การสื่อสารในองค์กรก็เช่นกัน หากเราเปิดใจให้และรับ feedback โดยปราศจากอคติและลำเอียง ผมเชื่อว่าปัญหาเรื่องการสื่อสารในองค์กรจะค่อยๆหายไป คนในองค์กรก็จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากขึ้น ถ้าเริ่มต้นด้วยการใช้ปิยะวาจา และจริงใจต่อกัน

          ผมไม่แน่ใจว่าในองค์กรที่ทำ KM กันแล้วจะยังคงพบเจอปัญหาการเรื่องสื่อสารภายในองค์กรหรือไม่ แต่สำหรับองค์กรที่ยังไม่รู้จัก LO & KM เชื่อว่าปัญหานี้ยังไงก็หนีไม่พ้น

         ในองค์กรที่ผมรู้จักคุ้นเคยอยู่ขณะนี้ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ขอนำปัญหาเรื่องการสื่อสารง่ายๆมาเล่านะครับ...เรื่องแม่บ้านทำอาหารไม่อร่อย

         ผมมองแบบกลางๆว่า โดยไม่เข้าข้างแม่บ้านว่า การที่แม่บ้านทำอาหารไม่อร่อยแล้วพนักงานที่ทานมานั่งบ่นโดยที่แม่บ้านไม่ได้รับรู้ด้วย เมื่อไหร่คุณจะได้ทานอาหารอร่อยกันซะที??? .....นี่คือคำถามที่ผมถามเขาอยู่ในใจ

         ถ้าผมไม่ได้ทานอาหารกับพวกเขาด้วย ผมก็คงปล่อยให้เขาทานอาหารไม่อร่อยแบบนั้นไปเรื่อยๆ แต่ผมต้องทานกับพวกเขาด้วย

         ผมมองแบบกลางๆ โดยไม่เข้าข้างพนักงานว่า ผมเห็นด้วยว่า แม่บ้านทำอาหารไม่อร่อยจริงๆ

แล้วทำไงล่ะ ผมถึงจะได้ทานอาหารกลางวันที่อร่อยขึ้นกว่าเดิม?

ปิ๊ง....ทุกอย่างต้องมียุทธศาตร์

นี่เป็นคำที่จำได้แม่นยำมากหลังจากที่เคยมีโอกาสฟังซีดีการบรรยายเรื่องการวางยุทธศาสตร์ของท่าน ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ (คนไร้กรอบ) แล้วประทับใจมาก ทั้งฮา และได้แง่คิดดีๆ

ผมเริ่มวางยุทธศาตร์ด้วยการทักทาย ทำความคุ้นเคยกับแม่บ้าน ถามว่าวันนี้มีเมนูอะไรครับ โอ้โห..วันนี้ผัดอะไรครับน่าทานจัง...... ใช้ปิยะวาจา จนตอนนี้ลูกของแม่บ้านมาติดพัน ขณะนี้สาวผู้นั้นเพิ่งอายุขวบเศษๆเองครับ  แต่เราคุยกันรู้เรื่องครับ ทั้งๆที่แกยังพูดไม่ได้ ฮ่าๆๆ

ถึงไหนแล้วล่ะครับ...หลังจากที่ประเมินแล้วว่า แม่บ้านพร้อมที่จะรับฟังคำติชมจากผมได้ ผมจึงเริ่มต้นด้วยการให้ความเห็นว่าในเมนูที่ผมคิดว่าใกล้ตัว และง่ายที่สุด นั่นคือ ไข่เจียว เพราะก่อนหน้านี้แม่บ้านเจียวไข่ใส่กระเทียมครับ ซึ่งผมคิดว่าหลายท่านชอบใส่ต้นหอม หรือไม่ก็หอมหัวใหญ่เพื่อเพิ่มความหอมและรสชาติกลมกล่อมจากความหวานแบบธรรมชาติ

ผมเสนอว่า พี่ครับ วันหลังพี่ลองเจียวไข่ใส่หอมหัวใหญ่บ้างซิ ผมว่ามันจะทำให้ไข่เจียวหอมขึ้นนะ (จริงๆแล้ว...มันจะทำให้ไข่เจียวอร่อยขึ้น แล้วผมจะไปพูดเช่นนั้นให้แม่บ้านรู้สึกไม่ดีทำไมกัน เพราะเราเริ่มต้นยุทธศาสตร์ด้วยการใช้ปิยะวาจา)

แม่บ้านบอกว่า เหรอจ๊ะ คราวหน้าพี่จะลองทำ แถวบ้านพี่มักใส่แต่กระเทียมน่ะ

ผ่านมาประมาณ 1 เดือนเศษหลังจากที่ผมเสนอเมนูไข่เจียวใส่หอมหัวใหญ่ วันนี้เมนูนั้นก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าให้ได้รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย

อย่างน้อยผมก็รู้ว่ายุทธศาสตร์ที่ผมนำมาใช้ได้ผล การสื่อสารในองค์กรก็เช่นกัน หากเราเปิดใจให้และรับ feedback โดยปราศจากอคติและลำเอียง ผมเชื่อว่าปัญหาเรื่องการสื่อสารในองค์กรจะค่อยๆหายไป คนในองค์กรก็จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากขึ้น ถ้าเริ่มต้นด้วยการใช้ปิยะวาจา และจริงใจต่อกัน