อนุทิน #145139

บนถนนคนเพลินงาน

เธอเหลือทน ละทิ้งอย่างจริงแท้!

ต่อความหวัง และแม้แต่ความหมาย

กลับโรยอ่อนระอาว่าละอาย...

เหตุใดหน่วงนักกาย หน่ายนักใจ

แหงนมองสิ สว่างไสวไต่ภาระ

ตึกสูง กับภาระกระจกใส

เขาผิวปากฝากกลืนกับคลื่นไกล

เสียงผิวปากฝากไป ฝนไขว่คว้า

กายภาพผ่าวเมือง---เคืองควันหม่น

จินตภาพแผ่วปนดนตรีป่า....

เช็ดสีสวยเหมือนใจ ใสเหมือนฟ้า

เช็ดและฉีดน้ำยา ชั่วนาตาปี

จันทร์กะพ้อ พ้อรักแห่งจักจั่น

ซากุระ รุ้งนั้นพลันจากสี

หลากแผ่นเสียงเพลงเก่าเฝ้าชวนชี้

...กิจการร้านนี้ไม่ดีนัก

แต่ยิ้มสวยหญิงสาวสดพราวสะพรั่ง

อิ่มเพลงนั่นเองพลัง ยังปักหลัก

ชวนฝันจันทร์กะพ้อ เชิญพ้อรัก

ย่อมมีสักมนต์สื่อ --- สักมือคว้า

หันดูสิ เสื้อใหม่ในห้องอับ

เครื่องจักรคราบจับ และพับผ้า

ริ้วด้ายดังรุม กลุ่มลูกค้า

...หลังค้อมต่ำ นัยน์ตาเริ่มฝ้าฟาง

ตัดเย็บประณีตเหนื่อยแสนเหนื่อยหาย!

มีหมุดหมายเฉิดฉายสบายช่าง

งานดีมีรางวัล--- จันทร์ทอวาง...

เบียร์รสเบา เรือบางลอยกลางบึง

ที่ร้านถ่ายรูป ลมจูบภาพ

พบรอยลมเก่าทาบ ซาบซึ้งถึง

อีกเดี๋ยวลมใหม่กว่ามารำพึง

‘รูป’ คนหนึ่งยาวนานเหนือ ‘กาล’ คน

เจ้าของ ‘มอง’ ลมที่พรมพัด

ข่าวแห่งความคมชัดสะพัดถนน

เขาภาคภูมิฝีมือ---นับถือตน

อัดล้างบนปรารถนาดี ทีละใบ

เธอจะละทิ้งอย่างจริงแท้

หมดสิ้นแม้ ‘บางสิ่ง’ แท้จริงไหม

เปี่ยมเต็มลึกกว้างอย่างไรใจ

เบื่อชีวิตได้อย่างไรกัน!

ประกาย ปรัชญา

จาก “เดินเคียงฉัน”

เขียน:

ความเห็น (0)