อนุทิน #29073

เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวาน อันใดอันกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตีหนังวังช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมือง ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นางได้เงือนได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดั่งบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตาย จึงได้เมืองแก่กูทั้ง(ก)ลม (1)

จารึกท่อนนี้ ดีมากๆ เคยเขียนไว้หลายครั้ง ว่าด้วยเรื่องความกตัญญูต่อพ่อแม่และพี่ ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กล่าวคือ เวลากินอาหารดีๆ ก็นึกถึงพ่อถึงแม่และพี่ๆ ก่อนที่จะนึกถึงคนอื่น คนสมัยนี้ก็ควรเอาเยี่ยงเอาอย่าง ก่อนที่จะคิดถึงพี่น้องนอกไส้ก็ควรคิดถึงพี่น้องในไส้ก่อน ว่าพ่อแม่พี่น้องของเราจะหนาวมั้ย ร้อนมั้ย หิวมั้ย อิ่มมั้ย สุขมั้ย ทุกข์มั้ย ก่อนที่จะคิดถึงใครคนอื่น เช่นนี้เรียกว่ากตัญญู เมื่อกตัญญู ก็จะเกิดกตเวที (ตอบแทนคุณท่าน) พ้นจากนี้เรียกว่า อกตัญญู ต่อพ่อแม่พี่ และน้องผู้มีอุปการคุณ

อ่านจารึกท่อนนี้ แว๊บๆ ขึ้นมาใน มโนมยจักษุ ว่าในชาติอดีต เราคงจะเคยร่วมขบวนการ ตีหนังวังช้าง โดยการพรากลูกช้างเผือกจากแม่ช้าง หรือพรากช้างเผือกตัวผู้ จากนางช้างตัวเมีย โดยสรุปก็คือพรากช้างจากฝูง ช้างเมื่อจากที่อยู่อาศัยของตนย่อมทุกข์ร้อนทุรายทุรน (ไม่ก็คึกคะนองในแสงสีในเมืองกรุงจนตกมัน) ระลึกถึงในชาตินี้ตัวเองทำไมจึงยังติดนิสัยสำคัญตนว่ามีอาชีพ รังควาญช้าง ระลึกได้ดังนี้ จะต้องพยายามเลิกอาชีพ รังควาญช้าง แล้วพยายาม สนับสนุนโครงการ พาช้างกลับบ้าน (Bring the Elephant Home)  จะดีกว่า คิดว่าเมื่อใดก็ตาม ถ้าช้างกลับไปอยู่บ้านเกิดเมืองนอนของตน ก็คงไม่มีภยันตราย จากการเดินตุปั๊ดตุเป๋ หลงทางอยู่ริมฟุตปาท ซึ่งอาจจะโดนคนใจร้ายหลอกลวง โดยหวัง งา ช้างได้ ช้างนี้ถ้าไม่มีงา เสียแล้วใครๆ ก็คงไม่มาสนใจหรือ จ้องที่จะแสวงหาผลประโยชน์ ไม่สิคนใจร้ายบางคนก็ชอบเอาช้างเป็นเครื่องมือในการ ขอทาน (ซื้ออาหารเลี้ยงช้าง) โครงการพาช้างกลับบ้านนี้ ทำท่าจะยาก แต่เราก็ต้องทำ คิดว่าโครงการคงยืดเยื้อไปอีกสัก 4-5 ปีก็คงบรรลุผลสำเร็จ ถือเป็นการไถ่บาปในชาติอดีต ก็แล้วกันนะคุณช้าง

อ้างอิง
(1) ศิลาจารึกสุโขไท หลักที่ ๑ ด้านที่ ๑ รูปคำปัจจุบัน [cited 2008 December 15]. Available from: http://th.wikisource.org/wiki/ศิลาจารึกสุโขไท_หลักที่_๑_ด้านที่_๑_รูปคำปัจจุบัน

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)