อนุทิน #21522

คุณพี่ Ka-Poom @21520  หัวใจเราจะปรารถนาที่อยากจะให้เขามีความสุข ไม่อยากให้เขาเดือดร้อนใจ หรือทุกข์ใดใด

Dsc00163 
พระพุทธรูปที่วัดใหญ่ (พิษณุโลก)

ทำให้หวนนึกถึงพระพุทธองค์ที่มีความรัก ต่อ พระญาติของพระองค์ พระญาติฝ่ายหนึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพุทธบิดา ปกครองกรุงกบิลพัสดุ์ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพุทธมารดา ปกครองโกลิยนคร หรือ เทวหนคร ก็เรียก ทั้งสองฝ่ายตั้งบ้านเรือนอยู่คนละริมฝั่งแม่น้ำโรหิณี แล้วเกิดพิพาทกันในปัญหาเรื่องน้ำที่ทดขึ้นทำนา เมื่อฝ่ายอยู่ทางเหนือน้ำทดน้ำจากแม่น้ำเข้านา ฝ่ายทางใต้ก็ขาดน้ำ ทั้งสองฝ่ายเปิดประชุมเพื่อตกลงกันก่อน แต่ก็ตกลงกันไม่ได้ จึงเกิดปะทะคารมกันอย่างรุนแรง ถึงกับขุดบรรพบุรุษขึ้นมาประณามกัน ทั้งสองฝ่ายเตรียมกำลังคน คือ กำลังทหารและอาวุธจะเข้าห้ำหั่นกัน พระพุทธเจ้าทรงทราบเข้า จึงเสด็จมาทรงระงับสงคราม ทรงประชุมพระญาติทั้งสองฝ่าย แล้วทรงซักถามถึงต้นตอของตัวปัญหา

พระพุทธเจ้า "ทะเลาะกันเรื่องอะไร"

พระญาติ " เรื่องน้ำ พระพุทธเจ้าข้า"

พระพุทธเจ้า " ระหว่างน้ำ กับชีวิตคนนี่ อย่างไหนจะมีค่ามากกว่ากัน"

พระญาติ "ชีวิตคนมากกว่า พระพุทธเจ้าข้า"

พระพุทธเจ้า " ควรแล้วหรือ ที่ทำอย่างนี้"

พระญาติดุษณียภาพทุกคน ไม่มีใครกราบทูลเลย

พระพุทธเจ้า " ถ้าเราตถาคตไม่มาที่นี่ในวันนี้ ทะเลเลือดจะไหลนอง"

(โลหิตนที ปวัตติสสติ)

พระญาติทั้งสองฝ่ายเลยเลิกเตรียมทำสงครามกัน เหตุการณ์ตอนนี้เป็นบทบาทสำคัญตอนหนึ่งของพระพุทธเจ้า เพราะเห็นความสำคัญนี้ คนรุ่นต่อมาจึงสร้างพระพุทธรูปปางหนึ่งเป็นอนุสรณ์ที่เรียกว่า "พระปางห้ามญาติ" นั่นเอง (1)

ส่วนอีกกรณีหนึ่ง คือพระเจ้าวิฑูทัพพะ ยกทัพมาล้าง ศากยวงศ์ นั้น ท่านเสด็จห้าม 3 ครั้ง และในครั้งที่ 4  พระพุทธองค์ท่านทรงพิจารณาแล้วว่าเป็นกรรมของสัตว์  จึงไม่ได้ห้ามอีกในที่สุดก็รบกัน ถามว่าพุทธองค์ท่านทรงรู้ด้วย สัพพัญญุญาณ  แต่ทำไมจึงทรงเสด็จห้ามญาติ ก็คงด้วยเพราะท่านมีความรัก ความปรารถนาที่อยากจะให้ญาติมีความสุข ไม่อยากให้เขาเดือดร้อนใจ หรือทุกข์ใดใด แม้จะเป็นการฝืนกฎแห่งกรรมก็ตามที

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)