ได้ แล้วที่บ้าน ย่าเป็นคนปากจัดมาก เรื่องที่หนูไม่ได้หรือทำเขาจะเอามายัดเยียดให้หนูแล้วด่าหนูจนได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือไม่ดี แต่หนูก็นึกไม่ออกว่าเคยทำหรือเปล่า คือหนูจะจำอะไรไม่ได้เลย เหมือนความจำเสื่อมเลยค่ะ เเล้วตอนเด็กหนูเคยนำเพลงใกล้รุ่งไปดัดแปลง แล้วพอโตมาก็คิดว่าบาปแน่ๆ แล้วหนูจะเริ่มคิด คิดๆๆๆๆๆ หนูเคยคิดว่าศาสนาพุทธไม่ดี ตอนโตมายอมรับว่าดีแล้วนึกถึงอดีตว่าทำไมเคยคิดอย่างนั้น และจะเริ่มคิดซ้ำๆจนสติจะเเตกเลยค่ะ เรื่องเลขทะเบียนรถก็เข้าข่าย เช่นทะเบียน 3569 หนูจะเอา 3+5=8, 6+9=15 เอาคำตอบมารวมกันได้23แล้วจะเอา3กับ2มารวมกันเป็น5แล้วก็ถอดรากอีก คือ ทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ทำอะไรไม่ได้แล้ว เสื้อผ้าจะเปลี่ยนวันละสองสามรอบเพราะคิดว่าไม่ดี

เฮ้อ มีอีกเยอะค่ะ หนูเป็นมาตั้งแต่เด็กเลย ตอนนี้อายุ17แล้ว ไม่รู้ว่าจะรักษาได้รึเปล่า แล้วหนูยังเป็นโรคกลัวที่กว้างอีก เจอคนเยอะๆหนูจะตัวแข็งทื่อ คิดว่าคนอื่นจะจ้องตัวเองด้วยสายตามุ่งร้าย เวลาเดินจะไม่ยอมเดินกลางๆ จะเดินริมๆเพื่อให้มีที่ยึดเกาะ ถ้าหนูออกไปในที่กว้างๆหนูจะชวนคนอื่นๆคุยเพื่อข่มความกลัว หรือไม่ก็ทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่ทำได้ บางครั้งเครียดมากจะเข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าเเคบๆแล้วขังตัวเองไว้ในนั้น เวลานอนจะดึงหมอนข้างมาใกล้ตัวให้มากที่สุด ให้ตัวเองชิดกำเเพงเข้าไว้เพื่อความอุ่นใจ และจะเกาะหมอนข้างไว้ไม่ให้ออกไปไกลๆ และหนูเป็นคนชอบเรื่องมนุษย์ต่างดาวมาก จะคิดเสมอว่าอยากให้มนุษย์ต่างดาวมาโจมตีโลก และฆ่าทุกคนไป และหนูคือคนเดียวบนโลกที่รอดอยู่ หรือไม่ก็เราตายคนเดียว แต่คนอื่นกลับถูกพาไปยังโลกที่ดีกว่าโลกนี้ ตอนแรกหนูคิดว่าไม่เป็นอะไร มันก็แค่จินตนาการ พอมันเริ่มฟุ้งซ่านคิดทุกๆครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงแล้วเป็นความคิดเลวร้าย หนูจะเริ่มร้องไห้ว่าทำไมต้องคิด หรือไม่ก็ถ้าเรื่องที่เราคิดเป็นจริงทำไมเราต้องตายคนเดียว หรือรอดคนเดียว ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนคิดและจินตนาการแท้ๆ เอ่อ เรื่องนี้เกี่ยวด้วยหรือเปล้าก็ไม่รู้ แต่หนูคิดว่าหนูอาจเป็นโรคทางจิตด้วยเหมือนกันน่ะค่ะ

Nutsu
IP: xxx.171.44.232
เขียนเมื่อ 

ผมก็เคยเปนนะ อาการคล้ายๆแบบนี้เลยเวลาคิดอะไรจะคิดให้มันเห็นไปถึงโครงสร้างเลยอะคับ เช่นมองโต้ะก็จะนึกไปถึงตะปูถึง

อุปกรณ์แล้วก็จะคิดซ้ำๆอยู่อย่างนั้นเมื่อมอง เห็นอะไรก็จะคิดอย่างนี้มันปวดหัวมากเลยคับ เวลาเล่นกีฬาเล่นอะไรก็จะคิดมาก

คิดกลัวว่าตัวเองจะทำผิดกฎกลัวจะทำอะไรน่าอายๆไป ทำให้ผมจะกดดันเสมอ เมื่อทำอะไรต่อหน้าคนอื่น เมื่อกดดันมากก็มักจะ

ไม่สำเร็จเพราะไม่มีสมาธิ แต่เวลาทำอะไรตอนอยู่คนเดียวก็ทำได้ตามปรกติ ชอบจินตนาการแปลกๆเห็นใครทำอะไรนิดหน่อย

ก็คิดว่าเค้ามีปฎิสัมพันธ์กับเรา มันทรมานมากเลยคับต้องคิดตลอดเวลา ระวังตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ทำให้นอนยากด้วยคับ ...

nutty
IP: xxx.171.28.49
เขียนเมื่อ 

หนูคิดว่าคนเกือบ 70% เป็นโรคนี้ค่ะสาเหตุหลักอาจจะเกิดจากความเครียด อาการซึมเศร้าเลยทำให้สมองพยายามคิดสิ่งต่างๆ

ขึ้นมาจากจิตใต้สำนึกเพื่อให้ความรู้สึกของตนเองดีขึ้น เเละอาจจะเกิดมาจากสิ่งเเวดล้อม ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นจากครอบครัว เเละสังคมที่เห็นเเก่ตัว

brid
IP: xxx.168.51.100
เขียนเมื่อ 

ผมก็มีปัญหาคิดว่าตัวเองเป็นโรคประสาทเหมือนมีอะไรอยู่ในห้วเรื่องที่คิดไม่ออกฟุ้งซ่านไม่มีสมาธิชอบทำอะไรแปลกๆแล้วชอบคิดเรื่องเดิมๆวนไปมา

อ้อด
IP: xxx.108.29.123
เขียนเมื่อ 

ในหนังสือ ทางสายเอก ของหลวงพ่อจรัญ เขียนไว้น่าสนใจจึงอยากนำมาบอกต่อครับ

พระพุทธเจ้า ตรัสว่า เจตนาเป็นกรรม

การกระทำโดยมีเจตนาเกิดขึ้นในตอนใดตอนหนึ่งถือว่าเป็นกรรมทั้งสิ้น ส่วนการกระทำที่ไม่มีเจตนา คือใจไม่ได้สั่งให้ทำ ไม่จัดว่าเป็นกรรม เช่น คนเจ็บซึ่งไม่ไข้สูง เกิดเพ้อคลั่ง แม้จะพูดคำหยาบออกมา เอามือเท้าไปถูกใครเข้าก็ไม่เป็นกรรม ทั้งนี้โดยหลักเกณฑ์ที่ว่า ถ้าผู้ทำไม่มีเจตนากระทำแล้ว การกระทำนั้นก็ไม่เป็นกรรม

ผมก็มีปัญหาย้ำคิดย้ำทำอย่างมากครับ ในเรื่องของความคิดผิดๆที่เกิดขึ้นเองเมื่อก่อนก็พยายามข่มไม่ให้คิด ทำให้อึดอัดมาก หลังๆมานี้พอได้ศึกษาธรรมะผมคิดว่าอาการเกี่ยวกับความคิดที่เราไม่ได้ตั้งใจนั้นไม่น่าจะเป็นความผิดใดๆนะครับ คือ ตอนนี้ผมปล่อยความคิดอิสระไปเลยอยากคิดอะไรก็ช่างมัน พยายามควบคุมการแสดงออกทางร่างกายให้ดีแทน อย่างเช่นเวลาผมไปวัด ใจมันจะคิดลบหลู่ก็ปล่อยมันแต่ผมจะพยายามรักษากริยามารยาทที่ดีใว้ให้ได้ก็พอ ตอนนี้เรื่องความคิดลบหลู่พระไม่เป็นปัญหากับผมแล้ว แต่อาการย้ำคิดย้ำทำอื่นๆ ก็ยังเป็นอยู่ ผมเป็นคนมีปัญหาสุขภาพหลายเรื่อง บางอย่างก็รักษาไม่ได้เป็นโรคติดตัวมาแต่กำเนิด พยายามไปหาหมอเก่งๆมาหลายที่แล้วดีขึ้นบ้างไม่ดีขึ้นบ้าง ระยะหลังๆมีคนแนะนำให้ทำบุญ สวดมนต์อุทิศส่วนกุศล แล้วขออโหสิกรรม จากเจ้ากรรมนายเวร เอ้อออออออ แรกๆก็ไม่เชิ่อ แต่พอทำไปสักพัก หลายๆวันเข้า อาการต่างๆทั้งร่ายกายจิตใจมันดีขึ้นจริงๆนะครับ ตอนนี้ชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ อยากให้ลองปฏิบัติกันครับ ใช้เวลาสวดมนต์ ก่อนนอนทุกวันประมาณ 5 นาที แล้วก็หมั่นทำความดีในลักษณะต่างๆเช่น บริจาคหนังสือธรรมะ ช่วยเหลือผู้อื่น ฯลฯ เพื่อจะให้การอุทิศส่วนบุญกุศลของเรามีประสิทธิภาพขึ้น เจ้ากรรมนายเวรจะได้อโหสิกรรมให้เร็วขึ้นครับ

***************************************************************************

บทสวดมนต์จากหนังสือของหลวงพ่อจรัญ

-บูชาพระรัตนตรัย-

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ

-กราบพระรัตนตรัย-

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

-ขอขมาพระรัตนตรัย-

วันทามิ พุทธัง, สัพพะ เมโทสัง, ขะมะถะเม ภันเต,

วันทามิ ธัมมัง,สัพพะเมโทสัง, ขะมะถะเม ภันเต,

วันทามิ สังฆัง, สัพพะ เมโทสัง, ขะมะถะเม ภันเต

-นมัสการ-

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

-ไตรสรณคมน์-

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉาม

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระนัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

-พระพุทธคุณ-

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู

อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ

สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ

-พระธรรมคุณ-

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม

สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ *

(* อ่านว่า วิญญูฮีติ)

-พระสังฆคุณ-

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา

เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

อาหุเนยโย* ปาหุเนยโย* ทักขิเณยโย* อัญชะลี กะระณีโย

อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ

-คำอธิษฐานอโหสิกรรม-

ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม กรรมใดที่ทำให้แก่ผู้ใดในชาติใดๆก็ตาม

ขอให้เจ้ากรรมและนายเวร จงอโหสิกรรรมให้ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อไปเลย

แม้แต่กรรมใดที่ใครๆ ทำข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น

ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อไป ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานครั้งนี้

ขอให้ข้าพเจ้า ครอบครัว บุตรหลาน ตลอดจนวงษาคณาญาติและผู้อุปการะคุณของข้าพเจ้า

มีความสุขความเจริญ ปฏิบัติ แต่สิ่งดี และสิ่งที่ชอบด้วยเทอญ..

-บทแผ่เมตตา-

สัพเพ สัตตา

(สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น)

อะเวรา โหนตุ

(จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กัน และกันเลย)

อัพยาปัชฌา โหนตุ

(จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย)

อะนีฆา โหนตุ

(จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย)

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

(จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ)

-บทอุทิศส่วนกุศล-

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตา ปิตะโร

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข)

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข)

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจะริยานังโหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจะริยา

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข)

อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข)

อิทัง สัพพะ เปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข)

อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข)

อิทัง สัพพะ สัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข)

-กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร-

ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า

ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม

ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วโปรดอโหสิกรรม และอนุโมทนายบุญแก่ข้าพเจ้าด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ

crabhom
IP: xxx.183.72.188
เขียนเมื่อ 

ให้กำลังใจทุกคนนะค่ะ สู้ๆ กับความคิดของตัวเองให้ได้

ใจเย็นๆ นะค่ะ

crabhom
IP: xxx.183.72.188
เขียนเมื่อ 

สู้ๆ นะตัวเอง ให้กำลังใจส่ำเหม่อ

ธรรมชาติ
IP: xxx.168.205.139
เขียนเมื่อ 

//////////////คุณทุกๆคนที่ป่วยจะต้องหายจากอาการป่วยนี้แต่ต้องใช้เวลาอย่าต่อต้านหรือบีบบังคับความคิดนะ คุณต้องมีความเชื่อและศรัทธาว่าคุณเป็นคนดีในสังคมและไม่ได้ทำสิ่งที่เลวร้ายเพียงแต่ความคิดนั้นเป็นสิ่งที่ฟุ้งซ่านไปเองเท่านั้นเอง คุณต้องมีสตินะขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคน ลองไปปฏิบัติธรรมที่วัดนะหมั่นทำบุญใส่บาตรทำแต่ความดีฝึกสมาธิบ่อยๆชีวิตของคุณจะดีขึ้นเรื่อยๆ(รับรองหายแน่ๆชัวร้อยเปอร์เซนต์)///////////////

บาบา
IP: xxx.53.91.195
เขียนเมื่อ 

เป็นเหมือนกันครับ ไม่มีความสุขเลย ทุกวันต้องคอยคิดซ้ำไปมาจนกว่าจะคิดเรื่องที่ดีๆได้ จนไม่อยากทำอะไรแล้วขนาดอาบน้ำยังไม่อยากทำเลย เพราะกลัว เข้าไปแล้วจะคิดว่าตัวเองลืมของวางไว้ทั้งที่ๆจริงก็ไม่ได้ลืมอะไร ต้องนั่งมองอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะคิดว่ามันไม่มีจริงๆ

B_B
IP: xxx.171.169.48
เขียนเมื่อ 

ผมทรมานมากกับโรคนี้ เหนื่อยมากเหนื่อยจนไม่อยากอยู่อยากมีชีวิตแล้ววันๆผมไม่ทำอะไรเอาแต่ล้างมือกลัวไปหมดทุกสิ่งกลัวคนจะวางยา กลัวจะเป็นโรคต่างๆ ท้อใจมากคับ พ่อแม่ก็ม่เข้าใจเอาแต่ดุด่าว่าใส่ตลอดเพราะผมชอบเก็บของไปทิ้งผมพยายามจะหยุดแต่มันหยุดไม่ได้ นอนไม่เต็มอิ่มสักวัน นอนบางทีก็ไม่หลับตื่นมากแล้วก็ปวดหัวตลอด อ้างว้างมากพ่อแม่ก็ไม่สนใจทิ้งเราไม่เคยมาใส่ใจดูแลทั้งๆที่แม่ผมเป็นพยาบาล เวลามีปัญหาก็เอาแต่ว่าใส่ผมอารมณ์เสียใส่ผมตลอดไม่เคยฟังปัญหาของผมเลย ผมจึงไม่อยากพูดแล้วเวลาเขาถามอะไรผมจึงไม่บอก ผมมาเรียนที่กรุงเทพอยู่คนเดียวไม่รู้จะปรึกษาใครเหนื่อยมาก พ่อแม่ก็เอาแต่ว่าๆมีความเชื่ออะไรผิดๆ จนวันนี้ผมทนไม่ไหวเลยหาข้อมูลดูก็เพิ่งรู้ว่าเป็นโรคนี้จริงๆจังๆ ใครพอรู้ทางรักษาที่ไม่ต้องใช้ยาช่วยผมด้วยนะครับ อยากหนีไปไกลๆจังเลย.

Zerd
IP: xxx.27.162.175
เขียนเมื่อ 

ผมก็เป็นเบื่อมาก คิดซ้ำๆอยู่นั่น ทำซ้ำๆอยู่นั่น ผมจะมีเลขมาเกี่ยวด้วย เวลาจะทำอะไรก็ต้องทำไปมา 5 ครั้ง เช่นอ่านหนังสือประโยคเดิม ขนาดอ่านข้อความของคนอื่นก่อนหน้าก็ต้อง5ครั้ง ถ้าไม่ครบจะใจไม่ดี แต่ถ้าเกิน ก็จะต้องเป็น 10 14 20 29 59 ถ้าเป็นจำนวนอื่นจะใจไม่ดีเช่นกันกลัวว่าใครจะเป็นอะไร เบื่อมากที่ตัวเองต้องมาทำอะไรวนไปวนมาหลายๆครั้ง ตอนแรกผมคิดว่าผมเป็นโรคประสาท และมีผมคนเดียวที่เป็นแบบนี้ แต่ไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวคนอื่นจะหาว่าบ้าโรคอะไรไม่เคยเห็น แต่ผมก็มาเจอกระทู้นี้เลยรู้ว่ามันคือโรคย้ำคิดย้ำทำและไม่ได้มีเราคนเดียวที่เป็น แต่ยังมีคนอื่นอีก ดังนั้นผมจะพยายามไม่สนใจอะไรอีกละ จะฝืนตัวเองให้ได้ จะไม่ยอมทำตามความคิดแบบนี้อีก ขอให้ทุกคนพยายามนะครับ สู้ๆครับผม

IP: xxx.120.48.26
เขียนเมื่อ 

มันก็คือก็โรคประสาทนั่นแหละครับ ไม่ใช่โรคจิต คล้ายๆแต่ไม่เหมือน รักษาได้ด้วยยาและพฤติกรรมบำบัดครับ

palm
IP: xxx.8.119.196
เขียนเมื่อ 

เป็นเหมือนกัน มีเพื่อนทักเลย บอกว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือเปล่า รู้สึกตัวเองทำงานช้าลงมาก เวลาทำงานต้องทำซ้ำแล้วซ้ำอีกลงสีแล้วลงสีอีก รู้สึกไม่พอใจเลย รู้สึกด้อยค่า ในขณะที่เพื่อน ทำงานวันหนึ่งได่สิบสองชิ้น ของเราทำงานสองวันได้แค่สามชิ้น คือทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นไม่พอใจสักที

เวลาพูดอะไรกับใครพอเขาทำหน้านิ่งใส่ก็จะรู้สึกไม่ดีชอบคิดเองคนเดียวว่าเขาไม่ชอบแล้วจะรู้สึกแย่ทั้งวัน จะพูดตื้อนู่นตื้อนี้จนเพื่อนรำคาญใจ

คิดมาก กลัวหลายเรื่อง

เวลาพูดพรีเช็นท์งาน ในสมองก็จะคิดเรื่องเดิมๆอยู่ตลอดเวลาเพราะกลัวคนจะไม่เข้าใจงานที่ตนนำเสนอ จึงกลายเป็นพูดวกไปวนมาจนเสียงาน เพราะพูดเรื่องเดิมซ้ำอยู่ประมาณสี่ห้ารอบ

รู้สึกเครียดที่ตัวเองเป็นอย่างนี้ แต่อีกใจก็ไม่กล้าไปหาจิตเเพทย์

เอ
IP: xxx.9.7.2
เขียนเมื่อ 

ผมก็เป็นครับ

สมัยย่างเข้าวัยผู้ใหญ่ ตั้งแต่อายุ 18 - 19 ปี (ปัจจุบันอายุ 37 ปี) ผมมีความคิดวิตกกังวลหลายเรื่อง คิดซ้ำ ๆ วนเวียน อยู่กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทั้งเรื่องกลัวจะหยิบมีดมาทำร้ายตัวเอง คิดในใจด่าทอพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หมกมุ่นอยู่กับอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย ทั้ง ๆ ที่ไปตรวจสุขภาพมาแล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรก็ยังย้ำคิดว่าตนเป็นโรคโน้นโรคนี้ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อเริ่มเป็นตอนย่างเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอาการแย่มาก นอนก็ไม่หลับไปพบจิตแพทย์ ได้ยาคลายกังวลมา ทานไปแล้วแทนที่อาการจะดีขึ้นกลับกลาย เป็นกังวลขึ้นมาอีกว่าถ้าหยุดทานจะนอนไม่หลับ ย้ำคิดอยู่ตลอดเวลา ถ้าวันไหนไม่กินยาก็กลัวว่าจะนอนไม่หลับ เลยไม่กล้าทานยาเลย ยิ่งย้ำคิดก็ยิ่งกังวลมากคืนนั้นก็ไม่ต้องนอน เป็นแบบนี้ทุกวันทุกข์ทรมานมาก รู้สึกเห็นใจและอยากให้กำลังใจคนที่เป็นเหมือนกัน

แต่ผมก็มีช่วงเวลาที่หายไปเป็นปกตินะครับ หายไปเป็นสิบ ๆ ปีเลยทีเดียว แต่บางทีถ้าจิตใจเราอ่อนแอมันก็กลับมาเป็นใหม่ได้ แต่เราก็พยายามประคับประคองจิตใจของเราโดยอาศัยประสบการณ์ ที่เราได้เรียนรู้จากการรักษาตนเองจนหายมาใช้ เรียกได้ว่าปัจจุบันถึงแม้จะมีความคิดเหล่านั้นอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่สามารถมารบกวนจิตใจจนไม่เป็นอันกินอันนอนเลย ผมเชื่อครับว่าทุกคนมีโอกาสหายขาดได้ เพียงแต่คุณต้องใช้เวลา

ปัจจุบันผมใช้วิธี หมั่นเจริญสติ โดยวิธีง่าย ๆ คือ สังเกตดูความเคลื่อนไหวของกายและใจแบบหลวงพ่อเทียนครับ ช่วยได้มาก และคิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะลองปฏิบัติดู เพราะทำง่าย วิธีการก็ง่าย ๆ ขอเพียงอย่าขี้เกียจทำ ถ้าเราอยากหายเราต้องมีความอดทนครับ เพราะถ้าทำบ่อย ๆ ก็จะกลายเป็นนิสัยของเราไปเอง เพียงแค่หมั่นสังเกตดูความเคลื่อนไหวของกายและใจ ในขณะที่เราเคลื่อนไหวทุกอิริยาบถ ไม่ต้องถึงขนาดจดจ้องนะครับ แค่พอสังเกตรู้อยู่ เช่น เดินก็รู้ว่าเดินอยู่ สังเกตดูในขณะย่างก้าว นั่งก็รู้อยู่ว่านั่ง กายและก้นสัมผัสเก้าอี้ นอนก็รู้ อิริยาบถต่าง ๆ ที่มีการเคลื่อนไหวก็หมั่นสังเกตรู้อยู่ กินข้าวอยู่ก็ให้รู้ถึงอาการบดเคี้ยวของฟันและความเคลื่อนไหวของลิ้นรับรส แปรงฟันอยู่ก็รู้ความเคลื่อนไหวของมือและรับความรู้สึกที่ฟัน รู้อะไรก็ได้ที่เกิดจากความเคลื่อนที่ของอวัยวะของเรา รู้แบบสบาย ๆ ในขณะที่รู้อยู่กับการเคลื่อนไหวของกายนั้น ถ้าใจเราหนีไปคิดหรือไปรับความรู้สึกอะไรก็ปล่อยมันครับอย่าไปห้ามความคิดความรู้สึกนั้น เพียงแค่รู้ว่าคิดก็พอแล้วปล่อยมันดูซิว่าจะคิดต่อหรือจะหยุดคิด เพราะยิ่งถ้าเราไปห้ามความคิดเราจะยิ่งฟุ้งซ่าน เราไม่สามารถห้ามความคิดได้ เพียงแต่ถ้าเรารู้ว่าเราคิดแล้วเราก็ค่อย ๆ ดึงความรู้สึกกลับมาอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของกายเราเหมือนเดิม คิดอีกก็รู้แล้วค่อย ๆ ดึงกลับมา และเราก็ไม่ต้องไปรู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดถ้าเราเผลอไปคิดนะครับ ฝึกแรก ๆ อาจรู้สึกอึดอัดครับ นั่นเกิดจากการที่เราไปพยายามกดข่มจิตใจมากเกินไป แต่เมื่อเรารู้ตัวว่าอึดอัดเพราะกดข่มเราจะค่อย ๆ ปล่อยมันได้เองแล้วมารู้สึกแบบสบาย ๆ ได้ ฝึกแรก ๆ ก็ใช้เวลาวันละ ชั่วโมง หลัง ๆ พอเริ่มรู้แล้วว่าขณะที่ฝึกอยู่จิตใจเราสบายขึ้นมาก เราเลยบอกตัวเองว่าถ้าเราอยากหายเราต้องทำตลอดเวลา แรก ๆ ก็คิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ เพราะใจเรามักจะหวนคิดถึงแต่ความทุกข์ทรมานอันเกิดจากความย้ำคิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องตลอดเวลา แต่ผมก็ไม่ท้อครับ ทำไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นนิสัยเคยชิน จนทุกวันนี้สภาพจิตใจดี้ขึ้นมากตอนนี้เรียกได้ว่า กลับมาเกือบปกติดีทุกอย่าง

เอ
IP: xxx.9.7.2
เขียนเมื่อ 

อยากแนะนำอีกนิดครับ การปล่อยวางยอมรับความเป็นจริงสำคัญที่สุดครับ เมื่อเราฝึกเจริญสติจนกลายเป็นนิสัยของเราแล้ว เราจะเห็นก้อนความคิดที่มันผุดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลาสม่ำเสมอ เราจะรู้ได้ทันทีว่าความคิดเหล่านี้ เดี๋ยวก็เกิดขึ้นเดี๋ยวก็ดับไป ยิ่งเราไปพยายามหาทางจัดการให้ความคิดกังวลเหล่านี้ให้ออกไปจากใจเรา มันจะยิ่งฟุ้งซ่านมากขึ้นคิดต่อไปไม่รู้จบจักสิ้น ที่สุดแล้วเราจะไม่มีทางเอาชนะความคิดกังวลนี้ไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าสติเรายังเจริญอยู่ ใจเราจะไม่รู้สึกหดหู่กังวลกับมันเลย เพราะสติที่เราเจริญตลอดจะช่วยประคับประคองไม่ให้ใจเราไหลไป และสติจะเข้าไปจัดการตัดความคิดปรุงแต่งเพิ่มเติม นั่นเอง

ในที่สุดเชื่อไหมครับว่า ถ้าเราเฉยกับมันเสีย คือยอมรับให้มันเกิดโดยไม่ไปจัดการอะไรกับมัน มันผุดขึ้นก็ปล่อยมันขึ้นมา ด้วยกำลังสติของเรา เราจะเห็นความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่แล้วก็หายไปเอง บางทีถ้าไม่สังเกตแทบไม่รู็ตัวด้วยซ้ำว่าความคิดดับไปเมื่อไหร่

แล้วเมื่อถึงเวลานั้น สิ่งที่มันรบกวนจิตใจของเรามันจะทำอะไรเราไม่ได้อีกแล้ว เพราะเราไม่ไปใส่ใจมันอีกแล้ว เพราะเราได้จัดการกับมันด้วยวิธีวางเฉยมัน มันจะเกิดก็เกิดไป ช่างหัวมัน สติเราไม่ใส่ใจกับ มันก็เป็นแค่ก้อนความคิดเท่านั้นแล้วมันก็จากไป ก็เหมือนคนปกติที่คิดแล้วไม่ใส่ใจปล่อยผ่านไม่ไปย้ำมันอีก

icecare
IP: xxx.120.74.109
เขียนเมื่อ 

มีอาการเหมือนกัน จำไม่ได้ว่าเริ่มมีอาการตอนไหน แต่ตอนนี้ทรมานมากอยากหาย อาการคือก่อนจะนอนก็ต้องคอยตรวจเช็คว่าล็อคประตูหรือยัง ทำซ้ำวันละเป็นสิบๆรอบ, ปิดแก็สหรือยัง, ของมีคมทุกอย่างก่อนจะนอนจะต้องเก็บไว้ให้มิดชิด กลัวว่าถ้าเกิดมีขโมยเข้ามาในห้องจะได้ไม่หยิบมีดหรือของมีคมเหล่านี้มาทำร้ายเรา, คอยดูที่ใต้เตียงหรือดูในตู้เสื้อผ้าว่ามีคนแอบอยู่ในนั้นหรือเปล่า ต้องคอยเช็คดู ไม่ทำไม่ได้ ถ้าวันไหนไม่ทำก็จะนอนไม่หลับ กลัวคนจะมาทำร้าย และเวลาทำงานยิ่งมีปัญหามาก ทรมานจริงๆ คือตอนจะส่งงานหรือส่งเมลล์ถึงลูกค้าก็ต้องตรวจเช็คหลายๆรอบ ตรวจแล้วตรวจอีกจนบางครั้งทำให้ส่งงานช้า บางทีส่งไปแล้วยังกลับมาเช็คอีก พอรู้ว่าตัวเองทำผิดก็จะทำให้วันนั้นทั้งวันไม่เป็นอันทำงานเลย แม้แต่เวลากลับมาที่บ้านก็ยังคิดถึงแต่เรื่องนั้น คิดว่าทำไมไม่ตรวจเช็คให้ดี ไม่ไหวแล้วนับวันยิ่งเป็นเอามาก

im
IP: xxx.26.158.83
เขียนเมื่อ 

เป็นเหมือนกันค่ะ ทรมานมากๆ ดิฉันมีอาการคือมีความคิดลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่เจ้าทาง เห็นศาลพระภูมิไม่ได้เลย เครียดมากๆค่ะ บางวันแทบจะบ้า อยากจะทำร้ายตัวเองที่ไม่เลิกคิดเสียที สงสารลูกมาก กลัวตัวเองจะอยู่กับลูกได้ไม่นาน กลัวเสียสติจนเป็นบ้า จนคิดจะเปลี่ยนการนับถือศาสนาแล้ว เพราะสามีเค้านับถือคริสต์ เค้าชักชวนไป เค้าบอกว่าอาจจะทำให้ดีขึ้นได้ ใจเรายังไม่อยากไปอ่ะ อยากทำบุญ แต่แฟนก็บอกว่าอาจเป็นเพราะศาสนาพุทธเข้าใจว่านี่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์พอมีความคิดไม่ดีกับสิ่งเหล่านั้นก็เลยกลัว แต่เรากลับกลัวยิ่งกว่านะ ถ้าเราไปนับถือคริสต์แล้วเราคิดว่าเค้าไม่ศักดิ์สิทธิ์เรายิ่งจะลบหลูืหรือป่าว โอ๊ยเครียดค่ะ แล้วตอนนี้ 03.48แล้ว นอนไม่หลับ เพราะสาเหตุนี้แหล่ะค่ะ เข้ามาอ่านวิธีแนะนำของหลายๆท่านแล้ว จะพยายามทำตามค่ะ บางวิธีเคยทำแล้วได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง อาจเป็นเพราะความอดทนน้อยเกินไป จะพยายามอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกท่านมากนะคะสำหรับคำแนะนำ ขอบคุณจิงๆค่ะ

boonjool surajarusarn
IP: xxx.122.227.189
เขียนเมื่อ 

จากที่อ่านมาหลายๆท่านผมอยากแนะนำเพิ่มเติมเรื่องการนั่งสมาธิ ภรรยาผมเป็นวิตกกังวลนอนไม่หลับ ต้องกินยา lexaproและprenapil เหมือนกันเหตุเกิดจากดูข่าวน้ำท่วมมากช่วงเดือนพฤศจิกายนและเวลาเดียวกันลูกคนโตเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องนอนโรงพยาบาล คนที่สองเป็นไข้เลือดออกต้องนอนโรงพยาบาล พี่สาวไปทำบุญบอกสามวันกลับแต่ไม่กลับหายไปหนึ่งเดือนติดต่อไม่ได้(ตอนหลังโทรมาบอกว่าไปนั่งสมาธิกับเพื่อนไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป)ผมก็ต้องไปนอนเฝ้าลูกเธอจึงอยู่บ้านคนเดียวดูแต่ข่าวน้ำท่วมแผ่นดินไหวจนนอนไม่หลับต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล ระยะแรกมีผลข้างเคียงจากการกินยามาก(ยาคนละประเภทแต่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน)ต้องปรับยามาเรื่อยๆปัจจุบันดีขึ้นมากจากการสวดมนต์และอ่านหนังสือธรรมของหลวงพ่อพุทธทาสเรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่น การเห็นธรรมชาติอันลึกซึ้งคือการเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง และหนังสือหลวงปู่ชา ต้องอ่านซ้ำหลายๆครั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจในบทความที่ท่านสอนสำหรับน้องๆที่เป็นโรคนี้น่าจะฝึกสมาธิกับชมรมยุวพุทธแห่งประเทศไทยลองศึกษารายละเอียดจาก web.ดู สำหรับภรรยาผมดีขึ้นมากแล้วคงเหลืออาการไม่อยากไปใหนทั้งๆที่เดิมเป็นคนชอบเที่ยวทำบุญ ผลจากการป่วยทำให้รู้ว่าที่ทำบุญด้วยการไปทอดผ้าป่าบ้าง ทอดกฐินบ้าง ไปทำบุญตามวัดต่างๆตามเพื่อนบ้างนั้น บุญไม่ได้ช่วยเลยเพราะได้แต่ไปทำบุญแบบทิ้งๆขว้างๆตัวเองยังสวดมนต์ไม่เป็นเลยนั่นคือไม่เคยปฏิบัติ โรคนี้เป็นอาการทางจิตต้องศึกษาทางจิตต้องมี สติ สัมปชัญญะ เมื่อมีอาการต้องตามดูอาการว่าเกิดอย่างไรจากอะไรตามหาต้นตอให้เจอทุกครั้ง อาจจะยาก แต่คิดว่าไม่เกินความพยายามของแต่ละท่าน การออกกำลังก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน ขอเอาใจช่วย วัยรุ่นควรออกกำลังให้มากๆ

นก
IP: xxx.109.176.39
เขียนเมื่อ 

เครียดมากเลยค่ะ เป็นโรคนี้เหมือนกัน ที่กล่าวๆมาเราก็เป็นมาหมดแล้วค่ะ เราพยามหาข้อมูลในเนตหาเพื่อนที่เป็นเหมือนๆกัน เพราะเชื่อว่าใครไม่เป็นเองไม่เข้าใจหรอกค่ะ เราไม่กล้าปรึกษาใคร ไม่กล้าไปหาหมอด้วยกลัวที่บ้านรู้แล้วจะยิ่งเครียดตามเราไปด้วย

ส่วนเรื่องอาการ เราเป้นมาตั้งแต่เด็กๆ สักอายุ 17 ช่วงแรกๆเป็นทีละเรื่องค่ะ อยู่ๆก็คิดว่าจะไปลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่ไม่อยากทำเลย คิดด่าทอพ่อแม่ คิดทำร้ายคนอื่น ทั้งที่เราไม่ได้อยากทำ แต่เราหยุดคิดไม่ได้ว่า ได้ทำสิ่งนั้นลงไปหรือเปล่า อย่างเช่น เราเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำหรือคลอง แล้วเจอเด็กยืนอยู่คนเดียว เราก็จะคิดไปว่าไปผลักเด้กตกน้ำ จนพอเราเดินผ่านไปแล้วเราก็ต้องหันกลับมามองอีกเป็น 10ๆ รอบ กลัวคนข้างๆมองว่าบ้าเหมือนกัน แต่มันหยุดไม่ได้ค่ะ จนปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นอยู่

บางอาการเป็นแล้วก็หายแล้วนะคะ อย่างเรื่องล้างมือ เราก็เคยล้างจนมือลอกหมดเลยค่ะ เรื่องไม่ยอมกลืนน้ำลายต้องอมไว้เยอะแล้วแอบบ้วนใส่ถุง แต่พวกนั้นพอสักพักที่ไม่คิดถึงมันมันก็หายเองค่ะ แล้วเป็นเรื่องอื่นๆต่อไป T-T

แล้วมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราเป็นอีกอาการคือ เราเดินผ่านถังขยะค่ะมีถุงพลาสติกมัดปากดิ้นกุกกัก เรานึกว่าหนูก็ไม่สนใจเดินผ่านไปมานั่งที่บ้านไป 10 นาทีก็ไม่สบายใจกลัวว่าเดี๋วหนูจะหายใจไม่ออกค่ะ เลยกลับไปที่ถังขยะใกล้ๆบ้านแล้วเปิดถุง แต่ในถุงมันคือลูกแมวค่ะเป็นลูกแมวจรจัดที่มาอาศัยในบ้านแล้วมันตายแล้วค่ะ เรารู้สึกผิดว่าควรจะช่วยเปิดถุงตั้งแต่ตอนนั้น เราไม่กล้าไปดูศพมันชัดๆ แต่เห็นพ่อบอกว่ามันน่าจะถูกรถชนแล้วมีคนเอามาใส่ถุงทิ้งมากกว่า แต่หลังจากนั้นเราก็ย้ำคิดย้ำทำตลอดเนื่องจากแถวบ้านมีลูกแมวและแม่แมวเยอะมากๆ เวลาเราเห็นถังใส่น้ำใบใหญ่ที่บ้าน เราต้องดูพร้อมนับเลขไปด้วยเป็น 10 รอบให้แน่ใจว่าไม่มีแมวตกลงไป ซึ่งไม่รู้ว่า ไปคิดภาพแมวขึ้นมาเองได้อย่างไร พยายามบอกตัวเองว่าไม่มีๆ แต่มันหยุดคิดไม่ได้ แล้วอาการนี้ก็ลามไปยังถังน้ำ บ่อน้ำและทุกๆที่เลยค่ะ

แล้วมีอีกแบบนึงที่เป็นหนักๆ แต่ที่อ่านมาไม่ค่อยเห็นใครเป็นกันเลย ก็คือเราจะกลัวสิ่งที่กลับไปแก้ไขไม่ได้ ตอนนี้เราอาการหนักมากเครียดจนนอนไม่หลับ ต้องมาหาเวบไซต์เขียนระบายค่ะ คือวันนี้เราไปตัดแว่นมาที่ร้านหมอตา หมอก็ให้เรานั่งรอที่เก้าอี้ข้างๆชั้นวางของที่วางยาหยอดตาทิ้งไว้ 3-4 หลอดแล้วก็มีแอลกอฮอล์งที่ชั้นล่าง คือพอเราเห็นเราก็คิดได้ล่วงหน้าเลยว่าต้องเกิดอาการย้ำคิดย้ำทำแน่ คือเราจะกลัวว่าเราจะเอายาหยอดตาพวกนั้นมาผสมกัน คือเรากลัวว่าเดี๋ยวหมอเอาไปหยอดให้คนไข้คนอื่นแล้วตาเขาจะบอดได้ แต่ในตอนนั้นถ้าหมอให้นั่งตรงนี้แต่เราไม่ยอมนั่งก็จะดูแปลกๆ ตอนนั่งลงขณะรอ เราพยายามทำให้ให้สงบและพยายามสู้กับความกลัวค่ะ โดยการจ้องมองไปที่ยาแต่ละหลอดตรงๆ ดูว่าแต่ละหลอดมียาปริมาณเท่าใด สีไหน เพ่งๆว่ามันอยู่ตรงนั้นไม่ได้เอามือไปแตะต้องนะ จนพยาบาลมาตามค่ะ แต่พอกลับมาบ้านมาถึงตอนนี้ก็ยังนอนไม่หลับเลยค่ะ เพราะว่าความคิดมันวนเวียนอยู่ในหัวตลอดว่า ได้ไปผสมยาในหลอดเขาหรือไม่ พยายามหาความคิดมาหักล้างว่า ไม่ได้เปิดขวดเลยนะ ถ้าเทก็ต้องรู้ ยาขวดนึงก็เต็มๆเทลงไปไม่ได้อีกแล้ว แต่ว่ามันหยุดคิดไม่ได้ค่ะ กลัวไปหมด กลัวว่าเขาจะเอาไปหยอดตาคนอื่นแล้วตาเขาจะบอด พยายามคิดว่ายาหยอดตาคงจะหยอดตาได้เหมือนกันแม้ผสมกันหลายแบบ แต่มันไม่ใช่ ไม่ได้แตะต้องหรอกนะ ไม่ได้ทำๆ แต่มันไม่สบายจริงๆค่ะ อยากจะโทรไปบอกให้หมอช่วยทิ้งยาทั้งหมดนั้นไป แต่ก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมต้องทำอย่างงั้น จะบอกว่าเราไปผสมมันก็ไม่ใช่ พูดแล้วมันดูแปลกๆมากๆ จะปล่อยเลยตามเลยก็ไม่สามารถสงบใจได้ค่ะ เข้าใจเรากันไหมคะ ใครพอมีคำแนะนำดีดีในกรณีอย่างนี้บ้าง

เท่าที่ผ่านมาช่วงนี้เป้นช่วงที่อาการหนักที่สุดค่ะ อายุ 26 หนักขนาดที่สามารถสร้างเรื่องขึ้นมาเองทั้งที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง อย่างเช่นเรื่องยาหยอด แล้วก็มีเรื่องแบบเวลาไปเที่ยวสะพาน ไปเที่ยวภูเขาก็กลัวไปเองว่าทำให้ใครตกลงไป ทั้งที่บางทีไม่มีคนนั้นด้วยซ้ำ แต่พอคิดอล้วมันหาเรื่องที่จะย้ำทำไม่ได้เลยยิ่งเครียดมากๆค่ะ อยากฝากบอกคนที่เป็นอาการแบบล้างมือ กลัวสิ่งสกปรก ด่าทอไรพวกนี้อะ คุณโชคดีกว่าเรามาก อาการพวกนั้นเราเป้นมาหมดแล้วและหายขาดแล้ว ถ้าไม่ไปสนใจมันมากอย่างน้อยก็คิดว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็จะหายเองค่ะ อะไรที่เกิดกะตัวเราเรามั่นใจ อย่างคิดแทงตัวเอง แต่เรารู้ตัวว่าเราไม่ได้โดนแทงค่ะ เพราะไม่งั้นต้องเลือดไหลไรงี้ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือในกรณีที่เราคิดว่าจะเกิดกับคนอื่น โดยที่เราไม่รู้ชะตากรรมของเขาอะค่ะ

ขอบคุณมากๆนะคะที่ให้เราได้แสดงความเห็น ขอให้เพื่อนๆร่วมชะตากรรมหายจากโรคนี้โดยเร็วรวมทั้งตัวเราด้วย สาธุ

ไอซ์
IP: xxx.24.198.198
เขียนเมื่อ 

ผมชื่อไอซ์คับ อายุ18ปี ผมมีอาการเหมื่อนกันคับคือผมชอบคิดอะไรที่ซ้ำๆและชอบคิดหลบหลู่พระพุทธเจ้าคับแต่พอคิดก็กลัวบาปจึงต้องคอยสวดมนต์อยู๋เลยๆจนคนที่บ้านหาว่าเราบ้าคับ โรคนี้ใครไม่เป็นไม่รู้หรอกว่ามันทรมานมากต้องมาคิดมาทำอะไรซ้ำๆตลอดเวลาเลย ผมพยายามที่จะเลิกคิดแต่เลิกไม่ได้คับทำไงดีคับ ช่วยด้วยคับ!

ออด
IP: xxx.172.206.40
เขียนเมื่อ 

ผมคนหนึ่งที่เป็นครับ ตอนนี้ผมจะอายุ 34 แล้ว ทรมานเกือบทุกวันเลยครับ ผมอยากจะเล่าอาการให้ฟังนะครับ

- ตอนเด็ก อายุ 8-10 ชอบทำเสียง ฮึบๆๆๆๆๆๆ เป็นระยะๆ ที่บ้านก็รำคาญมาก บอกว่าเป็นสัณนิบาต รึไง คือถ้าไม่ทำก็จะทรมานใจไม่สบายใจ

- ตอนอายุ 12 ประมาณ ม .2 เวลา คิดไม่ดีกับใครก็รูสึกผืดมักเอากำปั้นมาบหน้าตัวเองประมาณ 6 ครั้ง หรือไม่ก็ เอามือหยิกขย้ำหน้าตัวเอง

- ตอนอายุ 13 ม.3 เวลา จะอ่านหนังสือ ก็จะทำหน้าและหายใจออก 3 ครั้ง เหมือนกับว่ามันจะทำให้เราอ่านหนังสือได้ดีอะไรอย่างนั้น

-ตอน อายุ 14 ม.4 ผมเป็นคนที่คุยกับคนไม่เก่งมนุษยสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยดี เวลา มี ผู้หญิงมาคุยด้วยวันนั้นเราจะรู้สึกว่า ไม่อยากให้อะไรมันเปลี่ยน เวลาเปลี่ยนชุด ก็จะ ถอดเข้าถอดออกและพูดในใจว่า มีคนมาชอบเรานะ ถ้าใจบอกว่าไม่มีคนชอบก็จะถอดและใส่ใหม่ จนกว่าใจจะบอกว่าชอบ

- ตอน ม.5 ก็ กินข้าวตอนเช้าทุกวันแต่ละวันจะใส่เยอะมากและจะต้องทานให้หมดเหมือน แบบว่าแทบอ้วกก็ต้องกิน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไปทำไมแต่ไม่ทำก็ไม่รู้สึกสบายใจ

- ตอน ม. 6 ก็เวลาไป ซื้อของหรือไปที่ไหน พอเห็นคนที่ มีอาชีพรับจ้าง หรือว่าอาชีพ ค้าขายที่ตัวเราคิดว่าเป็นอาชีพที่ รายได้น้อย วันนั้ก็จะ ไม่ซื้อของ หรือถ้าซื้อของก็ต้องให้ คนพวกนั้น ไม่อยู่บริเวณนั้นแล้วถึงซื้อได้ แบบว่ากลัวว่าอนาคตจะทำอาชีพแบบนั้น เหมือนกับว่าเราสร้างกฏเกณฑ์ขึ้นมาเอง ทำไมก็ไม่รู้ถึงต้องสร้างกฏเกณฑ์แบบนี้ด้วย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

- พอตอนเรียนในการอาชีพ ผมก็มักจะกังวล คนโน้นจะคิดยังไง คนนี้จะคิดยังไง แบบไม่ค่อยกล้า แสดงออกหรือเข้าสังคม

ช่วงนี้จะคิดวนไปวนมา อาการย้ำคิดย้ำทำก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ แต่เราก็คิดว่าไม่มีอะไรมันธรรมดา

- แล้วยิ่งพอตอนอายุ 18 ขึ้นมาผมมักจะไม่ค่อยกล้าไหว้พระหรือเข้าวัด เพราะ ชอบคิดด่าสิ่งศักทธิ์สิทธิ์ในใจตลอด มีทุกๆครั้งเลยไม่รูว่าเป็นอะไร อันนี้ถือว่าเป็นความหนักใจผมมาก เพราะ ผมกลัวบาปมาก ทุกครั้งที่คิดไม่ดีก็มักจะ พูดในใจว่า อภัยในด้วยๆๆๆๆๆ

จะผวนในใจตลอดเลย ผมมักจะไหว้พระขอพรในใจไม่ได้ ต้องพูด เพราะ ถ้าขอพรในใจจะ มีคำเลวๆ ออกมา ก็กลัวจะเป็นเหมือนคำเลวๆในใจเวลาอธิฐานพระ

- ผมมักจะมีคนรักยาก เพราะว่า ผมมักเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ และรู้สึกว่าจะเป็นโรคเครียดด้วย เลยทำให้ผมจะหงุดหงิด และอารมณ์เสียอยู่บ่อยๆ สุดท้ายผมก็ต้องแยกทางกับ ทุกคนเลย ผมรูสึกเหมือนว่า ผมไม่เป็นปกติเหมือนคนทั่วๆไป

- มีหลายครั้งคิดย้ำไปอยู่ในหัว ส่วนใหญ่จะเป็นการด่าในใจต่อสิ่งศักทธิ์สิทธ์ หรือผู้มีพระคุณทั้งหลาย ทั้งๆที่เราไม่อยากเลย ทุกครั้งก็ต้องกล่าวขอโทษในใจ มันจะต่อต้านในใจเรื่อยๆเลย เพราะถ้าไม่ ขอโทษในใจตัวเองก็จะรูสึกผิดและกลัวจะเกิดสิ่งไม่ดีกับตัวเอง

ผมเป็นคนที่เชื่อในกฎแห่งกรรมครับ ก็เลยรูสึกผิดไปใหญ่

- และตอนนี้ ผมก็รูสึกจะอยู่ใกล้วัดใกล้พระ นี่ก็มักจะกังวลเลยเลย เพราะ มักจะมีคำด่าในใจผุดมาตลอดเลย ตอนนี้จะสวดมนต์จะไหว้พระก็รูสึกว่า ทำไม่ได้เลย เพราะกลัวจะหลุดคำในหัวที่ไม่ดีออกไป ทั้ง ต่อสิ่งศักธ์สิทธิ์ ผู้มีพระคุณด้วย บางทีก็เป็นคำหยาบช้า

ที่ไม่น่าจะมีได้

-ทุกวันนี้ทรมานใจมาก บางทีก็ห้ามจะไม่คิดทำไม่ผวนคิดคำในหัวก็ทำไม่ได้ เพราะ มันไม่สบายใจเลย การงานผม ทุกวันนี้ ก็รู้สึกจะ ทำอะไรไม่ได้มากเลย

วันนี้ ผมก็รู้สึกว่า มีหลายคนก็เป็นอาการนี้เหมือนกัน ก็รู้สึกจะมีกำลังใจขึ้มาบ้างครับ

ฟ้าใหม่
IP: xxx.173.96.214
เขียนเมื่อ 

เราอายุ 34 แล้ว เป็นที่น่าแปลกใจ เพราะเราเห็นหลายคนแล้วที่รุ่นราวคราวเดียวกับเราเป็นโรคนี้ อย่างคุณออด เป็นต้น จนเราเคยได้ยินหลายคนพูดนะว่า คนรุ่นนี้ (เกิด พ.ศ. 2520) ทำไมไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ มันเกี่ยวกันไหมคะ เราจะบอกอาการของเราให้ฟัง โรคนี้เราเป็นมานานแล้ว มีบางช่วงหายไปบ้างนะ ถ้าจำไม่ผิด แต่อาการแต่ละช่วงแต่ละเวลามันไม่เหมือนกัน ในอดีตเราจำไม่ค่อยได้แล้วว่าอาการมันเป็นไงบ้าง ดูเหมือนว่าความจำของเราจะสั้นลงด้วย ไม่ค่อยจดจำอดีตได้เท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้อาการของเรา จะมีใครเหมือนเราบ้าง เราจะกลัว กลัวการโชคร้าย กลัวอะไรก็แล้วแต่ในเรื่องร้ายๆ เลยทำให้เราคิด คิดแต่สิ่งที่ดีๆ คิดและขอ อธิษฐาน ว่าขอให้เราโชคดี ขอให้โชคดีเหมือนคนโน้นคนนี้ และคนเหล่านั้นก็จะเป็นคนของประชาชน ดารา หรือคนดังๆ ในแวดวงต่างๆ ทั่วๆ ไป ที่เราชื่นชอบ ที่เราคิดว่าดี เช่น อั้ม พัชราภา บารัค โอบามา นิโคล คิดแมน หลายคนค่ะ ที่เราคิดว่าดีในสายตาเรา แต่ถ้าคนไหนที่เราคิดว่าไม่ดีในสายตาเรา เราก็จะไม่คิด แต่เมื่อไหร่ที่เราคิดถึงคนที่ไม่ดีคนไหนคนนั้น เราจะรีบเปลี่ยนความคิดให้เป็นเหมือนคนที่เราคิดว่าดี นึกออกไหมคะ เวลาอาบน้ำ เราก็จะหมุนไปหมุนมาใต้ฝักบัว และคิดว่าขอให้เราโชคดีเหมือนอั้ม พัชราภา ตุ๊กกี้ อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าเราดันไปคิดถึงคนที่เราไม่ชอบ เราเกลียด หรือคนที่ตายไปแล้ว เราก็จะกลัว และจะอาบหมุนตัวอยู่นั่นแหละ ให้ตอนจบของการอาบน้ำเป็นเราโชคดีเหมือนใครก็ได้ที่เราว่าดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาเราพิมพ์งาน เราจะชอบกดปุ่มบันทึกงานซ้ำๆ และนึกไปด้วยเรื่องขอให้โชคดี จนครั้งสุดท้ายต้องจบที่ให้โชคดีเหมือนคนที่เราว่าดี หรือกดปุ่มอันดู รีดู กลับไปกลับมา เพื่อให้ครั้งสุดท้ายโชคดีเหมือนคนที่เราว่าดี หรือพิมพ์ไปแล้วตอนพิมพ์นึกถึงสิ่งที่เราว่าไม่ดี เราก็จะลบข้อความนั้นแล้วพิมพ์ใหม่ มันทรมานมากค่ะ มันทำให้เราเสียเวลาในการทำงานมาก แต่เราก็พยายามแล้วว่าจะไม่ทำ แต่มันบังคับไม่ได้ค่ะ ถ้าไม่ทำ มันจะยิ่งทำให้ความคิดของเรามันเตลิดไปไหนต่อไหน และเกิดความกลัวมากขึ้น กลัวว่าจะเกิดนู่นนี่นั่น กลัวว่าความโชคร้ายมันจะติดอยู่ที่ตัวอักษรที่พิมพ์ เหมือนคนบ้าเลย แต่เรายังไม่บ้า ตอนใส่ยกทรงไม่เป็นค่ะ แต่ตอนใส่ กกน. เป็นค่ะ จนบางครั้งต้องเปลี่ยน กกน. ตัวแล้วตัวเล่า อยากหายค่ะ เคยคุยกับคนที่เป็น เค้าบอกให้ไปหาหมอที่รามาฯ ยังไม่มีเวลาไปเลยค่ะ ได้แต่ทรมานไปวันๆ จนเป็นเหมือนคนที่คิดอะไรอยู่ตลอดเวลา เก็บกด ใครที่เข้ามาในชีวิตเรา เค้าจะมองและคิดกันเกือบทุกคนว่าเราคิดไรอยู่ มีไรในใจ พยายามเฟค พยายามทำให้ปกติ แต่มันก็ไม่ปกติอ่ะคะ มันทรมานมากจริงๆ ตอนนี้อยากหายค่ะ อยากหายมากๆ ทำไงดี บางครั้งเบื่อ ไมอยากเจอใคร ไม่อยากพบ ไม่อยากพูดกับใคร แฟนเราเองก็ยังสงสัยว่าเราเป็นไร พยายามบำบัดด้วยตัวเองแล้ว แต่ทำไม่ได้สักที อยากลองใช้ยาค่ะ ถ้าเราใช้ยาแล้วดีขึ้น จะมาแบ่งปันต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เป็นโรคนี้ค่ะ

วัยรุ่น
IP: xxx.27.30.194
เขียนเมื่อ 

แล้วแต่ละท่าน มีวิธีแก้เบื้องต้นกันไหมค่ะ

หรือต้องไปพบแพทย์เท่านั้นค่ะ

แล้วสาเหตุส่วนใหญ่ มาจากอะไรหรือค่ะ

นักเรียน
IP: xxx.51.89.31
เขียนเมื่อ 

เปนอยุ่เหมือนกันครับ ทรมานจริงๆ

top
IP: xxx.122.167.28
เขียนเมื่อ 

เข้ามาอ่านรู้สึกดีใจบวกตกใจมาก เพราะผมก้อเปนหนักมากกก แต่จะบอกว่าโรคที่คู่กับocdที่น่ากลัวอีกอันก้อคือโรคระแวงคำพูด ต้องนั่งแก้สมการคำพูด ตลอดเวลา ผมรักษาตัวเองมานานมากแล้ว ยังไม่หายขาด แต่พอรู้แนวทางแล้ว

top
IP: xxx.122.167.28
เขียนเมื่อ 

ลองหาหนังสือdr.claire weekes มาอ่านสิ ช่วยได้มากกนะ

top
IP: xxx.122.167.28
เขียนเมื่อ 

อีกวิธีฝึกพุทโธ ควบคู่ ความรู้สึกตัวของหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ หาหนังสือคุณกำพล ทองบุญนุ่มมาอ่าน จิตสดใสแม้กายพิการ คนละปํญหาก้จิงแต่แนวทางเดียวกัน และสุดท้ายจาบอกว่าทำดีเยอะๆ มีชีวิตต่อไปให้ได้ แม้ว่าจะยากแค่ไหน สนุกกับอาการที่เข้ามาตลอดเวลา สนุกกับมัน หรือจาบันทึกอาการตัวเองในแต่ละวัน ไว้อ่านดู บางทีก้อช่วยให้ใจสงบได้ สู้ๆนะ

top
IP: xxx.122.167.28
เขียนเมื่อ 

ลืมไปว่า นั่งสมาธิ เปนประจำ กำหนดลมหายใจ จนชิน ไม่ว่าจาเครียดแค่ไหน พุทโธ และรับรู้ถึงลมหายใจตัวเอง

top
IP: xxx.120.164.44
เขียนเมื่อ 

อยากให้มีตั้งชมรมคนเปนโรคocdจัง จะได้ช่วยกันเพราะหาคนที่คุยแล้วเข้าใจไม่มีเลย ยินดีช่วยมากกกเลย ถ้ามีคนเหนด้วย

ab1
IP: xxx.53.218.236
เขียนเมื่อ 

ไปพบจิตแพทย์คับ เอายามากิน หายแน่นอนคับ ถ้าปล่อยไว้มันไม่หายเองน่ะคับ หมอบอกว่า ถ้าปล่อยไว้นาน ไม่เพี้ยนก็บ้า คับ

jj
IP: xxx.183.126.55
เขียนเมื่อ 

เราเองเคยเป็นตอนอายุ 14 ก้อทานยารักษาจนคิดว่าหายแล้ว 20 ปีผ่านไปมันกลับมาใหม่ คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม คุณหมอบอกว่าเป็นเพราะคราวที่แล้วยังไม่หายขาด เนื่องจากทานแต่ยาอย่างเดียว ไม่ได้ฝึกพฤติกรรมบำบัดเผชิญสิ่งที่กลัว ตอนนี้ก้อกลับมารักษาใหม่ค่ะ เดือนหน้าจะครบ 1 ปีแล้ว ยาช่วยได้มาก ตอนนี้ก้อฝึกเยอะ ๆ ด้วย หายกลัว หายคิดย้ำ ๆ ทำซ้ำ ๆ ไปหลายอย่างแล้วค่ะ คุณหมอให้ฝึกสติระลึกรู้ว่าขณะนี้เรากำลังทำอะไร อย่าใจลอย จะช่วยได้เยอะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ไปพบแพทย์เถอะค่ะ อย่ามัวทรมานเลย

อาณาวินทร์ งามพจน์
IP: xxx.12.74.129
เขียนเมื่อ 

พบจิตแพทย์สิครับช่วยได้ มียารักษา

Benja
IP: xxx.7.235.104
เขียนเมื่อ 

เราก็เป็นช่วงนี้เครียดมากเพราะ เข้าช่วงกลางคืนเมื่อไหร่หละไม่เป็นอันนอนเลย ต้องมานั่งหยิบจับของที่ต้องการเข้ามาในห้องนอนให้หมด ทั้ง ชาม ช้อน เข็มกลัด เสปย์ฉีดผม ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ต้องใช้แต่ก็ต้องหยิบให้มันมาอยู่ใกล้ตัว ช่วยหน่อยเถอะค่ะ สงสารลูกมากเลยต้องมานั่งรอว่าแม่ทำอะไร พอลุกเค้าก็ลุกตาม เครียดมากเลยค่ะ [email protected] โทรมาคุยได้นะค่ะ 0871110237 เบ็ญค่ะ

แนน
IP: xxx.49.233.231
เขียนเมื่อ 

เราก็เป็นเหมือนกัน

ลินลี่
IP: xxx.49.233.231
เขียนเมื่อ 

เราก็มีอาการย้ำคิดย้ำทำมากขึ้นเรื่อยๆทำยังไงดีถึงจะหาย ควบคุมความคิดไม่ได้เลย มันเป็นมากขึ้นกว่าเดิมอีก จะหยิบจับอะไรก้คิดถึงสิ่งที่ไม่ดีกลัวทุกสิ่งเลย รู้อยู่ว่ามันเป็นแค่ความคิด แต่อดที่จะทำตามมันไม่ได้เลยเหนื่อยใจจริงๆทำยังไงถึงจะหายช่วงบอกหน่อยอยากหายค่ะ

-
IP: xxx.49.251.84
เขียนเมื่อ 

อยากหายจากโรคย้ำคิดย้ำทำมาก แต่ไม่รู้จำทำอย่างไรมันเป็นมากขึ้น บางครั้งก็รู้วิธีที่จะไม่ต้องทำตามมัน แต่บางครั้งมันอดที่จะคิดและทำตามไม่ได้ แต่ก่อนจำได้ว่าเป็นไม่กี่อย่าง แต่ตอนนี้มันเป็นมากขึ้นเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือล้างบ่อยมาก กลัวความสกปรก ชอบย้ำพูดบ่อยๆ ชอบหยิบจับอะไรแล้ววางของไม่ได้รู้สึกมีความคิดไม่ดีผุดขึ้นมาในหัว ให้เราต้องยำทำ บางครั้งเป็นมากจนปวดหัว ไม่อยากคิดแต่ทำไมมันเลิกคิดไม่ได้ ทรมานจริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

กิ้ง
IP: xxx.162.225.223
เขียนเมื่อ 

ผมก้อเป็นคนหนึ่งที่เป็น OCD เป้นมาได้ เกือบ 10 ปีแล้ว มันทรมารมากผมรู้ดี และทุกคนที่เป็นคงเค้าใจความรู้สึกแต่ก้ออยากทุกคนสู้ต่อไปเพราะไม่ได้มีเราคนเดียวที่เป็น มีคนอาการหนักกว่าเราตั้งเยอะ เค้ายังอยู่ได้แล้วเราทำไมจะอยู่ไม่ได้ ผมสู้กับโรคนี่มานานพยามทำทุกอย่างเพื่อให้หาย ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เป็นภาระของใคร อยากหายจากโรคนี่อยากกับไปเป็นคนปกติ แต่ก้อยังทำไม่ได้ คิดฆ่าตัวตายวันละ 3 เวลาหลังอาหาร บางที่มีก่อนนอนอีกรอบ 555 งานหลักคือ OCD งานรอง อยากตาย แต่ผมไม่ยอมตายเพราะไอ้โรคงี่เง้ากระจอกแบบนี่หรอกผมจะต้องหาย กลับไปเป็นคนปกติผมจะสู้ๆจนกว่าผมกับโรคนี่จะตายไปข้างนึ่ง และผมก้ออยากให้ทุกคนสู้ไปด้วยกันนะครับใครที่อยากคุยแอดมาได้นะ [email protected] เพราะไม่มีคัยเข้าใจเรามากไปกว่าพวกเราเอง ขอให้ทุกคนหายไวๆๆนะคับ เราจะไปใช้ชีวิตอย่างคนปกติด้วยกันคับ

คูณ
IP: xxx.8.36.34
เขียนเมื่อ 

ผมก็เป็นเหมือนกันครับ อาการนี้ มันทรมานมาก อยากร่วมแลกเปลี่ยนชัยชนะ อาการนี้ครับ

Email: [email protected] Facebook: [email protected]

ผมอยากเปิด private group OCD ใน facebook เพื่อจะได้เข้ามาเป็นกำลังใจให้กันหนะครับ

มาเป็นเพื่อนกันใน facebook นะครับ

***เท่าที่ผมอ่านมา วิธีการรักษาคือ

  1. ให้มองความคิดที่ผุดขึ้นมา เป็นเรื่อง "กลางๆ" ไม่มีผิดถูก แต่เราไปยึดกับมันเอง แล้วอาการก็จะหายไปเอง

  2. ต้องสู้กับการย้ำทำ โดยการไม่ทำมันนานๆ ฝึกให้ได้ 10 - 15 -30 -60 นาที แล้วมันจะหายไปเอง (ชินชา)


นึกไม่ออก
IP: xxx.48.104.235
เขียนเมื่อ 

เฮ้อ..โล่งอกนึกว่าจะเป็นไอ้อาการทรมารๆแบบนี้คนเดียวบนโลกซะแล้ว อาการที่เป็นมากของดิฉันคือคิดไม่ดีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ค่ะ ไม่รู้จะทำยังไง บอกตรงๆเลยกลัวตกนรกมากๆ แต่ดิฉันคิดว่ามันคงอยู่กับเราไม่นานหรอกค่ะ มันเกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็ดับไป เหมือนกฎไตรลักษณ์ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะ ทางที่ดีอย่าไปยึดติดกับมัน และศึกษาธรรมะจะเป็นทางออกที่ดีมากๆเลยค่ะ

เพิ่มเติม 4 กค 2555

ศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder Treatment Center) ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ทางภาควิชาจิตเวชศาสตร์ได้เห็นความสำคัญของการให้บริการการรักษาและศึกษาวิจัยในโรคย้ำคิดย้ำทำ จึงได้มีโครงการจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder Treatment Center) โดยมุ่งเป็นศูนย์กลางในการให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ในระดับประเทศ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของจิตแพทย์ แพทย์ และบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและญาติ ช่วยลดผลกระทบทางด้านจิตใจ การทำงาน การใช้ชีวิตของผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด

รูปแบบบริการ เป็นการให้บริการตรวจรักษา ให้คำปรึกษารายบุคคลและแบบกลุ่ม สถานที่ แผนกตรวจผู้ป่วยนอก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ช่วงเวลาให้บริการ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 – 15.00 น. เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป

เกณฑ์ผู้ป่วยที่จะเข้ารับบริการ 1. เป็นผู้ป่วยย้ำคิดย้ำทำ (obsessive-compulsive disorder) 2. อายุ 18 ปีขึ้นไป 3. สมัครใจรักษา

โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผ่านจิตแพทย์เจ้าของไข้ที่ท่านรักษาอยู่เป็นประจำ หรือในกรณีผู้ป่วยใหม่สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล แผนกตรวจผู้ป่วยนอก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร 02-2011235, 02-2011245

อ้อด
IP: xxx.108.16.51
เขียนเมื่อ 

อยากบอกทุกๆคนที่มีปัญหาเดียวกันครับ... ผมนั่งสมาธิแบบอานาปานสติแล้วได้ผลดีขึ้นมากเลยครับ ตอนนี้ไม่ต้องกินยาก็สามารถอยู่ได้สบายๆ ส่วนเรื่องคิดไม่ดีต่อสิ่งศักสิทธ์ เมื่อก่อนผมก็เป็นหนักเลยเดินเฉียดวัดไม่ได้ความคิดเลวๆปะทุออกมาเต็มสมอง หลังๆมานี้ผมคิดซะว่าเราไม่มีเจตนา คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรแล้วผมก็ปล่อยมันคิดไปตามใจเลย อิสระดี แค่เป็นคนดีก็น่าจะเพียงพอแล้ว

Jojo
IP: xxx.8.220.130
เขียนเมื่อ 

ผมก็เป็นครับ ตอนนี้ 34 แล้ว เท่าที่จำได้เป็นตั้งแต่ 10 ขวบเห็นจะได้ ไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากพฤติกรรมผิดๆ บางอย่างหรือเปล่า คือ ตอนเด็กๆ ครูที่โรงเรียนจะสอนไม่ให้พูดคำหยาบครับ เห็นมีเพื่อนคนนึงพูดคำหยาบแล้วจะตบปาก 3 ที (เห็นหลายๆ คนก็เคาะโต๊ะ) และก็ยกมือไหว้ขอโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รู้สึกว่าผมจะเลียนแบบครับ เพราะกลัวว่าได้ทำสิ่งที่ไม่ดีลงไป จากนั้นอาการก็เริ่มมีประปรายครับ เริ่มจากบางทีคิดด่าคนนั้นคนนี้ในใจ คิดด่าครู ก็จะตบปากและยกมือไหว้ครับ บางทีเวลาอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่น ขอให้เอ็นท์ติด หรือแม้แต่คิดถึงเรื่องที่อยากจะทำ ก็จะมีความคิดไม่ดีแทรกขึ้นมาว่าถ้าได้ยอมเอาชีวิตคนนั้นคนนี้ไปแลกเลย --" ก็จะเกิดความรู้สึกตัวว่าผิดซ้อนขึ้นมา แล้วก็ต้องยกมือไหว้ขอโทษอีก แล้วอธิษฐานซ้อนไปว่าถ้าเราจะเอาชีวิตใครไปแลกกับอะไรก็ตาม ให้เอาชีวิตเราไปแทนเลย...อาการเป็นอยู่เป็นระยะๆ โผล่ๆ หายๆ จริงๆ ไม่รู้ว่าอึดหรือไม่ค่อยสนใจตัวเอง แต่เราสังเกตว่า ตอนที่ไม่รู้สึกผิดมากเพราะเรายังไม่กลัวความคิดพวกนี้อย่างรุนแรง เอาใจไปอยู่กับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิต มันก็จะไม่โผล่มาบ่อย อาจจะวันละครั้งสองครั้ง หรือหายไปหลายๆ วันก็มี แต่ถ้าเรารู้สึกผิดมากมันก็จะโผล่มาถี่ยิบทีเดียว บางครั้งก็มีความคิดประหลาดๆ (แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำเลยนะ) เช่น ยืนอยู่บนระเบียงตึก ก็คิดว่าโดดลงไปดีไหม เห็นเด็กตัวเล็กๆ บางครั้งก็อยากจะถีบ --" เห็นคนท้องก็อยากจะผลักให้ล้ม บางคร้ังก็ตกใจว่าเราเลวอย่างนี้เลยเหรอ แต่เนื่องจากไม่ได้ทำจริงมันก็ลืมๆ ไป นอกจากนี้ก็ยังมีอาการมาเช็คประตูห้องว่าล็อคหรือเปล่าเป็นสิบรอบ บางทีลงลิฟท์ไปแล้วยังขึ้นลิฟท์มาใหม่ก็มี บางทีรอรถเมล์หน้าคอนโดแล้วยังกลับมาเช็คประตูอีกก็มี --" แต่เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้วมีปัญหากับที่ทำงานเครียดจนต้องลาออก รู้สึกเลยว่ามีอารมณ์ขุ่นเคืองมากๆๆๆ แล้วทีนี้เข้าร้านหนังสือหยิบหนังสือธรรมะขึ้นมาดู พอเห็นพระที่ปกเท่านั้นแหละ คำหยาบคายออกมาเต็มไปหมดเลย รู้สึกว่าเราด่าพระ แล้วทีนี้มันไม่เหมือน OCD ที่่ผ่านมาน่ะสิ ข้อแตกต่างที่รู้สึกก็คือเรารู้สึกผิดมาก กลัวบาปกรรม กลัวตกนรก ยิ่งกลัวก็ยิ่งเครียด แถมเครียดเรื่องลาออกจากงานอีก คำด่าพระก็เลยอยู่ในหัวไม่หยุด ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักอาการ OCD ก็ใช้วิธีเดิมๆ คือ ยกมือไหว้พระแล้วกราบขอขมาในใจ แล้วตอกย้ำในใจว่าเราเคารพพระรัตนตรัย เป็นอาการนี้อยู่เป็นเดือนๆ จนพอเราเริ่มหายเครียด มันก็ค่อยๆ คลายลงแล้วหายไป ปีนี้มีอาการเครียดใหม่ คือปรับตัวกับที่ไปอยู่ใหม่ไม่ได้ อยากจะออกก่อนครบกำหนดขั้นต่ำที่เคยตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่ออก เครียดมากๆ ทีนี้มีอาการมีมโนภาพทำร้ายบุพการีเลย มีคำที่คิดจะทำร้ายบุพการีผุดมาในหัว เราตกใจและเป็นกังวลมาก รู้สึกผิดมาก รู้สึกกลัวตัวเอง จนจิตตกรู้สึกหดหู่ซึมเศร้า ก็พยายามแก้ไขไปโดยวิธีเดิมๆ คือ อธิษฐานขอให้เราเป็นคนกตัญญู อธิษฐานว่าถ้าเราคิดจะทำร้ายบุพการีจริงๆ ขอให้เราโดนฟ้าผ่าตายไปก่อนที่คิดจะทำเลย ฯลฯ มันก็ไม่หาย ยิ่งผุดมาเรายิ่งเครียด ยิ่งรู้สึกผิด ใช้วิธีนั่งสมาธิก็แล้ว รู้สึกว่าเป็นการกดมันไว้ ซักพักมันก็โผล่มาอีก เครียดมากกๆๆๆๆๆ นี่ก็เป็นมาเดือนนึงละ เพิ่งมาพบว่าตัวเองเป็น OCD มาไม่นานนี้ ศึกษาวิธีการรักษาหลายๆ วิธีมาก (แต่ยังไม่ยอมไปหาหมอ) วิธีที่ทำแล้วทุเลาลงบ้างอยากจะแชร์ทุกคนมีดังนี้ครับ 1. เวลามันคิด ให้ถามตัวเองในใจว่าใครคิด เราอยากจะทำอย่างนั้นจริงๆ เหรอ จริงๆ เราเคารพรักบุพการรีไม่ใช่เหรอ สิ่งที่คิดมันดีงามเหรอ ทำให้เราเป็นทุกข์หรือสุข ถ้าเป็นทุกข์แล้วคิดมันทำไม 2. เวลาอธิษฐานจิต เราก็ขอพรให้เรามีสติ มีปัญญา ที่จะละอกุศลนี้ออกจากจิตใจให้ได้ 3. ให้คิดว่ามันไม่ใช่ความคิดเรา เป็นโรคติดเชื้อ เราแค่แสดงอาการของมัน เมื่อมันไม่ใช่ความคิดเรา ก็อย่าไปกังวล และรู้สึกผิดกับมัน 4. พยายามลองมีอารมณ์ขันล้อเล่นกับมัน เช่น เวลามีความคิดทำร้ายบุพการีขึ้นมา เราก็คิด (แบบตั้งใจ) สำทับไปเลยว่า งั้นตดให้ดมเลย เป็นการประทุษร้ายแบบเล็กๆ น่ารักๆ (ผมพูดจริงๆนะ) เคยพยายามแปลงสัญญาณโดยคิดในใจว่า รักพ่อรักแม่แล้ว แต่ไม่ได้ผล อาจเป็นเพราะคล้ายๆ เราพยายามต่อต้านมัน ทีนี้เราก็ตามน้ำไปกับมันในด้านลบ เพียงแต่ทำให้เป็นแบบลบเล็กๆ ก็พอ 5. พยายามฝึกเจริญสติ อารมณ์อะไรเกิดขึ้นก็ให้รู้แล้วปล่อยวาง ฝึกที่จะไม่หลงไปในความคิด รู้แล้วละ อันนี้เป็นวิปัสนนา มีคนแนะนำแนวทางนี้กันมาก เราก็รู้สึกว่า work นะเวลาที่มีสติ (แต่เรายังสติอ่อนอยู่) ถ้าเราฝึกจนมีสติรู้ตัวอย่างดีมากๆ แล้ว น่าจะช่วยลดอาการ OCD ได้มากทีเดียว 6. พยายามหากิจกรรมอะไรทำให้มันลืมๆ ไป เช่น ออกกำลังกายให้เหนื่อยๆ (ช่วยได้มาก) หรือหาอะไรทำเพลินๆ ที่ต้องใช้สมาธิ เช่น เล่นเกม 7. พยายามลดความเครียด ออกจากบ้าน ไปเที่ยวเล่น 8. ปล่อยวาง อย่าจริงจังมากเกินไป ขอให้ทุกคนโชคดีและแก้ไขปัญหาตัวเองได้นะครับ ผมก็พยายามอยู่ คุณไม่ได้เป็นโรคนี้คนเดียว!

พระจันทร์ยิ้ม
IP: xxx.51.216.155
เขียนเมื่อ 

ยังไง ก็ขอขอบคุณทุกๆความคิดเห็นที่เข้ามาร่วมกันแชร์นะคะ เพราะถือเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ เวลาเราเกิดทุกข์จากโรคนี้ พออ่านไปเรื่อยๆ ก็รู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนเดียว

แต่ทุกๆคนเองก็นับว่าโชคดีกันอย่างนึงนะคะ เพราะเรารู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ก่อนหน้านั้น ดิฉันไม่ทราบว่านี่คือโรค เครียดแทบแย่ ถามตัวเองว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ บางที่ก็เครียดจนร้องไห้ เล่าให้ใครฟังไม่ได้เลย เวลาที่เป็นทำให้เสียความมั่นใจในการทำสิ่งต่างๆอย่างมาก แล้วก็จะเกิดความกลัวตามมา ทุกคนอยากมีชีวิตเป็นปกติทั้งนั้น พอเกิดโรคแปลกนี่ขึ้นมา อาจทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น เหมือนเป็นคนมีปัญหาค่ะ ปลอบใจตัวเองทุกวันเลย

มาถึงวันนี้ วันที่ได้รู้ความจริง ดิฉันก็คิดซะว่า อืม...เราเป็นโรคทางจิตอย่างนึงนะ ความไม่ดีต่างๆในทางความคิดไม่ใช่ตัวเรา แล้วก็พยายามยึดธรรมะเป็นแนวทางค่ะ ง่ายๆเลย ทุกอย่างที่เป็นอาจจะเป็นเวรกรรมเก่าของเรา เหมือนกับคนอื่นๆที่อาจจะเป็นนั่นนี่ไม่เหมือนกัน เมื่อเกิดความคิดแล้วอย่าไปต่อต้าน เหมือนคำแนะนำที่ผ่านมาจากหลายๆท่านค่ะ แต่เราอย่าหมกมุ่น สวดมนต์ก่อนนอน ทำใจสบายๆ ตั้งสติ ฝึกสมาธิ จิตเราป่วยเราก็ต้องบำบัด ใช่ไหมคะ

ดิฉันเห็นด้วยกับความคิดหลายๆท่านที่ว่าเรื่องของ กรรม เจตนา ก้อนความคิดก้อนนึง การทำความเข้าใจ ยอมรับ สิ่งเหล่านี้เป็นแง่คิดที่ดีมากนะคะ ขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งค่ะ พวกเราต้องสู้ด้วยกันนะคะ อย่าย้อมแพ้กับโรคนี้ เพราะเมื่อใดที่คุณท้อถอย หมดอาลัยในชีวิต โรคนี้จะครอบงำชีวิตคุณทันที ขอให้ทุกคนเข้มแข็งค่ะ

ป.ล. สำหรับความคิดเห็นล่าสุด คุณ Jojo ขอเป็นกำลังใจให้คุณด้วยนะคะ สู้ต่อไปค่ะ มีปัญหาอะไรแชร์ๆเข้ามาได้เสมอนะคะ

พระจันทร์ยิ้ม
IP: xxx.51.216.155
เขียนเมื่อ 

ขอเพิ่มเติมอีกนิดนึงนะคะ บางทีเราอยากจะหายจากอาการพวกนี้ โดยการพยายามไปตั้งกฏเกณฑ์ขึ้นมาว่า ต้องหายๆๆ เป็นวิธีที่ไม่ได้ผลเท่าไหร่นะคะ อย่าไปตั้งระยะเวลาให้ตัวเองแบบนั้น เอาเป็นว่า ขอให้เป็นอยู่กับปัจจุบัน พยายามมีสติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกวันนี้ดิฉันก็พยายามทำอยู่ค่ะ

ถ้าเราจัดการความคิด เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ใจเราได้ ชีวิตเราจะมีความสุขมากขึ้นนะคะ ความสุขไม่ได้หายไปจากคุณเลย อยู่ที่ใจคุณต่างหาก แต่บางทีเรามักมองข้ามไป ถ้าเราทำได้ เราก็จะใช้ชีวิตได้อย่างปกติไม่แพ้คนอื่นเลย ทำงาน เรียน หรือกิจกรรมต่างๆ คุณสามารถโอเคกับสิ่งที่คุณทำได้หมด อย่าให้อาการนี้มาทำร้ายคุณจนเสียสมาธิ เสียการเรียน หรืองานนะคะ เพราะไม่งั้นแล้ว มันจะเหมือนว่า เราไปตัดตัวเราเองออกจากสังคม ทุกอย่างอยู่ที่ใจเราค่ะ ว่าเราสู้แค่ไหน คิดผิดไป เราก็สู้ใหม่ เท่านั้นเอง อย่าไปจมว่า ทำไมเราถึงเป็นอีกแล้ว คิดแบบนี้ท้อเปล่าๆค่ะ

ปัญหาและความคิดมีเข้ามาหาเราทุกวัน อยู่ที่เราว่าจะเลือกจัดการยังไง พยายามจะปรับแบบไหน แต่ข้อดีของโรคนี้ก็มีนะคะ มันทำให้เรารู้ว่า เราไม่ต้องไปแสวงหาความสุขอะไรใหญ่โตให้ชีวิต สุขที่แท้จริงคือ สุขที่ใจดวงน้อยๆของเรานี่แหละ รวมถึงการไม่มีโรคด้วย เราอย่าไปนึกว่าเราเป็นคนผิดปกตินะคะ เดี๋ยวนี้โรคภัยมีมากมาย เข้ามาหาคนเราทุกวัน ตัวเราเองก็แค่เป็นหนึ่งในนั้น เป็นโรคหนึ่งโรคเท่านั้นเองค่ะ เมื่อเป็นเราก็รักษา ดูแลตัวเองไป เหมือนกับโรคอื่นๆ จริงไหมคะ .........................

ผมก็เป็น
IP: xxx.180.25.172
เขียนเมื่อ 

ผมก็เป็นครับ ทรมาณมาก เป็นมา 4ปีแล้ว ทรมาณเหลือเกิน ทุกวันนี้ใช้ยา lexotan 1.5 mg กับ อนาฟานิลอยู่

รบกวนท่านที่มีความรู้แอดมาหาทีนะครับ แนะนำ รพดี ๆ ให้ผมที ตอนนี้ผมรักษาอยู่ที่ รพ ธนบุรี ผมรู้สึกอาการผมคงที่ แต่ไม่ดีขึ้น และไม่แย่ลง จะแย่ลงบางที

ผมอยากเป็นคนปกติ ผมลืมไปแล้วว่าคนปกติเป็นยังไง ทรมาณเหลือเกิน T_T

ผมไม่ไหวแล้ว ช่วยผมด้วย

[email protected]

พระจันทร์ยิ้ม
IP: xxx.108.41.226
เขียนเมื่อ 

ถึงคุณ ssy ความคิดเห็นที่ 81 ค่ะ ดิฉันอยากทราบอีเมลล์ของคุณ มีเรื่องจะปรึกษาหน่อยนะคะ ดิฉันชอบวิธีการของคุณมากๆเลย

เป็นเหมือนกัน
IP: xxx.169.231.191
เขียนเมื่อ 

เพิ่งรู้ว่่ามีคนเป็นแบบเราเยอะเหมือนกัน นึกว่าเป็นอยู่คนเดียวในโลก ทรมานมากค่ะ

เริ่มเป็นตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ กลัวสิ่งสกปรก ไม่กล้าเข้าห้องน้ำสาธารณะ กลัวว่าจะมีผู้ชายที่ไหนมาช่วยตัวเองแล้วปล่อยอสุจิเอาไว้ กลัวอสุจิมาถูกตัว กลัวท้อง- -"

อาการต่อมา ด่าทอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เริ่มจากตอนยกมือขอพรไหว้พระ ก็ดันไปคิดถึงแต่สิ่งร้ายๆ แทนในหัวสมอง อยากจะบ้าตาย แล้วก็กลัวว่าเราจะไปบนบานอะไร ทั้งๆ ที่ไม่ได้ต้องการบน ถึงกับไม่ยกมือไหว้พระ ไม่อยากเข้าวัด ไม่อยากมองไม่อยากเห็นอะไรที่เกี่ยวกับวัด พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บลา บลา ไปพักนึง

แต่ปัจจุบัน อาการสองอย่างข้างต้นดีขึ้นแล้ว ถึงแม้จะยังขยะแขยงห้องน้ำชายสาธารณะอยู่มากๆ พยายามเดินให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้- -" แต่ปัจจุบัน เข้าวัดได้แล้วค่ะ=)

แต่ปัจจุบันนี้ ที่ทรมานมากที่สุด ทำเอาถึงกับอยากตายไปให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องย้ำคิดย้ำทำ ก็คือ เรื่องปิดน้ำ ถอดปลั๊กไฟ ล็อคประตูบ้าน ทำซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบกว่ารอบก็มี เสียเวลาในชีวิตไปอย่างมากๆ กลางคืนแทนที่จะนอน ก็มัวเสียเวลาย้ำคิดย้ำทำ ทำให้เสียเวลา และเวลานอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ

ถ้าไม่ลุกไปย้ำทำก็จะย้ำคิดอยู่นั่น และนอนไม่ได้ค่ะ ไม่สามารถนอนได้ ทรมานจริงๆ

ปัจจุบัน รอบเตียงที่นอนจะรายล้อมไปด้วยเครื่องใช้ไฟ้ฟ้าสารพัด แต่อะไรที่เอาไปเก็บซ่อนในรถได้ ก็จะเอาไปเก็บในรถแทน ตัดปัญหาต้องมาเช็คดูว่า มันเสียบปลั๊กอยู่หรอป่าว ปัจจุบัน นอนกับเตารีดอยู่บนเตียงค่ะ (ถอดปลั๊กแล้ว) ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อยู่ข้างเตียง เพื่อจะได้เป็นการมั่นใจว่า มันปิดสนิทแล้ว หรือไม่ได้ใช้งานอยู่ จะได้นอนหลับ

ในห้องนอน ไม่มีทีวีหรือวิทยุใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเคยมี แล้วปิดทีวีแล้ว ปิดทีวีอีก เพราะคิดว่ายังไม่ได้ปิด คือ ปิดแล้ว ก็กดเปิดใหม่ เพื่อจะได้ปิดมันอีก กดปุ่มแช่จนกว่าจะแน่ใจว่าทีวีปิดแล้ว เลยแก้ปัญหาด้วยการไม่เอาทีวีหรือวิทยุ ไม่ดูก็ได้วะ ไม่งั้นกลางคืนก็นอนไม่หลับ ไม่มั่นใจ กลัวทีวียังไม่ได้ปิด (ทั้งๆ ที่มันปิดแล้ว- -")

ก๊อกน้ำ ก็ปิดแล้วปิดอีก ปิดอยู่นั่น จนก๊อกจะพังอยู่แล้ว กลัวยังไม่ได้ปิดน้ำ อาการจะเป็นมาก ช่วงก่อนนอน ถ้ารู้สึกว่า ก็อกปิดไม่สนิท ก็จะนอนไม่ได้ หรือไม่ก็บ้าคิดไปว่า มือเราไปเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้แน่เรย ต้องลุกไปปิด ไปจับก๊อกน้ำดูอีกรอบ ทรมานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กว่าจะนอนได้ ตอนนี้ แก้ปัญหาโดยการเปิดประตูห้องน้ำทิ้งเอาไว้กว้างๆ เอาวะ ถ้าไม่ได้ยินเสียงน้ำไหล น้ำหยดอะไร แสดงว่า ก็อกปิดสนิทแล้วอ่ะนะ เป็นอันว่า นอนได้- -"

ก่อนออกจากบ้านไปทำงาน ก็ดูแล้วดูอีก ประตูบ้านต้องล็อคสองรอบเป็นอย่างต่ำ เพื่อความมั่นใจว่า บ้านตรูล็อคแล้ว- -" ไม่งั้นออกไปทำงาน ก็จะเครียดทั้งวัน เพราะกังวลว่าบ้านยังไม่ได้ล็อค โจรจะเข้าบ้านมั๊ยเนี่ย- -" ทั้งๆ ที่ตอนกลางวันก็มีคนอยู่บ้าน ถ้าโจรเข้า เค้าก็คงโทรฯ มาบอกแล้ว- -"

ถ้ามีใคร เช่น เพื่อนบ้านแอบสังเกตตอนเราออกจากบ้าน เค้าก็คงว่า อินี่บ้าแน่ๆ ล็อคกุญแจแล้ว ไขใหม่ จะได้ล็อคอีกรอบ- -"

ก่อนออกจากบ้านไปทำงาน ก็ดูน้ำ ดูไฟ ดูแล้วดูอีก ทุกอย่างต้องย้ำสองรอบเป็นอย่างต่ำ ส่วนใหญ่มากกว่าสองรอบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ไปทำงานสายบ่อยมาก อยากจะบ้าตาย ถ้าเอาเตารีดใส่รถไปทำงานได้ ก็ทำแล้ว แต่ทำไม่ได้ เพราะกลัวคนที่บ้านที่อยู่ด้วย จะว่าเราบ้าแน่ๆ บอกใครก็ไม่ได้ ว่าอาการย้ำคิดย้ำทำเราหนักขนาดนี้ คือ เค้ารู้กันอยู่ว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่ไม่รู้ว่าเป็นหนักจนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ พ้นความทรมาน- -"

เรื่องพิมพ์อะไรในคอมพิวเตอร์แล้วลบออกตัวสองตัว เพื่อจะได้พิมพ์ใหม่ เพื่อความมั่นใจว่าเราไม่ได้พิมพ์อะไรที่ไม่สมควรลงไป ก็เป็นเหมือนกัน เห็นความเห็นก่อนหน้าเป็น เออ มีคนเป็นเหมือนเราด้วยแฮะ นี่ ก็ลบมาหลายตัวแล้ว กว่าจะมาถึงตรงนี้- -"

เวลารินน้ำ ก็จะรินจนแทบจะล้นแก้ว คือ ทำอะไรจะล้นๆ เกินๆ ตลอด ไม่มีขาด เหมือนที่ความเห็นก่อนหน้าความเห็นนึงบอกว่า ให้คิดเป็นข้อดีก็ได้ คือ คนย้ำคิดย้ำทำมักจะไม่ทำอะไรผิดพลาด หรือ ขาดตกบกพร่อง ใช่เลย เพราะเราทำเกิน ทำล้น ตลอด- -" เราเป็นประเภท Perfectionism ด้วย ทำอะไรทุกอย่างต้องให้สมบูรณ์พร้อมที่สุด ถ้าไม่เพอร์เฟ็คท์แล้วมันคาใจ มันไม่ได้- -" สงสัยว่า คนเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนประเภทเพอร์เฟ็คชั่นนิสม์ สมบูรณ์นิยม มั๊ง เดาเอา- -"

เข้ามาอ่านแล้ว ก็สบายใจขึ้นหน่อย ว่า ตรูไม่ได้บ้าอยู่คนเดียว คิดมานานตั้งแต่เด็กแล้ว ว่า เราเป็นโรคประสาทแบบนี้อยู่คนเดียวในโลก- -"

อยากไปรักษาอยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่มีเวลา อายคนด้วย ไม่มีใครรู้ว่าเป็น อยู่ข้างนอก ถ้ามีอาการ ก็จะย้ำทำแบบเนียนๆ อายคนปรกติเค้า มีแต่คนที่บ้านรู้ว่าเป็น แต่ไม่รู้ว่า อาการหนัก จนกระทบกับการดำเนินชีวิตและสุขภาพ บั่นทอนจิตใจและความสุขในชีวิตมากช่วงนี้ เลยเข้ามาอ่าน เพื่อได้หนทางแก้ดูมั่ง- -"

อยากเป็นปรกติแบบคนทั่วไป ระบายไปบ้างก็ดีขึ้นหน่อย- -"

พร้อม แล้วนะ
IP: xxx.205.218.169
เขียนเมื่อ 
             สวัสดีครับทุกคน ผมอายุสิบสี่กว่าครับ เป็นโรคนี้เหมือนกันเลย อาจจะแตกต่างจากคนอื่นหน่อยๆ คือ

-หลังเลิกเรียนทุกวัน กลับมาบ้านผมจะเข้ามาในห้องตัวเองแล้วเอาเชือกขาวมาพันรอบโต๊ะทำการบ้านกับกระเป๋าตัวเอง จากนั้นก็ลงมือเช็คตามตู้เสื้อผ้า เตียง ใต้เตียง แม้กระทั่งพื้นปล่าวๆ เสดแล้วเอาไม้กวาดพื้นหลายครั้งมากครับ ประมาณว่าผมต้องการให้ส่วนอื่นในห้องนอกจากโต๊ะทำการบ้าน สะอาดเป็นระเบียบครับ เพราะกลัวว่าจะมีของตกหล่น ทำไปหลายรอบๆ แล้วค่อยมาจัดการที่โต๊ะทำงานต่อ ตอนแรกไม่ได้เป็นอะไร แต่หลังๆมาอาการหนักมากครับแบบว่า ผมต้องทำทุกอย่างให้เป็นระเบียบ รื้นค้นออกมาแล้วจัดเรียง (ในใจก็คิดว่า เอ.. อันนี้ต้องใช้ทำงานอะไรที่โรงเรียนพรุ่งนี้รึป่าวนะ) ออกนอกบ้านก็ต้องเช็คของที่พกมาว่าครบไหม ส่วนเรื่องอื่นก็มีเยอะ แต่หลักๆคือเรื่องความเป็นระเบียบครับ บางครั้งผมทนไม่ไหว เวียนหัวมาก อยากจะร้องไห้ด้วยซ้ำบางครั้ง จนผมได้ปรึกษาพ่อครับ พ่อผมบอกว่า วิธีแก้ที่ดีสุดคือต้องมีสติกับสิ่งที่ตนเองทำตลอดเวลา อย่าสนใจเรื่องอื่น แล้วเรื่องการจัดห้อง เช็คความสะอาด พ่อผมบอกว่าเคยเป็นเหมือนกัน แต่แก้ได้ ด้วยการจดครับ จดว่าตอนนี้เดวเราต้องทำอะไร เช่น จัดที่นอน ล้างมือ แปรงฟัน พอทำเสดก็เช็คถูกซะว่าทำแล้ว เมื่อทุกที่เราตั้งใจจะทำแล้ว เราก็ปล่อยวางครับ ให้เรานึกถึกเรื่องที่เราอยากจะทำแล้วเรามีความสุข แต่ต้องเป็นเรื่องสบายๆนะครับ เช่น ดูทีวี อ่านนิยาย ฟังเพลง ครับ เรื่องที่เราได้ทำแล้วเช็คถูกแล้วก็อย่าสนใจมันอีกครับ ให้คิดว่าเราทำวันนี้ได้ดีเยี่ยมไปเลย ตอนก่อนนอนให้นึกถึงสิ่งที่เราทำหรือจัดการไปแล้ว แล้วนอนครับ พอผมทำแล้วก็ โว้วโอ้วว รุ้สึกดีขึ้นมากครับ มีเวลาทำสิ่งที่ตนเองทำแล้วมีความสุข

             อะไรที่ท่านเบื่อที่จะต้องทำซ้ำไปซ้ำมาเพราะกลัวเรื่องเรื่อยเปื่อยสารพัดขอให้จดเป็นสิสต์แล้วทำตามจากนั้นก็เช็คถููกเป็นนัยว่าเราตั้งใจทำสิ่งนี้แล้วนะ จากนั้นก็อย่าสนใจมันอีกครับ ให้ทำสิ่งที่เราอยากทำหรือต้องการทำจริงๆเช่นทำการบ้าน ทำงาน เป็นต้น    ตอนนี้ครูสั่งให้ผมทำแผ่นพับเรื่องโรคที่ตนต้องการศึกษาครับ ผมนึกได้ว่าผมเคยเป็นโรคนี้ก็เลยมาแวะที่นี่ครับ  สุดท้ายขอเป็นแรงใจให้ทุกคนครับ  พยายามคิดในแง่ดีและมีเหตุผลให้มากๆๆ   สุดท้ายก็จะดีขึ้นเองครับ
ปุ้ย
IP: xxx.108.73.46
เขียนเมื่อ 

ดิฉันป่วยเป็นย้ำคิดย้ำทำมาก็10ปีแล้วค่ะ รุ้ดีว่าโรคนี้มันทรมานมาก ทำเอาขาดความมั่นใจไปเลย ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เป็นนะคะ เราต้องอดทนกับมันค่ะ แล้วก็หาเรื่องอื่นทำเพื่อลืมมันไปนะคะ หรือไม่ก็เขียนระบายความรู้สึกที่เป้นหรือที่คิดออกมาให้หมด มันจะทำให้เราสบายใจได้ในระดับนึงค่ะ

ธิดารัตน์ ณ นคร
IP: xxx.49.242.109
เขียนเมื่อ 

สามีป่วยเป็นโรคนี้แบบขนาดไม่รู้สึกตัวเลยค่ะ บังคับให้ทุกคนทำนั่นนี่ตลอดจัดของจัดร่างกานตัวเองท่านั่งท่าไหว้ถ้าไม่ทำตามเค้าจะกระวนกระวายถึงขนาดก้มกราบเราสุดท้ายนี่ถงขนาดเกร็งไปทั้งตัว รักษามาสองเดื่อนแล้วแต่อาการหลงลืมเลอะเทอะก็มีอยู่พูดเองเออเอง อธิบายไงก็ไม่ฟังถามคำถามซ้ำไปมาแต่ไม่เชื่อสิ่งที่เราตอบ งมงายเรื่องไสยศาสตร์มาก บางทีแอบยกมือไหว้ไม่ให้เราเห็น กลุ็มใจมากค่ะยาก็แพงถ้าเค้าไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพได้ครอบครัวคงลำบากมาก รักษาอยู่สถาบันประสาทค่ะ มีอะไรแนะนำด้วยนะค๊ะ ขอบคุณค่ะ

ตั๊ก
IP: xxx.207.163.64
เขียนเมื่อ 

ทำไงดี พรุ่ง นี้ จะ ขึ้นเวทีแล้ว ครั้งแรกที่ ขึ้นแสดงเพื่อ สอบ วัดระดับกีต้า (คือผมเรียนกีต้าร์ คลาสสิค มา 4 เดือน แล้ว ครับ)  เครียดมากๆ เพราะ กลัว อาการ หลุกหลิก กำเริบ หรือ ไม่ก็ ตื่นเวที ลืมโน้ตเพลงหมด  หรือไม่ก็ หวาดระแวงคนดูไปทั่ว และ อื่นๆ อีก  ใครอยากแชร์ประสบการเรื่องขึ้นเวที ช่วยแชร์ได้ น่ะครับ หรือไปที่  wattana korat   เฟสบุ๊ค น่ะครับ  และ ผม เข้าโรงบาลจิตเวช รักษา ocd มา  1 ปี แล้ว ทาน ยาทุกวัน ครับ

เป็นโรคนี้ตั้งแต่ ป 4 เลยค่ะ และเป็นหนักมากช่วงนั้น เวลาคิดอะไรคิดลบหลู่โน้นนี่นั่น ในหัวคิดมั่วๆๆมากมาย แล้วตอนนั่นเด็กเราคิดอะไรเราก็จะพูดออกมาอย่างนั้น ต้องคอยตบปากตัวเองตลอดเวลา เป็นบุคลิกที่ไม่ดีมากค่ะ พูดมั่วแล้วใช้คำว่าล้อเล่นแล้วตบปากตัวเอง คิดดูสิ มันน่าดูที่ไหนกัน แล้วนั่นคือเริ่มต้นค่ะ เป็นมาเรื่อยๆ รู้สึกสมองช้าลงมาก ปกติเป็นคนหัวดี แล้วเนื่องจากแม้กระทั่งอ่านหนัวสืออยู่หัวก็ไปคิดเรื่องอื่นมั่วไปหมด มองเห็นพัดลมก็จ้องพัดลมนานมากแล้วคิดไปต่างๆนาๆ มันทรมารมากค่ะ บาวทีถึงกลับตบหน้าตัวเองลงโทษให้เหมือนคนปกติที บอกใครไปเค้าก็ไม่เข้าใจ เหมือนเรามีตัวมารอยู่ในหัวมาคอยพาเราคิดโน่นนี่นั่น พ่อแม่อาก็ไม่รู้ว่าเราเป็นโรคนี้มานาน แรกๆนึกว่าเราเป็นคนเดียว เพิ่งมารู้ว่ามีคนเป็นแบบนี้ด้วย แต่ตอนนี้ควบคุมตนเองได้มากขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ทรมารไม่ต่างกันเลย ไม่อยากไปรักษาที่โรงบาลเลยค่ะ ไม่อยากกินยาตอนนี้อยู่ปีหนึ่งค่ะ แล้วมันต้องเรียนหนักไง เวลาอ่านหนังสือนี่เหมือนใช้งานสมองหนักเป็นสองเท่าของคนปกติ เหนื่อยกับโรคนี้ด้วย ทำให้พลาดทุนไปเมืองนอกอีก เนื่องจากสัมภาษณ์ดุกดิกดุ๊กดิกอ่าค่ะ โรคมันกำเริบเป็นมากขึ้นทุกวัน แต่ทำไมทุกคนไม่มีใครรู้เลยว่าเราเป็นโรคนี้ เป็นโรคที่คนไม่ค่อยรู้จัก เราก็ไม่กล้าบอกใครด้วย บอกไปก็ไม่เข้าใจเลย ทรมานมากค่ะ

TTT^TTT ช่วงอ่านหนังสือสอบยิ่งทรมารเข้าไปใหญ่เลยอ่ะ ทรมานจนไม่อยากอยู่แล้ว

ืnoi
IP: xxx.52.128.178
เขียนเมื่อ 

 สวัสดีครับ  ผมก็เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้เหมือนกันครับ...ก่อนอื่นก็ต้องขอเล่าเรื่องของผมให้ท่านที่ได้อ่านได้ตัดสินว่าผมเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำจริงหรือไม่..สำหรับผมถ้าเป็นจริงก็อยู่ในขั้นหนักพอสมควร

        ผมเป็นข้าราชการครับ.....วันหนึ่งผมไปอบรมงานในหน้าที่มีอยู่วันหนึ่งเขาให้ผู้มาอบรมไปรายงานตัวหน้าแถว..อยู่ดีๆผมก็ไม่รู้คิดอะไรขึ้นมาเกิดอาการประหม่าตื่นเต้นตัวเนื้อสั่นไม่เป็นท่า หลังจากวันนั้นมา พอถึงเวลาที่เราจะต้องไปแสดงออกต่อหน้าใครไม่ว่าจะน้อยคน หรือมากคน ก็จะคิดไปก่อนเลยว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงแล้วมันจะสั่นอีกไหมหนอ ก็จะคิดไปเรื่อย และแล้วก็สั่นจริงๆ แม้กระทั่งการไปหาหมอ เวลาหมอให้นั่งรอคิวเพื่อเข้าตรวจ ก็จะคิดว่า เดี๋ยวจะถึงคิวผมแล้ว ยิ่งไกล้เข้ามาก็จะคิดหนักใจเต้นเร็ว มือเย็น แล้วสุดท้ายก็สั่น ผมพยายามที่จะหยุดอาการเหล่านั้นโดยการเกร็ง...กลั้นหายใจเข้าออก หรือหายใจเข้าให้ลึก แล้วปล่อยออกเพื่อให้หายตื่นเต้น สั่น บางครั้งก็ได้ผล แ่ต่สวนใหญ่ไม่ได้ผล แต่ถ้าเจอเหตุการณ์แบบเดิมๆไปสักพัก (ประมาณ ๒ ถึง ๓ นาที ) ก็จะคลายความตื่นเต้น และอาการก็จะหายไป โดยเฉพาะเวลาเจอเหตุการณ์ที่เป็นการเฉพาะหน้าที่ไม่ต้องไปเข้าคิวต่อใครอาการก็จะไม่ค่อยมีเพราะไม่มีเวลาให้คิด....ผมพยายามที่จะแก้ปัญหานี้โดยศึกษาหาข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ต แต่ในตอนแรกไมุ่รู้จักโรคย้ำคิดย้ำทำ คงหาเพียงแค่วิธีใหนที่จะทำให้ลดความตื่นเต้น ผมพยายามที่จะคิดว่าผมอยู่คนเดียวเวลาแนะนำตัว หรือพูดต่อหน้าผู้คน ไม่สนใจใคร ไปแคร์คนอื่นทำไม่ ปล่อยให้เป็นธรรมชาติ คนอื่นเขาทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้ พยายามคิดในทางบวกเพื่อเอาชนะ แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะมันได้ ผมเครียดมาก กลุ้ม ผมเป็นโรคกระเพาะอยู่เดิมแล้ว พอมาเจอแบบนี้อีก ทำให้ผมผอมมาก จนเพื่อนทักว่าเป็นโรคอะไรที่เขาเป็นกันหรือป่าว ยิ่งทำให้ผมเคียดไปอีก ขอวอนผู้ที่รู้ช่วยบอกหน่อยครับว่าผมเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือไม่ แล้วจะรักษาอย่างไร จึงจะได้ผลครับ และขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับผู้ที่ให้คำแนะนำมา ณ ทีีี่นี้ด้วยครับ

คนกำลังท้อ
IP: xxx.206.40.241
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ โดยส่วนตัวผมคิดว่าผมก็เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเหมือนกันนะครับ โดยที่สังเกตมาผมเป็นตั้งเเต่เด็กๆเเล้วครับ 

คือแบบว่า ถ้าผมจะทำอะไร จะคุยกับใคร ไม่ว่าอะไรก็เเล้วเเต่ ทุกๆอย่างผมคิดว่ามันต้องสมบูรณ์แบบทุกอย่างเลยล่ะครับ เเต่ถ้าผมไม่สามารถทำในสิ่งที่ผมตั้งความหวังไว้ได้สำเร็จ ผมก็จะรู้สึกผิดอย่างมากเลยล่ะครับ แบบว่า วันๆนั้นผมจะไม่เป็นอันทำอะไรเลย ทั้งๆที่มันเป็นเเค่เรื่องเล็กๆน้อย อย่างเช่น ผมไปลองกินอาหารในร้านที่ไม่เคยไปกิน ถ้าอาหารไม่อร่อยผมก็จะผิดหวังมากเลยล่ะครับ ภายในวันๆนันผมจะฆ่าเวลาในการทำในสิ่งที่ไร้สาระ อย่างเช่น  พาลใส่คนอื่นแบบไม่ไมีเหตุผล อารมณ์จะเสียบ่อย เเละหงุดหงิดง่าย เป็นต้น เเล้วกว่าจะกลับมาเป็นคนเดิมได้ต้องใช้เวลาเป็น วันถึงสองวันหรือมากกว่านั้นครับ เเล้วผมก็ชอบคิดไปเองว่า เวลาผมเดินคนเดียวในที่คนเยอะ เหมือนมีคนมาจ้องดูที่ผมเหมือนคอยจับผิดบุคลิกในตัวผมอย่างไงอย่างงั้นเลยล่ะครับ ทุกวันนี้ผมรู้สึกอึดอัดมาก ทรมานมาก บอกไม่ถูก จนไม่รู้จะเเก้ยังไงเเล้วครับ ตอนนี้ผมอายุ 18 ปี ผมเริ่มมีอาการตั้งเเต่ 10 ปีเเล้วครับ คือเหมือนทุกๆอริยาบท ทุกๆท่าทางของผมนั้นเหมือนผมรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะครับ รู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมชาติเลยครับ เหมือนเรากำลังฝืนๆน่ะครับ จะนั่ง จะเดิน จะนอน ผมรู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมาชาติเลยครับ ทำอะไรผมก็ต้องการความสมบูรณ์แบบทุกอย่างเลยครับ ทำยังไงดีครับ ผมถึงจะหาย

อยากหาย
IP: xxx.108.137.232
เขียนเมื่อ 

ไปพบแพทย์ค่ะ เราพยายามมาทุกวิถีทางแล้ว กินยาไปแล้วก็นั่งสมาธิช่วยได้น่ะค่ะ

K
IP: xxx.25.100.167
เขียนเมื่อ 

คืออาการที่เกิดขึ้นก็คือดูหนังผีแล้วชิบเก็บนำมาคิดทั้งทีไม่ใช่เรื่องตัวเองชอบพูดอะไรที่ซ้ำสามครั้งจะมีวิธีแก้ยังไงดีค่ะตอบด่วน

kk
IP: xxx.27.235.161
เขียนเมื่อ 

ผมเป็นโรคนี้ เมื่อประมาน ม 2 และเป็นมาเรื่อยๆ จนถึงจุดสุดขีด คือ  ปี1 คือทนไม่ไหวจริงๆ คือตอนแรกผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมเป็น คิอโรคย้ำคิดย้ำทำ   เพราะผมไม่เคยรู้จักโรคนี้มาก่อน จนผมอยู่ปี1 ผมทนไม่ไหว จนหาข้อมูล ไปเรื่อยๆ ว่าผมเป็นอะไร จนได้รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ และผมไม่ลังเล เรย ที่ เข้าพบ จิตแพทย์ โดยทันที  เมื่อผมเข้าพบจิตแพทย์ หมอเค้าก็จะพูดคุยกับเรา โดยการรักษา แบ่งการออกเป็น สองส่วน หลักๆ คือ ยา กับ การฝึกฝน

ยา   ช่วงแรกๆ เห็นผลค่อนข้างดี จนถึงจุดที่ โอเคเรย  พอถึงจุดๆนึงมันจะเริ่ม อิ่มตัว  และยังเหลืออาการอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่า ดีจากตอนก่อน พบหมอ มาก แต่ย้ำว่า ยารักษาได้แค่ประมาน หนึ่ง คือ 50 -75 % หรืออาจถึง 85 %

สอง การฝึก ตรงส่วนนี้ สำคัญมาก เพราะมันจะทำให้เราเหมือนมีภูมิต้านทาน เพราะการรักษาด้วยยานั้น เมื่อเราหยุดยา อาการ ก็อาจจะ กลับ มาบ้าง แต่ก็คงไม่กลับคืนตัว เหมือน ก่อนพบหมอ หมอบอกคับ แต่อาการมีการ return บ้างแน่นอน ต้องทำใจครับ แต่การ ฝึกฝนนั้นจะสร้างภูมิต้านทาน รวมถึง ก็เป็นยาด้วยส่วนหนึ่งครับ

รายละเอียด ก็จะประมานนี้ ครับ ข้อสำคัญคือ  เมื่อรู้ว่าเป็นโรคนี้   หาจิตแพทย์ทันทีครับ !!!!!!  ไม่ว่าอาการจะอยู่ในขั้น น้อยนิดก็ตาม  และ คุณหมอ จะชี้ทางให้เราเองครับ

ส่วนตัวผม ตอนนี้ ควบคุม การใช้ชีวิตตัวเอง ได้ โอเค แล้วครับ ถือ ว่า ผม พอใจ เรยทีเดียว เมือเทียบกับเมื่อก่อน


คนบ้า
IP: xxx.0.10.167
เขียนเมื่อ 

มีปัญหาทางจิต ลองไปปรึกษา www.fb.com/psytu นะจ๊ะ นะจ๊ะ

หมดปัญญา
IP: xxx.11.51.22
เขียนเมื่อ 

ถึงคนมันเครียด ครับ ผมเป็นเหมือนคุณตอนแรกไม่อยากแต่ที่อยู่เพราะพ่อแม่และครอบครัวเพราะเราเกิดมามีร่างกาย32ประการเราต้องสู้นะครับทรมานมากแค่ไหนที่ต้องมาด่าในสิ่งที่เราเคารพรักมากเราไม่เคยด่าเขาเลยต้องมาด่าในคำที่เลวทรามผมก็ทุกข์มากบางทีนอนร้องไห้ตลอดเลยไม่มีความสุขเลยสวดมนต์เพื่อขอขมาว่าเราไม่ได้ตั้งใจคิดแบบนี้เลย

ผมร้องไห้ทุกวัน
IP: xxx.87.146.128
เขียนเมื่อ 

ถึงคุณ ที่มีความทุกข์

ผมก็เป็นเหมือนกับคุณอ่ะแหละเป็นได้มาแค่2เดือนกว่าๆเองทรมานมากๆร้องไห้ตลอดไปหาหมอมาแล้วให้ยามากินเพิ่งกินเลยยังไม่รู้ว่าเป็นไงลองไปหาหมอดูสิอย่าไปอายตอนแรกผมก็ไม่กล้าไปหรอกแต่ทนไม่ไหวเลยต้องไปมันเกินไปกับความคิดอะไรแบบนี้มันไม่ใช่ความคิดของเราเลยผมเพิ่งอายุ24เองทรมานทั้งด่าในลากมกมั้งแช่งมั้งเปรียบอย่างนู้นอย่างงี้จินตนาการบ้างไรบ้างมันหนักมากๆ0859459540โทรปรึกษากันอ่านแล้วทรมานมากเลยผู้ป่วยเป็นโรคนี้เยอะมากๆ

นู๋ดี
IP: xxx.8.96.233
เขียนเมื่อ 


รบกวน ผู้ใจดีช่วยหน่อยนะค่ะ 

น้องชายเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ค่ะ 
อาการของน้องชาย จะคล้าย ๆ  ความคิดเห็นท่านอื่นเลยค่ะ  ตอนนี้น้องชายอายุ  18 ปีค่ะ มีอาการดังนี้


1.  เวลาเดินไปเปิดประตูก็จะเปิดเข้าเปิดออก ประมาณ 3-4 ครั้ง

2.  เดินถอยหน้าถอยหลังตลอดเวลา

3.  เวลาเดินทางไปมหาลัยเค้าเดินทางออกจากบ้านครึ่งทาง แล้วเค้าก็นั่งรถกลับมาบ้านใหม่ ซึ่งน้องชายบอกว่า

มันไม่ใช่ตัวเค้า  เลยต้องกลับ แล้วก็นึกถึงว่าเป็นตัวเองกำลังเดินทางถึงจะไปมหาลัยได้

4.  น้องชาย กลัวที่จะเดินมากค่ะ  เช่น เมื่อเค้าเจอสิ่งเส้นหรือจุดอะไรดำนิดหน่อยเค้าจะเดินกระโดดข้ามเลย หรือเดินเลี่ยง  หรือบางครั้ง ไม่มีอะไรเลยก็กระโดนข้าม หรือว่าเดินเลี่ยงเลยค่ะ 

5.  เค้าชอบคิดแต่เรื่องเดิม ๆ ซึ่งเค้าไม่อยากคิด แต่ก็อดคิดไม่ได้  ชอบนั่งเฉย ๆ แล้วก็คิด
     เราก็บอกให้ดูหนัง เล่นเน็ท ก็ได้ น้องชายไม่เอาเลยค่ะ เค้ากลัวคิดมาก ค่ะ

6.  เวลากินข้าวน้องชายจะกินข้าวไม่ได้ ชอบนึกว่าตัวเองเป็นคนอื่น (ตอนนี้น้องชายผอมมาก)

 

***  อยากจะบอกว่าอาการน้องชายเยอะมากค่ะ นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น  เลยพาน้องชายไปหาหมอจิตเวช  หมอบอกว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ต้องกินยาซึ่งตอนนี้ก็ให้น้องกินยาอยู่ค่ะ สงสารแม่มาก ต้องคอยดูแลน้องซึ่งแม่ก็อายุมาก แล้วเราก็ต้องทำงานหนักมาก 


วาสนา
IP: xxx.55.12.19
เขียนเมื่อ 

หนูเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเหมือนกันค่ะไม่กล้าบอกพ่อแม่อ้ะ จิตมันชอบบนบาน สาบาน สาปแช่ง ด่า สิ่งศักสิทธิ์แล้วหนูจะมาย้ำคิดว่าคำบนบานนั้นถ้าไม่แก้เราจะตายมั้ยหรือฆ่าตัวตายดีกว่า แล้วคำสาปแช่งนี่ก็ย้ำคิดเหมือนกันว่าคำสาปแช่งนี่มันจะเข้าตัวเรามั้ย

kittichai
IP: xxx.205.147.243
เขียนเมื่อ 

ผม อายุ 22 ปี ครับ มีอาการยำคิดย้ำทำมากครับ บางทีชอบลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธ์ก็มีครับทั้งๆที่ไม่ได้คิด มันผุดขึ้นมาเอง บางทีก็ ล้างมือแล้วกลัวไม่สะอาด ต้องล้างๆซ้ำๆบ่อยๆ ผมเกิดอาการเคลียดมากครับ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากขึ้น จากที่ผมมีสังคมเยอะ ตอนนี้กลับเหลือสังคมอยู่น้อยเดียวครับ แล้วก็เวลาผมจะทำอะไรสมองมันก็จะสั่งต้องแบบนั้นต้องแบบนี้ แล้วก็ต้องคิดวนไปวนมาตลอดเลยครับ ทำให้เสียเวลามากเลยครับ ขนาดผมพิมนี่ยังมีอาการย้ำคิดอยู่ตลอดเลยครับ ผมคงต้องไปปรึกษาแพทแล้วหละ หรือว่าถ้าใครพอมีวิธีรักษาหรือว่า วิธีอะไรก็ได้ที่ทำให้โรคบ้าๆๆนี้หายไปช่วย ตอบมาที่อีเมวผมด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

Gap
IP: xxx.55.104.115
เขียนเมื่อ 



มีอาการควบคุมความคิดไม่ได้ค่ะ ทรมานกับความคิด อ่านหนังสือซ้ำๆ ท่องซ้ำๆ หยุดไม่ได้ อยากคุยกับคนที่เป็นโรคเดียวกันค่ะ แอดไลน์มาได้นะคะ Id: gapmizu ค่ะ

คนที่เคยเป็น
IP: xxx.51.172.184
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ผมเองก็เคยเป็นตั้งแต่อายุ 15 นะครับ เป็นประมาณปีครึ่งก็หายครับ แต่ไม่ใช่ด้วยยาครับ เป็นการฝึกคิด และเอาชนะ "ความกลัว" ในจิตใจเราเองครับ ผมหายจากอาการเหล่านี้ได้หลายปี แต่ก็กลับมาเป็นอีกเมื่อตอนอายุ 21 และเป็นเรื่อยมาหลายปี ปัจจุบันผมอายุ 32 ตั้งแต่อายุ 21 สาเหตุจากการกลับมาเป็นอีก ก็เกิดจากความเครียดและ "ความกลัว" ผมเป็นหนักๆ ตอนอายุ 26 - 30 ปีครับ แต่ปัจจุบันดีขึ้นมากครับ ก็เหมือนเดิม ไม่ใช่เพราะยา แต่เป็นเพราะการ "ปล่อยวาง" และเอาชนะความกลัวครับ ผมเขียนเพื่อบางทีอาจจะเป็นประโยชน์เผื่อคนที่เป็นอาจจะได้อ่านและเก็บไปคิดนะครับ ผมขอไม่เล่าอาการที่เป็น แต่ก็มีบางอย่างที่คล้ายกับผู้เขียนท่านบน การเอาชนะอาการเหล่านี้ผมเองก็เชื่อว่ายาเองก็มีส่วน ผมเองก็เคยกินยา แต่ไม่หาย ผมเองก็ลองมาหลายวิธีครับ จึงรู้ว่าการจะหายได้ น่าจะขึ้นอยู่กับ "ตัวเราเอง" (ซึ่งผมเชื่อว่าเกินกว่า 80 %) ผมอยากให้ลองเอาชนะ "ความกลัว" ในใจเราเองก่อนนะครับ เช่น ท่านที่กลัวว่าจิตใจจะผุดความคิดต่างๆไปในทางไม่ดี ลองไม่ต้องไปใส่ใจมันซะ มันจะคิดก็ช่าง แต่เราก็ไม่กลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ก็ปล่อยมันครับ ให้มันคิดไป คิดซะว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อยากทำอะไรก็ทำ ชีวิตคงไม่แย่ไปกว่านี้ เราจะรู้สึกว่าอยากทำให้ชีวิตมันดีขึ้น ส่วนอาการอื่นๆ ผมมองว่าส่วนใหญ่ก็เกิดมาจาก "ความกลัว" ครับ กลัวผลที่ตามมา ต่อให้ผลที่ตามมานั้นมันอาจจะเป็นเรื่องมีสาระ หรือฟุ้งซ่านไปเองก็ตาม อยากให้เอาชนะ "ความกลัว" นั้น คิดซะว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อยากทำอะไรที่เป็นความสุขก็ทำไปครับ แค่มันไม่เดือดร้อนคนอื่นก็พอครับ

เด็กคนนี้ที่รอวันนั้นมาเยือน
IP: xxx.24.0.146
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ หนูอายุ 14 ค่ะ หนูพึ่งมารู้ว่าตัวเองมีอาการย้ำคิดย้ำทำตั้งแต่ ประถมต้นค่ะ ประมาณครึ่งชีวิตของหนูเลยก็ว่าได้ แล้วพอเวลาหนูนั่งอยู่เฉยมันจะชอบมีคำด่าขึ้นมาจนหนูต้องหาอะไรทำ พอได้ดูทำอะไรบางอย่างรู้สึกมันจำติดตา แล้วก็เอาไปคิดวิตกกังวลตั้งแต่ไหนแต่ไร ทุกครั้ง หนูก็จะกัดเล็บไปนึกฟุ้งซ่านไปซึ่งหนูหยุดไม่ได้ พอกัดเสร็จก็ล้างมือถูสบู่นิ้วเป็นแผลเลือดออกก็เอานิ้วไปจุ่มสบู่ พอแม่บอกอย่าทำอย่าทำอย่างนั้นเดี๋ยวมันแซบ คำแรกที่หลุดออกจากหนูก็คือก็มือมันสกปรก แล้วหนูก็ล้างมือต่อ ก็เป็นอย่างที่บอกเกือบทุกอย่างคือชอบจัดโต๊ะตลอดเวลา ใครมารื้อโต๊ะนี้จะโกธรเป็นฝืนเป็นไฟเลย ชอบเก็บถุงพลาสติกนี้ตลอดเลยไม่อยากทิ้งด้วย ก็เลยลองไปออกกำลังกายดูปรากฏว่าเป็นหนักกว่าเดิมเพราะหนูเป็น"โรคหัวใจ"ทำไมถึงเป็นกับหนู หนูไม่เค้าใจ มันทำให้หนูฟุ้งซ่านกว่าเดิมเรื่องที่เกิดมาไม่ปกติจะลองคบเพื่อน พอเพื่อนไม่ชอบเราก็ฟุ้งซ่านหนักกว่าเดิมอีกว่าเราผิดเราผิดเราผิดจนเพื่อนไม่ชอบ ชอบคิดตลอดเวลาจนไม่ได้เรียน บางทีก็คิดจนเม่อไปเลยการเม่อของหนูมันหน้ากลัวอย่างนึงคือไม่สนใจอะไรเลย ครูตียังไม่รู้สึกเพื่อนพูดก็ไม่ได้ยิน โดนผลักเบาๆก็ล้มหน้าทิ่ม ถึงงั้นก็ไม่ได้หวังว่าจะมีใครอ่านแต่แค่รู้ว่ายังมีคนที่เป็นเหมือนหนู ถึงแม้จะไม่ได้เป็นแต่เด็กแบบหนูก็ยังดีที่หนูไม่ได้อยู่คนเดียว

เด็กคนนี้ที่รอวันนั้นมาเยือน
IP: xxx.24.0.146
เขียนเมื่อ 

หรือว่าหนูจะเป็นนานเกินไปจนแก้ไม่ได้ เหงาจัง การอยู่ตัวคนเดียวเนี้ย แต่ก็ยังดีที่ได้เจอเพื่อนที่นี้ ถึงจะช้าไปจนแก้ไม่ทันก็เถอะ แต่ก็ไม่อยากหยุดแค่นี้ เรื่องแบบนี้ต้องสู้ชีวิตสิถึงจะถูก หวังว่าจะมีกำลังใจขึ้นมาบ้างนะคะ^ ^

เด็กคนนี้ที่รอวันนั้นมาเยือน
IP: xxx.24.0.146
เขียนเมื่อ 

เคยบอกพ่อแม่นะคะ บอกมาตลอดหลายเดือน แต่คำที่ได้กลับมามันทำให้หนูไม่กล้าบอกเรื่องจริงกับใครอื่นอีกเลย คือ ลูกคิดไปเอง เป็นเด็กเป็นเล็ก อยากเป็นมากรึไง นี้คือคำที่ทำให้หนูไม่กล้าที่จะบอกอะไรกับใครอีกแล้วก็เอากลับมาคิดว่าเราโกหกหรือทำผิดอะไรเค้าถึงไม่เชื่อ

อย่าไปสนใจความคิด
IP: xxx.8.149.50
เขียนเมื่อ 
  • ผมหายไป2ปีกว่าสุดท้ายต้องกลับมากินยาอีกมีไรโทรมาปรึกได้0859459540มียาหมอที่ดีไม่ได้นายหน้าอะไรทั้งนั้นครับ.
อัยมาน
IP: xxx.158.166.164
เขียนเมื่อ 

เป็นเหมือนกันต้องทำไงบ้างคับทรมารมาก

เป็นเหมือนกันคับทรมารมากต้องทำแบบนัยคับ ทักไลน์ผมน่อย mankimoee

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น