อนุทิน #27749

ขอบคุณอาจารย์ ธ.วั ช ชั ย  @27699 ที่ว่า ภาษาลาว "สิ้นรสนิยม" หมายถึง หมดความนิยมชมชอบ จำไม่ได้ ฟังจากเพลงอะไร

นึกถึง อุปติสสะ (พระสารีบุตร) และ โกลิตะ (พระมหาโมคคัลลานะ) พระสารีบุตรท่านเกิดในวรรณะพราหมณ์มหาศาล นามเดิมว่า อุปติสสะ เกิดที่หมู่บ้านอุปติสสะ เมืองนาลันทา บิดาเป็นนายบ้านชื่อว่า วังคันตะ มารดาชื่อว่า สารี มีเพื่อสนิทชื่อโกลิตะ ได้ศึกษาศิลปวิทยาด้วยกัน ในวัยหนุ่มมีเด็กหนุ่มวันเดียวกันเป็นบริวาร 500 คน เวลาจะไปเล่นน้ำในแม่น้ำหรือจะไปหาความสำราญในอุทยาน อุปติสสะจะมีวอทองเป็นพาหนะนั่งไป อุปติสสะกับสหายคู่ใจโกลิตะ ไป ชมมหรสพบนยอดเขาอันเป็นงานประจำปีของเมืองราชคฤห์ ทุกปีจะมีความสนุกสนานรื่นรมย์ แต่ปีนี้ทั้งสองกลับมีกิริยาอาการและความรู้สึกไม่เหมือนเก่า ถึงตอนหัวเราะก็ไม่หัวเราะ ถึงตอนเศร้าโศกก็ไม่แสดงอารมณ์โศก ถึงตอนจะให้รางวัลก็ไม่ได้ให้รางวัล มีอาการเฉยชาต่างคิดเบื่อหน่ายต่อการดูการละเล่น คำนึงถึงอายุสัตว์ที่มีอายุสั้นไม่ถึง 100 ปี ก็ตาย เกิดความเบื่อหน่ายในเพศฆราวาส เมื่อละครเลิกแล้วพร้อมด้วยบริวารชวนกันออกบวชเป็นปริพาชกในสำนักของสัญชัยปริพาชกในเมืองราชคฤห์ ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง  (1)

กำลังคิดถึงพี่สาวคนที่ชอบ ดูหนัง ฟังเพลง ชมมหรสพ ชมงานแสดงนิทรรศการที่หอศิลป์ ว่าเมื่อไรจะเกิด นิพพิทาญาณ (ความรู้ที่ทำให้เกิดเบื่อหน่ายในกองทุกข์) หรือที่ภาษาลาวเรียกว่า "สิ้นรสนิยม" หมายถึง หมดความนิยมชมชอบ (ในโลกียสุข) เหมือนดั่ง อุปติสสะ และ โกลิตะ

อ้างอิง

(1) พระสารีบุตร [cited 2008 November 28]. Available from: http://www.bp-smakom.org/BP_School/Social/Pra-saribud.htm  

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)