อนุทิน #17169

ครับพี่ Sasinand  @17164 ในทางกลับกัน ยามที่ผู้อื่นเกิดวิกฤตการณ์ในชีวิตหากเราคอยให้ความช่วยเหลือ คอยให้กำลังใจ รวมทั้งการคอยให้สตินั้นย่อมถือเป็นสิ่งที่เรามิควรนิ่งเฉยดูดาย พูดถึงเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงคำสอนของยาย ของผม ท่านเคยสอนไว้ว่า  "มิใช่ชาติมิใช่เชื้อ ถ้ามีความเอื้อเฟื้อก็เหมือนเนื้ออาตมา แม้เป็นชาติเป็นเชื้อ ถ้าไม่มีความเอื้อเฟื้อก็เหมือนเนื้อในป่า" ผมเพิ่ง มาเข้าใจความหมาย ตอนโต เพราะยายไม่ได้แปลความหมายให้ ตอนเป็นเด็กก็ได้แต่ฟังและจำ ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าถ้าเราเห็นผู้อื่นกำลัง เจ็บที่แขน เจ็บที่ขา หรือเจ็บที่ใจ  เมื่อเห็นแล้วก็เกิดความเมตตา และเกิดความกรุณา คือช่วยเหลือเขาผู้นั้นให้หายเจ็บ ด้วยเพราะมีความรู้สึกว่า ความทุกข์ของเขาผู้นั้นคือความทุกข์ของเรา แม้เขาผู้นั้นจะมิใช่ญาติโกโหติกากับเราก็ตาม ความ เมตตากรุณาเมื่อเกิดขึ้นในใจแล้ว เราย่อมที่จะมองเห็นว่าทุกคนก็คือญาติพี่น้องของเรา เราย่อมช่วยเหลือเขาจนสุดกำลังความสามารถ  แต่เมื่อใดก็ตามที่เราไม่มีความเมตตา กรุณา แม้จะเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิทมิตรสหาย แม้นว่าเราได้เห็นกับตาตนเองว่าเขากำลัง เจ็บที่แขน เจ็บที่ขา หรือเจ็บที่ใจ แต่ก็มิได้นำพา หรือมิได้สนใจที่จะให้การเยียวยารักษา  ด้วยเพราะขาดความเมตตากรุณา และมองเห็นผู้ได้รับความเจ็บป่วยนั้น ประหนึ่งเป็น เนื้อเก้งกวาง เนื้อกวาง (ซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉาน) หาได้มีความเกี่ยวข้องกับตนเอง ถ้ามนุษย์เราคิดเห็นเช่นนี้โลกของเราย่อมกำลังวิ่งเข้าสู่ ยุค มิคสัญญี (มองเห็นคนเป็นกวาง และจ้องจะประหารกวาง เพราะสำคัญผิดว่าเป็นการประหารกวางมิได้เป็นการประหัตประหารคน)  ถ้าเราขาดความเมตตา กรุณา แล้วโลกเราคงขาดความร่มเย็นเป็นสุขนะครับ

ปล.พี่ Sasinand  คือร่มโพธิ ร่มไทรของลูกๆ หลานๆ และบริวาร ครับ :)

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)