คลังชง ครม.พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2551 วงเงิน 1.66 ล้านล้านบาทอังคาร 19 มิ.ย.นี้ ก่อนเสนอ สนช. พิจารณาออกเป็นกฎหมาย หลังปรับปรุงรายละเอียดวงเงินของแต่ละกระทรวงแล้ว ปรากฏว่ากลาโหม มหาดไทย และศึกษาฯ ได้รับจัดสรรมากกว่าแสนล้านบาท ขณะที่งบลงทุนกลับเพิ่มแค่ 24.1% เหตุรัฐดึงงบโปะจ่ายเงินเดือนข้าราชการทุกประเภท 1.7 หมื่นล้านบาท แหล่งข่าวจากสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 19 มิถุนายนนี้ จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2551 วงเงิน 1.66 ล้านล้านบาท ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา ซึ่งรายละเอียดโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายปี 2551 ได้มีการปรับปรุงเพิ่มวงเงินขาดดุลงบประมาณเป็น 1.65 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี    สำหรับรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2551 ที่ได้ปรับปรุงใหม่อีกครั้งหลังมีการปรับเพิ่มวงเงินขาดดุลงบประมาณอีก ประกอบด้วย รายจ่ายประจำ วงเงิน 1.21 ล้านล้านบาท คิดเป็น 73.1% ของวงเงินงบประมาณ รายจ่ายลงทุน วงเงิน 4 แสนล้านบาท คิดเป็น 24.1% ของวงเงินงบประมาณ รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ วงเงิน 4.57 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.8% ของวงเงินงบประมาณ ขณะเดียวกันสำนักงบประมาณได้จัดสรรงบรายจ่ายให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วงเงิน 1.47 แสนล้านบาท คิดเป็น 25% ของวงเงินงบประมาณ  ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2551 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) วงเงิน 1.47 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับรายได้ของ อปท. อีก 2.23 แสนล้านบาท รวมเป็นเงิน 3.81 แสนล้านบาท คิดเป็น 25.20% เพิ่มจากปีงบประมาณ 2550 ที่ตั้งไว้ 25.17% แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณได้พิจารณารายละเอียดงบประมาณรายจ่ายปี 2551 โดยปรับงบประมาณรายได้เหลือ 1.49 ล้านล้านบาท ลดลง 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นยังได้ปรับปรุงเงินเดือนข้าราชการทุกประเภทอีก 4% วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้  "งบลงทุนปี 2551 นั้น ขยายตัวขึ้นจากงบประมาณปี 2550 เพียง 1% เท่านั้น หรือจาก 24% เป็น 24.1% ของวงเงินงบประมาณ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเกือบไม่มีอัตราเพิ่มเลยสำหรับงบลงทุน ซึ่งเป็นไปได้ว่ามีการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการทุกประเภท ที่จะมีผลในเดือนตุลาคมนี้ไปถึง 1.7 หมื่นล้านบาท โดยรัฐบาลคาดหวังว่าเม็ดเงินเพิ่ม     ที่ข้าราชการจะได้รับ จะช่วยกระตุ้นแรงซื้อและการใช้จ่ายในประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง" แหล่งข่าวระบุ แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำนักงบประมาณยังได้เสนอมาตรการเร่งรัด มาตรการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ ปี 2550 โดยกำหนดกรอบเวลาให้รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ เร่งดำเนินการโครงการรายที่ยังไม่มีสัญญาก่อหนี้ผูกพันให้สามารถทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ และกรณีที่พิจารณาแล้วไม่สามารถทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2550 เห็นควรให้ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ให้พิจารณานำเงินงบประมาณที่ได้จากการปรับแผน ไปดำเนินการโครงการต่าง ๆ จำนวน 6 โครงการ     นอกจากนี้ โครงการหรือรายการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถทำสัญญา     ก่อหนี้ผูกพันได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2550 หากส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจพิจารณาแล้วเห็นว่าจะสามารถทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันได้โดยเร็ว และยังไม่ควรปรับแผนไปดำเนินการโครงการหรือรายการอื่น ให้ส่วนราชการ ขออนุมัติต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อขยายเวลาดำเนินการได้ โดยจะต้องสามารถทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2550 โดยให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจติดตามเร่งรัดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา พร้อมทั้งประสานงานกับผู้รับจ้าง เพื่อเตรียมการให้สามารถดำเนินการและเบิกจ่ายงบประมาณโดยเร็ว สำหรับรายละเอียดโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายปี 2551 รายกระทรวง ประกอบด้วย งบกลาง วงเงิน 2.45 แสนล้านบาท สำนักนายกรัฐมนตรี วงเงิน 1.34 หมื่นล้านบาท กระทรวงกลาโหม วงเงิน 1.43 แสนล้านบาท กระทรวงการคลัง วงเงิน 1.8 แสนล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 7.6 พันล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน 3.6 พันล้านบาท กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วงเงิน 9 พันล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 6.53 หมื่นล้านบาท กระทรวงคมนาคม วงเงิน 6.73 หมื่นล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงิน 1.84 หมื่นล้านบาท กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วงเงิน 3.7 พันล้านบาท กระทรวงพลังงาน วงเงิน 2.48 พันล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ วงเงิน 6.1 พันล้านบาท  กระทรวงมหาดไทย 1.89 แสนล้านบาท  กระทรวงยุติธรรม วงเงิน 1.41 หมื่นล้านบาท  กระทรวงแรงงาน วงเงิน 2.58 หมื่นล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม วงเงิน 4.68 พันล้านบาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วงเงิน 8.4 พันล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 3.01 แสนล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 652 หมื่นล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม วงเงิน 5.1 พันล้านบาท ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง วงเงิน 7.81 หมื่นล้านบาท หน่วยงานอิสระของรัฐ วงเงิน 1.91 หมื่นล้านบาท รัฐวิสาหกิจ วงเงิน 5.66 หมื่นล้านบาท กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน วงเงิน 1.24 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ในการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ได้จัดสรรตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนด ได้แก่ ยุทธศาสตร์การส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีคุณธรรมนำความรู้และความสามารถปรับตัวสู่สังคมฐานความรู้ วงเงิน 5.63 แสนล้านบาท ยุทธศาสตร์แก้ไขความยากจน กระจายความเจริญสู่ชนบทและลดช่องว่างรายได้       5.98 หมื่นล้านบาท ยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพยั่งยืน 1.82 แสนล้านบาท ยุทธศาสตร์ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.07 หมื่นล้านบาท ยุทธศาสตร์พัฒนาการเมืองและการบริหารจัดภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ 2.19 แสนล้านบาท และรายการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 1.73 แสนล้านบาท กรุงเทพธุรกิจ  18  มิ.ย.  50