เมืองสุโขทัย ถือเป็นราชธานีแห่งแรกของราชอาณาจักรไทย เมื่อ 7 ร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยคำว่า สุโขทัย มาจากคำว่า สุข + อุทัย เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นรุ่งอรุณแห่งความสุข เป็นที่ก่อเกิดลายสือไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเมื่อปี พ.ศ. 1826 หลังจากอาณาจักรอยุธยาเข้มแข็งเมืองสุโขทัยก็อ่อนแอลงและถูกลดความสำคัญลงไปโดยทางอยุธยาได้ไปพัฒนาเมืองพิษณุโลกขึ้นแทน เพื่อกันการแข็งเมืองของสุโขทัย
สุโขทัย ยุคใหม่ เมื่อเกือบร้อยปีก่อนเป็นจังหวัดสวรรคโลก ต่อมาได้ลดจังหวัดสวรรคโลกลงเป็นอำเภอ ละยกฐานะอำเภอสุโขทัยธานี เป็นจังหวัดสุโขทัย แทน ประวัติศาสตร์ในอดีตจึงเป็นเพียงตำนานแห่งความทรงจำ คนรุ่นใหม่จึงรู้จักแต่เพียงจังหวัดสุโขทัย แต่ก็คงไม่มีใครไปรื้อฟื้นจังหวัดสวรรคโลกขึ้นมาอีก เพราะอย่างไรก็ตามเราก็ภูมิใจในความเป็นจังหวัดสุโขทัย ในฐานะเมืองหลวงแห่งแรกของไทย
ภาษาสุโขทัย มีความเป็นเอกลักษณ์ที่คนจากที่อื่นๆได้ฟังอาจสงสับเพราะมองว่าเป็นคำพูดเหน่อๆ เหมือนกับที่คนกรุงเทพฯบอกว่าสุพรรณบุรี อีสาน ปักษ์ใต้ คำเมือง เหน่อ แต่ก็ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ เป็นเสน่ห์ของความเป็นไทย นอกจากสำเนียงที่เหน่อแล้ว เรายังมีคำศัพท์หลายคำที่แตกต่างไปจากที่อื่น ซึ่งตอนนี้ภาษาและสำเนียงสุโขทัยอาจจะค่อยๆเลือนหายไปเพราะเด็กยุคใหม่พูดสำเนียงกลางกันเกือบหมดแล้ว ส่วนผมตอนที่ไปเรียนเชียงใหม่ ถ้าเจอเพื่อนหรือคนสุโขทัยก็จะส่งสำเนียงสุโขทัยด้วยความภูมิใจทันที ทุกวันนี้ก็พูดภาษาสุโขทัยกับแม่ทุกวัน แต่พูดคำกลางกับลูกและภรรยา ส่งผลให้ลูกผมเกิดการพูดสำเนียงลูกผสมที่ไม่รู้ว่าที่ไหนแน่ระหว่างสุโขทัย ลำปาง บ้านตาก เมื่อ 10 ปีก่อนผมเคยคิดที่จะทำพจนานุกรมภาษาสุโขทัยด้วยแต่ก็ไม่ได้ทำสักที
พูดเรื่องศัพท์ก่อนมีคำเฉพาะบางคำที่เรียกไม่เหมือนภาษากลาง เช่น ขี้ปุ๋น หมายถึงฝรั่ง ไน้ หมายถึงละลาย มุ่นหมายถึงลอด ส้มหมายถึงมะม่วง ถุงยาง = ถุงพลาสติก , เส้นแกงร้อน = วุ้นเส้น เป็นต้น
ในส่วนของสำเนียงก็จะมีการเรียกที่ออกเสียงแตกต่างจากภาษากลาง เช่น มิด = มีด , ไร้ = ไร่ , เสือ = เสื่อ , เสื่อ = เสือ , พู๊ด = พูด , เต๊ะ = เตะ
ถ้าดูง่ายๆก็คือถ้าเสียงวรรณยุกต์ไม้เอก จะกลายเป็นเสียงไม้ตรี ถ้าเป็นอักษรสูงจากเสียงสามัญจะกลับเป็นเสียงเอก ถ้าเป็นเสียงเอก จะกลับเป็นสามัญ เช่น
นั้งปูเสือใต้ต้นส้ม ระวังเสื่อมากั๊ดเนอ = นั่งปูเสื่อใต้ต้นมะม่วง ระวังเสือมากัดนะ
เอามิดไปฟันต้นขี้ปุ๋นในไร้ = เอามีดไปฟันต้นฝรั่งในไร่
นอกจากนี้ยังมีคำลงท้ายของคำถามอีก แล้วแต่อำเภอหรือหมู่บ้านว่าจะใช้แบบไหน เช่น ไปไหนมาเล้า , ไปวัดมาเก๊ย , ไปวัดมาไก๊
เป็นไงบ้างครับภาษาสุโขทัย น่าฟังไหมครับ
ถ้าอยากรู้ว่าพูดภาษาสุโขทัยได้ไหม
ลองถามดูครับว่าเป็นคนจังหวัดไหน จะต้องตอบว่า
ผ่มเป็นคนซุโข่ทัย ครับ
วันที่ 19-20 ธันวาคม มีการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสุโขทัย
ข่าวว่าจะพัฒนาการท่องเที่ยวให้รุ่งเรืองโดยการตัดถนนสี่เลนจากพิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
มีการขุดลอกกคลองและทำอ่างเก็บน้ำเป็นแก้มลิงแก้น้ำท่วม
เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดซ้ำซากทุกปี ก็หวังว่าคนสุโขทัย จะได้ไม่ร้องเพลง
สุโขทัยระทม อีกต่อไปครับ ถ้าทำได้จริง
ดีมากครับ ที่ช่วยเก็บบันทึกรวบรวม อย่างน้อยก็ระลึกถึง สิ่งที่นับวันคงจะสูญหาย ลบลืน ผมก็โตมากับภาษานี้ ตั้งแต่เด็ก เดี่ยวนี้คนโขทัย แถวนอกเมืองก็ยังพูดอยู่นะครับ
ผมเองก็พูดอยู่ทุกวันครับ กับแม่และน้องๆ รวมทั้งกับลูกเพราะบางทีลืมเปลี่ยนสำเนียงไม่ทัน<p> </p>วันนี้นึกได้อีคำหนึ่ง “ระวังมันจะปุ้นเน้อ” เจ้าลูกชายจับปลามาได้ผมกลัวเขาจะทำหลุดมือไปก็เลยพูดขึ้น ลูกชายก็เลยงง ปุ้น เป็นยังไงพ่อ<p> </p>ปุ้น หมายถึง หลุดไป หนีไป <p> </p><p>หากคนโข่ทัย มีคำอะไรที่นึกขึ้นได้ เขียนลงมาไว้ด้วยนะครับ อนาคตผมอาจจะได้ทำพจนานุกรมภาษาสุโขทัยบ้างก็ได้</p>
วันนี้เพิ่มศัพท์ภาษาสุโขทัย อีก 3 คำ ครับ
ปลาเกลือ = ปลาเค็ม
ต๊กก๊ะหยี = จี้เอว ทำให้จั๊กจี้ ทำให้หัวเราะ
ติ๋น = ติ่ง อย่างชื่อเล่นผม คนที่บ้านจะเรียกว่า ติ๋น ถ้าเป็นภาษากลางที่ใช้กันก็คือ ติ่ง (ปกติผมจะไม่ค่อยใช้ชื่อเล่นเพราะดูแล้วติ๋นกับติ่ง จะเป็นคนละคนกันก็ได้ ที่แม่และญาติๆเรียกผมว่าติ๋นหรือติ่ง ก็เพราะที่หูด้านขวาผมจะมีติ่งเล็กๆ ในภาษาแพทย์น่าจะเป็น skin tag
ทราบข่าวว่าอาจารย์หมอพิเชฐจะมาบรรยายที่คณะแพทย์ มอ. ปลายเดือนมกรานี้ ดิฉันคงต้องติดต่อคณะแพทย์ขอเข้าฟังด้วยแล้วละคะ เพราะจะได้ลปรร. กับอาจารย์ตัวจริงเสียงจริง วันก่อนที่งานมหกรรมฯ ก็ไม่เจออาจารย์ เนื่องจากอาจารย์ไปออสเตรเลีย
เช่นเดียวกันครับ เสียดายมากไม่ได้เจอตั้งหลายคนที่ได้อ่านจากบันทึกที่gotoknow เพราะไม่ได้เข้าร่วมมหกรรมครั้งที่ 2
ผมเป็นเยาวชนที่สนใจภาษาสุโขทัยเพราะย่าผมเป็นคนสุโขทัยและย่าก็อยู่เชียงใหม่ พูด ภาษาสุโขทัยรู้เรื่องกับเชียงใหม่โดยเฉพาะวรรณยุกต์ เช่น กัด เป็น กั๊ด เหมือนกันสิบเป็น ซิบ เหมือนกัน ย่าผมพูดสำเนียงบ้านท่าเกษมศรี ผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ และมีบางคำใช้เหมือนคำเมืองโดยเฉพาะที่แพร่ จะพูด ขนาดนัก เหมือน สุโขทัย เหมือน กัน ผมอยากใช้อาจารย์ สืบทอดภาษาสุโขทัยต่อไปเรื่อย ๆ ครับ ส่งคำศัพท์ มาให้เมล์ผมจะดีมาก ครับ
ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ ขอเรียนรู้จากคุณย่าเพราะจะได้จากแหล่งที่แท้จริงครับ เพราะอาจมีบางคำที่ผมลืมเลือนไปเพราะใช้ภาษากลางบ่อยกว่า หรืออัดเทปเสียงคุณย่าเก็บไว้ก็ได้ครับ
ผมตั้งใจว่าสักวันหนึ่งจะพยายามทำพจนานุกรมสุโขทัย เมื่อวานมีพี่จากพัฒนาชุมชนสุโขทัยมาบอกว่า กำลังหัดเรียนภาษาสุโขทัย ผมก็นึกว่าหัดพูด ปรากฎว่าไม่ใช่เป็นการหัดเขียนจากศิลาจารึก อันนี้ผมช่วยไม่ได้เลยเพราะผมจำไม่ได้เลย
อาจารย์ครับทำไมสำเนียงสวรรคโลก มีบางส่วนคล้ายคำเมือง ศัพท์ก็คล้าย เช่น ตวาน หมายถึงเมื่อว่านนี้ ก่วย หมายถึง ตะกร้าชนิดหนี่ง และมีคำสร้อย ก๊า ก๊าย กั๊ย แล้วแต่ย่าจะพูด นะครับ บางครั้ง พูด ท เป็น ต วัว เป็น งัว เอิ้น หมายถึง เรียก หง่อม แปลว่าทวด ผมเปรียบเทียบคำเมืองแพร่แล้วมีส่วนคล้ายสุโขทัยเหมือนกัน และผมก็แปลกใจว่าแถวอำเภอเมือง ทำไมไม่ค่อยเหมือน แถวสวรรคโลก และตอนนี้ผมไม่ค่อยจะมีเวลาเท่าไหร่ ผมกำลังจะเอ็น แต่ผมเรียนสายวิทย์ จะเอ็นสายวิทย์นะครับแต่ผมสนใจมากมันแปลกดี ตอนแรกผมคิดว่าภาษาสุโขทัยเหมือนภาษากลาง แต่ไปบ้านย่าต่างกันลิบลับเลยจะคล้ายล้านนามากกว่า และผมไปฟังเด็กไทยวน สระบุรีพูด ไก๊ กั๊ย เหมือนกันเลยครับ
เพิ่มเติมครับ ผ้าต้อย แปลว่า ผ้าเช็ดหน้า
อ้อย แปลว่า ชวนกันกลับ ผมก็เป็นคนสุโขทัยดีใจที่มีคนสนใจภาษาที่บ้านความรู้ผมน้อยอาจออกความเห็นไม่ค่อยสุภาพ ขออภัยด้วยครับ
ปลาเห้ด ........ ทอดมัน
บ๋อน ........ ที่อยู่
โด๋หน่า ...... เห็นมั้ย
เอาม๊อ ....... เอามั้ย
เน๋าน่ะ ...... ว่าแล้ว
เอ๋อ......เออใช่
เก้ย ...... หรอจ้ะ
ก่าย ..... หรอจ้ะ
โผนเปล ....ไกวเปล
ถ๋าน .... ถ่าน
ลูกต๋อม ..... ช้างน้อย
กะจี้ .... ตะขบป่า
หนึ๋ง......หนึ่ง
ส่อง.....สอง
ส่าม .....สาม
สี๊ ..... สี่
ห๊ก ....... หก
เจ้ด .....เจ็ด
ซิบเบ็ด ....สิบเอ็ด
หม่า .....หมา
นู๋ ....หนู
อี๊หนู่ ...... ลูกสาว
ไอ้หนู่ ... ลูกชาย
หนำแหน ...... น้อยหน่า
หยูด ...... เหี่ยว
นุง ...... นิ้ม เหนียว ไม่กรอบ
สั่น ...... ฉัน
หวั่นโลก ..... สวรรคโลก
สีสั๊ต ...... ศรีสัชนาลัย
ห่อย ..... หอย
ยู้ ....... เข็น
ผ้าห้อง ....... ผ้าเช็ดหน้า
อี๊น้วม ...... ผ้านวม
อี๊หนีด ...... จิ้งหรีด
เต๋า ... เต่า
เป้ด .... เป็ด
ไก๋ .......... ไก่
ได้หลายคำมากเลยครับ บางคำอาจแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละอำเภอ ตำบล เช่น
บ้านผม(ป่ากุมเกาะ ออกเสียงป๋ากุมเก๊าะ) เรียกน้อยหน่าว่า น้ำหนา
จิ้งหรีด เรียก อี๊ดีด
มุด เรียก มุ่น
คนสุโขทัยท่านอื่นๆ ลองเข้ามาช่วยกันเขียนเยอะๆนะครับ นานๆไปจะได้รวบรวมเป็นพจนานุกรมได้
จัง ......... ชน
งวม.........ครอบ
ดีอก......ตุ้มหู
แมงบี้......แมลงปอ
เกียม.......เตรียม
ตะคืนนี้.........เมื่อคืนนี้
งัว.......วัว
ยอง หมายถึง ซ้อนท้าย เช่นยองจักรยานมา หมายถึงซ้อนท้ายจักรยานมา
ไน่ หมายถึงละลาย เช่นน้ำแข็งไน่หมดแล้ว คือน้ำแข็งละลายหมดแล้ว
เคยมีคนถามว่า ขี้อะไรกินได้ คนสุโขทัยจะตอบว่า ขี้ปุ๋น ครับ เพราะขี้ปุ๋นก็คือฝรั่ง(ผลไม้)
เพิ่มอีก 1 คำครับ ระลึกได้จากน้องขลุ่ย ลูกชายคนเล็ก บอกว่า อยากเล่นลักลื่น
ลักลื่น = กระดานลื่น
เท่าๆ ที่ทราบ นอกจากที่สุโขทัยเองจะพูดลักษณะนี้แล้ว คนแถว อ.พรหมิราม-วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก / คนแถว อ.พิชัย และอำเภอใกล้เคียงของ จ.อุตรดิตถ์ ก็พูดออกเน่อๆ แบบเดียวกันสำเนียงเหมือนกันเลยครับ เป็นไปได้นะครับนี่คือภาษาดังเดิมเพราะประชาชนอยู่มาตั้งแต่สุโขทัย-พิษณุโลก ซึ่งเป็นเมืองเก่าทั้งนั้น ส่วนภาษาพูดของคนกรุงเทพฯ ในปัจจุบันนั้นนั่นเองแหละที่เปลี่ยนแปลง เพี้ยนและพัฒนาไปอีกรูปแบบหนึ่งต่างหาก ที่สำคัญถ้าใครได้ฟังและพูดแบบเน่อๆ นี้ได้ ไพเราะชะมัดยากเลยครับจะบอกให้
ขอบคุณคุณนราที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นครับ
ก็ขอให้ฉวยกันตะพัดกันไว้ อย่าให้เตลิดเปิดเปิง... ผีน้อง
หนูเป็นคนอุตรดิตถ์ ก็พุดเน้อเหมือนกานค่ะ เพราะพ่อเป็ฯคนพิชัย ยายเป็นคนหวั่นโลก เป็นภาษาที่เพราะมากเลยค่ะ
เราน่าจะช่วยกันอนุรักษ์ไว้นะครับ ตั้งเป็นชมรมอนุรักษ์ภาษาถิ่นสุโขทัย ดีไหมครับ