อนุทิน #133963

เรื่องราวของความรักที่แตกต่าง (ชายรักชาย)

วามรู้สึกของคนคนหนึ่ง ที่มีความรู้สึกให้กับผู้ชายด้วยกัน ซึ่งเป็นความรักที่แตกต่างจากคนทั่วไป แต่ความรักในปัจจุบันนี้ไม่มีขีดจำกัดหรือขอบเขตอีกแล้ว เป็นความรักที่เปิดเสรีไม่ว่าจะเป็นชายรักชาย หรือหญิงรักหญิง ทุกความรักนั้นล้วนเป็นความรักที่ไม่เหมือนรักอื่น จะเป็นอย่างไรติดตามได้เลยครับ

พี่เฟิร์สก็เป็นเหมือนผู้ชายทุกคนไม่ได้มีอะไรพิเศษกับร่างกาย แต่สิ่งที่พิเศษนั้นคือ “ความรู้สึกรักเพศเดียวกัน” พี่เฟิร์สมีความรู้สึกชอบผู้ชายด้วยกัน พี่เฟิร์สมีความรู้สึกชอบผู้ชายด้วยกันตอนมัธยมต้นโดยตัวพี่เฟิร์สเองนั้นก็พึ่งค้นพบเพราะได้ไปเจอกับรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้ตัวพี่เฟิร์สรู้สึกรักและอยากอยู่ด้วยกัน และได้มีโอกาสครั้งหนึ่งทางโรงเรียนได้มีกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือทั้งโรงเรียน ทำให้ตัวพี่เฟิร์สรู้สึกดีใจที่ได้เข้าค่าย เพราะมีรุ่นพี่ที่พี่เฟิร์สชอบมาร่วมเข้าค่ายด้วย จึงได้ทำความรู้จักกันและสนิทกัน เมื่อออกค่ายทั้ง 2 คนได้ สานต่อความสัมพันธ์กันและคบกันในที่สุด บ้านของทั้ง 2 คนนั้นอยู่ใกล้กันง่ายต่อการไปมาหาสู่กัน แต่การที่เค้าทั้ง 2 คน คบกันเป็นแฟนกัน ครอบครัวทั้ง 2 ฝ่ายไม่ทราบเพราะ ชายรักชายในสมัยนั้นไม่เป็นที่ยอมรับ จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ ผมจึงเกิดคำถามขึ้นว่า  พี่มีพฤติกรรม หรือ รู้สึกชอบเพศเดียวกันตั้งแต่ตอนไหน ? พี่เฟิร์ตอบว่า “ก็ตอนนั้นรู้สึกว่าเรียนอยู่ชั้นมัธยม 2 รู้สึกชอบที่พูดไปก่อนหน้านี้แล้ว รู้สึกชอบเขาเพราะ “หล่อดี” ตอนนั้นยังไม่ค่อยจะรู้ตัวว่าชอบ ผู้ชาย ด้วยกัน แต่พอได้ไปคลุกคลีกับเขา เรารู้สึกได้ว่าเราชอบ ผู้ชายด้วยกันไม่ได้ชอบ ผู้หญิง”

            ณ ปัจจุบัน พี่เฟิร์สมีแฟนแล้ว การที่ได้เจอกับแฟนคนนี้ คือผ่านทาง FACE BOOK ได้คุยกันและทำความรู้จักกัน กระทั่งวันหนึ่งพี่เฟิร์สได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวจังหวัดพังงา และคนที่พี่เฟิร์สคุยก็อยู่จังหวัดพังงาจึงโทรนัดกัน และได้มาเจอกันถามเรื่องสาระทุกข์สุขดิบกัน จนเข้าเรื่องว่าตอนนี้เราเป็นอะไรกัน และจะคบกันไหม พี่คนนั้นก็ตอบตงลงว่า “เราทั้ง 2 จะคบกัน” เมื่อพูดถึงเรื่องเป็นแฟนกันเลยอดไม่ได้ที่จะถามว่า  “พี่ชอบแฟนพี่ที่ตรงไหน”พี่เฟิร์สก็ตอบว่า “ตรงที่นิสัย ที่เค้าดูแลเราให้ความอบอุ่น สามารถเป็นได้ทั้งพ่อทั้งแม่ เป็นได้ทั้งเพื่อนและพี่ สามารถ  สอนเราได้บอกเราได้ เพราะในขณะนั้นเค้าเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเรา บางอย่างเราอาจยังไม่รู้ภาษีภาษา ว่านี้ผิดหรือถูก และถ้าคบกับแฟนที่เด็กกว่า  เด็กนี้ไม่ใช่ไม่ดี เด็กก็ดี ! แต่ถ้าให้เลือก พี่จะเลือกคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า เพราะสามารถดูแลเราได้ดี ในยามไม่สบายได้ดีกว่า มันอยู่ในมุมมองแต่คนที่จะชอบ”พอผมเอ่ยปากจะพูดถึงเรื่องหน้าตา พี่เฟิร์สก็แทรกขึ้นมาว่า “สำหรับคนสมัยนี้ ทุกคนก็ต้องบอกว่า รูปร่างหน้าตา แต่สำหรับพี่ พี่ว่าไม่บอกเลยว่า มี 100% อาจจะ 60-70% หน้าตาดูดีพอดูได้ แต่ส่วนมากจะเอานิสัยมากกว่าในสมัยนี้ พวกเก พวกทอมจะเลือกที่หน้าตา แต่ถ้าให้พี่คิดว่าให้คบคนๆหนึ่งพี่ก็จะเลือกที่นิสัย ถ้าถามว่าหน้าตาเป็นอุปสรรคไหม บอกเลยว่าไม่ !!ผมเลยสรุปได้ว่าจะหน้าตาดีหรือไม่ดี ก็มีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกัน หน้าตาอาจจะมาก่อนแต่สำหรับพี่เฟิร์สต้องการแค่ “นิสัยที่ดีก็พอ”

                และเมื่อพูดถึงเรื่องหน้าตาช่วงที่แล้ว จึงอดใจไม่ได้จริงๆครับที่จะ อ้าปากถามว่า พี่คิดอยากจะแต่งหญิงหรือแปลงเพศบ้างไหม ? “พี่เฟิร์สถึงกับฮากระจายจนกระทั่งน้ำตาเล็ดและ พูดทั้งน้ำตาที่เล็ดออกมาว่า “ไม่เคยคิด พี่ไม่ได้เป็นแบบนั้น คนที่แต่งหญิงทำหน้าอกไว้ผมยาว อะไรแบบนั้น ประเภทนี้ เรียกว่า “กระเทย” แต่ส่วนของพี่เรียกว่า “เกย์” คือแบบแต่งชาย ชอบผู้ชายด้วยกัน แต่กระเทยก็รักผู้ชายด้วยกันแต่เพียงแค่เขาแต่งหญิง ไอนั้นก็คือ กระเทยกับเกย์ มันคนละแบบคนละประเภทกัน เพราะพี่เป็นเกย์ แต่งชาย กระเทยแต่งหญิง และพี่ก็ไม่คิดจะแต่งหญิงเลย แต่ถ้ามีงานหรือ Staff party อะไรแบบนั้น คือการแสดงไอนั้นคือจำเป็น ที่จะต้องแต่ง แต่สำหรับชีวิตประจำวันแต่งหญิงไหม ? ไม่แต่ง เพราะพี่เป็นเกย์ไม่ได้เป็น “กระเทย” ผมก็ได้นั่งอมยิ้มและพยักหน้าเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป และพูดถึงเรื่องประคองรัก การประคองรักของพี่เฟิร์สนั้นเป็นการประคองเชิงดูแลเทคแคร์ซึ่งกันและกันและพยายามไม่ให้เกิดเรื่องที่ทุกคนคิดไม่ถึงเสมอคือ “มือที่สาม” สำหรับพี่เฟิร์สบอกว่ามือที่สามเป็นการจบรักที่เร็วที่สุดแล้ว และยังการจะไม่ให้เกิดมือที่สามนั้นไม่สามารถห้ามกันได้ แต่มันขึ้นอยู่กับจิตใจทั้ง2ฝ่ายว่าจะเลือกมีอีกคนหรือจะรักกันแค่2คนมีเรื่องทะเลาะหรือไม่เข้าใจก็ค่อยๆคุยกันด้วยอารมณ์เย็น เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลาย

                คำถามส่งท้ายกับมุมมองกว้างๆที่ว่า พี่เชื่อไหมว่าพรมลิขิตมีจริง และคำว่าบังเอิญกับพรมลิขิตต่างกันอย่างไร ? ถ้าถามว่าพรมลิขิตมีไหม และคำว่าบังเอิญแตกต่างยังไง สำหรับพี่แล้วถ้าให้คิดมันก็แตกต่างกัน พรมลิขิตก็เหมือนเจอกันครั้งนึงแล้ว ก็ห่างหายกันไปและกลับมารู้จักกันอีกครั้งและเมื่อมารู้จักกันคบกัน ส่วนความบังเอิญ ก็เหมือนน้องที่เจอพี่ในวันนั้น ได้ขอเบอร์พี่ เพื่อที่จะนัดมาสัมภาษณ์ แล้วก็ได้มาเจอกันอีกครั้ง นั้นไม่ใช่พรมลิขิตแต่เรียกว่าความบังเอิญ ที่เราได้มาเจอกันและรู้จักกัน.

                เรื่องความรักของเกย์จะจริงจังยั่งยืนแค่ไหนนั้น มันขึ้นอยู่กับคน 2 คน ถ้าไม่มีเรื่องมือที่ 3 ความรักก็จะไปได้ยาว หรืออาจจะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตก็ได้ ถ้ามีเรื่องมือที่ 3 ผมเชื่อว่ารักนั้นอาจจะจบลงในระยะเวลาสั้นๆ ความรักไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันขึ้นอยู่กับจิตใจของทั้ง 2 ฝ่ายล้วน !!

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)