อนุทิน #25029

ศักยภาพของคนอยู่ที่อะไร @ 219672 โดย Ajarn Dr. Pop  

ข้อตั้งข้อสังเกตนะครับ อาจารย์ ความเชื่อในแวดวงวิทยาศาสตร์ ย่อมเชื่อในเรื่องของ ตรรกะที่ชัดเจนในการอธิบายอย่างมีลายลักษณ์อักษร หรือ การแสดงค่าวัดหรือสังเกตได้อย่างมีเหตุผล หากไม่สามารถอธิบายได้อย่างมีลายลักษณ์อักษร แสดงค่าวัด หรือสังเกตุได้อย่างมีเหตุผล ตรรกะนั้น ก็จะเป็นเท็จ กระนั้นหรือครับ

ด้วยมรรควิธีคิดแบบนี้ทำให้ เมื่อเกิดความทุกข์ เราจึงพยายามสร้างมาตรวัดความทุกข์ เพื่อที่เราจะได้อธิบาย ความทุกข์ นั้นได้อย่างมีลายลักษณ์อักษร และเมื่อมีมาตรวัดความทุกข์ขึ้นมาแล้ว เราก็จะได้แสดงค่าความทุกข์หรือสังเกตุเห็นความทุกข์นั้นๆ ได้อย่างมีเหตุมีผล

นั่นคือเมื่อทุกข์เพราะเดินทางไกล ก็จึงนำ มาตรวัด/ตัวชี้วัด ที่ว่า มนุษยชาติต้องลำบากเท่านั้นเท่านี้เพราะการเดินทางไกล แล้วจึงประดิษฐ์รถยนต์ขึ้นมาเพื่อให้เดินทางได้สะดวกขึ้น? ถามว่าคนมีความสุขเพิ่มมากขึ้น ด้วยเพราะมีรถ ขับใช่หรือไม่? กวินเห็นก็แต่ว่า คนที่มีรถก็ยังมีทุกข์อยู่เพราะว่า ค่านำมันแพง รถติด ควันพิษ และต้องประสบกับอุบัติเหตุการจราจรบนท้องถนน ปัญหารถซิ่งกวนเมือง ปัญหาแว๊นบอยสก๊อยเกิล

หาก ความทุกข์ เปรียบเทียบได้กับ จำนวนจำนวนหนึ่งทางคณิตศาตร์ซึ่งมีค่ามากกว่า 0 การที่เรานำเอา กิเลสตัณหาอุปาทาน ซึ่งเปรียบเทียบได้กับ จำนวนอนันต์ (Infinity) มาแก้ไขมาบั่นทอนความทุกข์ โดยหวังที่จะทำให้ความทุกข์ นั้นหายไป (มีค่าเป็นศูนย์)  ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ความทุกข์ย่อมเบาบางลง คือเข้าใกล้ศูนย์ แต่ไม่มีทางเป็น ศูนย์ได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น 1 (จำนวนที่มีค่ามากกว่า 0) ถูกหารด้วย 9999999999999 ผลลัพธ์ที่ได้คือ 0.0000000000001 และผลลัพธ์ จะไม่มีทางจะเป็น 0 ไปได้เลย แม้ว่าเราจะนำจำนวนที่ มากกว่า 9999999999999 จนถึงจำนวนอนันต์ (Infinity) มาหารก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่า เราไม่รู้ว่าค่าของจำนวนอนันต์ (Infinity) นั้น มีค่าเท่าใด

ในทางกลับกันหากเราสามารถ กระทำความทุกข์ ให้มีค่าเป็น 0 (สุญตา/อนัตตา) (ทำแบบไหน?) ได้แล้วล่ะก็ แม้นว่าจะนำเอา จำนวนอนันต์ (Infinity) คือ กิเลสตัณหาอุปาทาน มาหาร มาบั่นทอนความทุกข์นั้นๆ ผลลัพธ์ที่ได้ ก็ย่อมที่จะมีค่าเท่ากับ 0 อยู่เสมอไป แลเป็น อกาลิโก (ไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านพ้นไปสักเท่าใด ผลลัพธ์ก็ยังเป็นเช่นนี้อยู่เสมอๆ คือ ไม่จำกัดกาล) นี่คือสัจจนิรันดร์ นี่คือสัจจพจน์ แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าด้วยเรื่อง สุญตา/อนัตตา/นิพพาน โดยการพิจารณาให้เห็นถึง อริยสัจ 4 และมรรคมีองค์ 8 อันเป็นเครื่องมือในการหลุดพ้นจากความทุกข์ ซึ่งไม่มีมาตรวัดใดๆ สามารถที่จะวัดได้ เพราะเป็นเรื่อง ปัตจัตตัง (เป็นสิ่งที่ผู้รู้จะรู้ได้จำเพาะตน) โดยสรุปก็คือ

โยโส สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม พระธรรมใดนั้น เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว สันทิฏฐิโก คือ เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง อะกาลิโก คือ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล เอหิปัสสิโก คือ เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด โอปะนะยิโก คือ เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ คือเป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)