อนุทิน #137737

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

รายวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ (102611)

ผู้สอน  ผศ. ดร. อดิศรเนาวนนท์

โดย  นางสาวสุนีย์เลขนอกรหัสนักศึกษา 57D0103118ระดับปริญญาโท ภาคพิเศษ หลักสูตรและการสอน

วันที่  17 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2557E-mail  [email protected]

………………………………………………………………………………………………………………………………….

ความคาดหวัง

มีความรู้ความเข้าใจเรื่องของการจัดการความรู้ความหมายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ความรู้ที่ได้

การที่องค์การจะดำรงอยู่ได้ในยุคKnowledgeBasedEconomyจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์การจะต้องปรับยุทธศาสตร์ทั้งหมดขององค์การสู่การแข่งขันที่ต้องใช้>>> ความเร็ว>>>ความถูกต้อง>>>ความมีประสิทธิภาพ >>>ความได้เปรียบของการผลิตโดยใช้ทรัพยากรที่จับต้องไม่ได้ ได้แก่1) ความรู้2) ทักษะ3) การจัดการ 4)ประสบการณ์5) ความคิดริเริ่ม6) ให้ความสำคัญกับลูกค้าจะให้องค์การหรือสังคมประสบความสำเร็จจะต้องขึ้นอยู่กับสื่อหรือสิ่งที่จับต้องได้ด้วยดังนี้ เครื่องจักรอาหารอุปกรณ์สำนักงาน และทุน

Kujiroได้เปรียบความรู้ว่าเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนที่สุด

Romerได้กล่าวถึงลักษณะเด่นของความรู้ว่าความรู้ยิ่งใช้ยิ่งมีมากนำความรู้ใหม่ไปผสมกับอันเดิมและเกิดความรู้ใหม่ๆมากขึ้นเป็นการสร้างความรู้ใหม่จากการที่ได้ทำงานการเขียนกลายเป็นวงจรความรู้ไม่จบสิ้น

Wisdom

Knowledge

Information

Data

Hideo Yamzakได้ให้ความหมายว่า ข้อมูล (Data)” เป็นข้อเท็จจริง เป็นตัวเลขต่างๆ หรือข้อมูลดิบที่ยังไม่ได้ผ่านการแปลความ ส่วน “สารสนเทศ (Information)” หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์สังเคราะห์ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการในขั้นตอนของการตัดสินใจ โดยมีบริบท อันเกิดจากความเชื่อ สามัญสำนึก หรือประสบการณ์ของผู้ใช้สารสนเทศนั้นๆ ซึ่งมักจะอยู่ในรูปของข้อมูลที่วัดได้หรือจับต้องได้ อย่างไรก็ตามสารสนเทศอาจมีข้อจำกัดในเรื่องช่วงเวลาที่ใช้

และขอบข่ายของงานที่จะนำมาใช้ “ความรู้ (Knowledge)” หมายถึง สารสนเทศที่ผ่านกระบวนการคิด การเปรียบเทียบเชื่อมโยงกับความรู้อื่นจนเกิดเป็นความเข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์ในการสรุปและตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้โดยไม่จำกัดช่วงเวลา หรือกล่าวได้ว่าเป็นสารสนเทศที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับเราในการนำไปใช้งาน และ “ปัญญา (Wisdom)”

หมายถึง ความรู้ที่อยู่ในตัวคน ก่อให้เกิดประโยชน์ในการนำไปใช้

Michael Polanyi และ Ikujiro Nonaka แยกความรู้เป็น 2 ประเภท คือ

1. Tacit Knowledge เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคล เกิดจากประสบการณ์การเรียนรู้ หรือพรสวรรค์ต่าง ๆ ซึ่งสื่อสารหรือถ่ายทอดในรูปของตัวเลข สูตร หรือ ลายลักษณ์อักษรได้ยาก ความรู้ชนิดนี้พัฒนาและแบ่งปันกันได้ และเป็นความรู้ที่

ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน

2. Explicit Knowledge ความรู้ที่เป็นเหตุเป็นผล สามารถรวบรวมและถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เช่น หนังสือ คู่มือ เอกสาร และรายงานต่าง ๆ ซึ่งทำให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายสรุปดังนั้น ทักษะกระบวนการใช้Knowledgeประสบการณ์ ถือว่าเป็นความรู้ทั้งสิ้น

KM คือความสำคัญของการจัดการเช่นคนหนึ่งไม่มาจะต้องมีอีกคนสามารถทำแทนได้อาจถ่ายทอดในรูปแบบของ storytellinggotoknowก็ได้ดังนั้นถ้าไม่มีการจัดทำองค์การจะเสียประโยชน์คนรับก็เสียประโยชน์จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำ KMจากนิยามความหมายของ KM จาก Toyama คือการจัดการเพื่อให้เกิดความรู้ใหม่โดยใช้ความรู้ที่มีอยู่โดยใช้ประสบการณ์ของคนในองค์การอย่างมีระบบเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่จะทำให้มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งทางธุรกิจจาก World BankKM หมายถึง การรวบรวมวิธีปฏิบัติขององค์การและกระบวนการที่เกี่ยวกับการสร้างการนำมาใช้คือการเผยแพร่ความรู้และบริบทต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ สรุป KM คือ กระบวนการนำความรู้ที่มีอยู่หรือได้จาการเรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์การ โดยกระบวนการต่างๆ มีการสร้าง >>> รวบรวม >>> จัดเก็บ >>> แลกเปลี่ยนอาจในรูปแบบของ FacebookWebBlongก็ได้ >>> และสุดท้ายการนำไปใช้

จะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร

หลังจากที่ได้เรียนเรื่องKM ในวันนี้ได้มองเห็นข้อเสียขององค์กรที่มีการจัดความรู้ที่ไม่ถูกต้องไม่มีการนำ KMไปใช้เท่าที่ควร ถ้าองค์กรมีการจัดการความรู้ที่เป็นระบบมีการนำเอากระบวนการความรู้ที่มีอยู่หรือได้มาจากการเรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะทำให้เป็นการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้วยและต่อเนื่องไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ดังนั้นข้าพเจ้าจะเริ่มที่ตัวเองก่อนโดยเริ่มจากจุดเล็กๆในรูปแบบที่สามารถทำได้ เช่นใน Facebook,Web blog,Line เป็นต้น

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)