ในขณะที่เด็กหลายคนมุ่งมั่น ขวนขวายสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐอย่างแข็งขัน บ้างก็พยายามที่จะหาที่เรียนต่อหลังจาก จบ ม.6 ซึ่งในช่วงเวลานี้ หลายสถาบันกำลังโฆษณาประชาสัมพันธ์หลักสูตรและสถาบันอย่างคึกคัก

เห็นข้อ ความประชาสัมพันธ์หลักสูตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่รับสมัครนักศึกษาใหม่ กับโอกาสใหม่ที่เปิดกว้าง เรียนระดับปริญญาตรี โท และเอกได้

รวมทั้ง เมื่อจบ ม.3 แล้ว ก็ สามารถที่จะเรียนรามล่วงหน้า (Pre-degree) สะสมหน่วยกิตได้ เมื่อจบ ม.6 แล้วมาสมัครเป็นนักศึกษารามคำแหง ก็นำหน่วยกิต สะสมมาเทียบโอน ทำให้สามารถจบปริญญาตรีได้ไวขึ้น

"แล้วคุณภาพการศึกษาจะดีแค่ไหน หรือเป็นเพียงกลยุทธ์การหาลูกค้าเท่านั้น?"
"แบบนี้ เป็นการเร่ง โต เร่งให้จบเร็วๆ แต่วุฒิภาวะและความคิดความอ่าน สติ ความรอบคอบ นั้น พร้อมแล้วหรือ??"


นั่นเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของใครบางคน

หลายคนอาจจะยอมรับ ความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆได้ไม่ง่ายนัก มีความคุ้นเคยกับการรับรู้ และระบบเก่าๆ ที่มักจะบอกว่า นี่คือ มาตรฐาน และตั้งข้อสงสัยกับ สิ่งใหม่ๆ เพราะยังไม่รับรู้รายละเอียดทั้งหมด

แล้วมาตรฐาน ที่ว่า ทำไมจึงมีคนที่แสดงความกังวลต่อระบบการศึกษาของไทย ว่าอาจจะสู้หลายประเทศไม่ได้ หรืออาจจะถูกประเทศเพื่อนบ้าน แซงหน้าในอนาคตอันใกล้นี้

สำหรับ Pre-degree ที่เห็นจากข้อมูลประชาสัมพันธ์ ทำให้นายธงทอง นิพัทธรุจิ จบเนติบัณฑิตไทยด้วยอายุเพียง 20 ปี ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญา โท ซึ่งคนที่ศึกษาในระบบของ ม.รามคำแหง ต้องขวนขวาย พยายามมากขึ้น

แต่ไม่ว่า จะอยู่ในระบบการศึกษาแบบใด คุณค่าของคนอยู่ที่ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น....


โลกทุกวันนี้ มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง คนเราจึงต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น