อนุทิน #127539

7 ส.ค. 2556
(อนุทิน๑๑๒
)
  • วันนี้ พี่สาวคนเล็กกับพี่ชายคนที่สามจะเดินทางมาหาแม่ที่พิษณุโลก นัดกันที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต2
  • พี่สาวไปถึงก่อนตอน 9.00 น. โทรมาบอกครั้งหนึ่ง
  • ตอน 10 โมงโทรมาบอกว่า ขึ้นรถบขส.99 ค่าโดยสารลดไป 85 บาท เหลือ 219 บาท เพราะใช้บัตรผู้สูงอายุ (คือบัตรประชาชนนั่นแหละ) แต่ไม่รู้ว่าพี่ชายได้ลดหรือเปล่า เพราะเขาเกิด เดือนกรกฎาคม 2496 ก็ครบ 60 ปี เมื่อเดือนที่แล้ว
  • ช่วงเช้าไปโอนเงินเพื่อซื้อกระเป๋าให้ลูกสาว 1,290 บาท ไม่เสียค่าโอน แต่เก็บ service charge ไว้เอง 10 บาท
  • สายๆ มารวมคะแนนวิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ส่งให้อ.ศราวุฒิ..ส่งไป 3 ครั้ง และ cc ถึงตัวเองด้วย แต่ไม่เห็นมี mail เข้ามา (อีก ๓ ชั่วโมงกลับมาดูก็มีการส่งไป ๓ ครั้ง)
  • ไปรวมคะแนนตัดเกรด วิชา Intro. biology กับป้าติ๋มศิริวรรณ ต่วนโต คะแนนดูมั่วๆ พอสมควร แต่ว่านิสิตสอบได้คะแนนน้อย พออิงเกณฑ์แล้ว สูงสุดคือ B และต่ำสุดคือ D
  • แต่ว่าไม่อยากให้ติด D และก็ไม่มีใครสมควรได้ A ด้วย เลยต้อง Add คะแนนให้ครั้งสุดท้าย (หลังจากที่มีคะแนนช่วยหลายช่อง) 5 คะแนน...สูงสุดได้ B+, ไม่มี B และคะแนนส่วนใหญ่มากองที่ C และ C+, ต่ำสุดให้ D+ (ไม่ค่อยมาเรียน ถึงมาเรียนก็ไม่รู้เรื่อง..ส่วนมากพวกนี้จะคิดลบ) ความจริงมีนิสิตลงทะเบียนแค่ 12 คนเท่านั้น
  • ช่วงบ่ายๆ ไปส่งน้ำผึ้งให้คุณพ่อวันวิสาข์ หมื่นจง ที่รพ.มน. 4 ขวด หลังจากที่กลับไปทานข้าวที่หอพัก
  • ก่อนบ่าย 3 ไปส่งน้ำผึ้งที่พิพิธภัณฑ์ผ้า ปรากฏว่า น้ำผึ้งทุกขนาดไม่มีเหลืออยู่ในตู้เลย (น่าจะขายดีตอนต้นเดือน) ถามเจ้าหน้าที่ บอกคนค่อยๆ มาซื้อจนหมด..
  • บ่าย ๓ พี่สาวมาถึงแล้ว พักที่ โรงแรม Kresident ห้อง 115 เขาคิด 440 บาท ต่อคืน พี่สาวให้เอาสายชาร์ทไปให้ และเติมเงินค่าโทรให้อีก 200 บาท (รู้สึกว่าจะใช้ค่าโทรเดือนละ 500 บาท)
  • ตอนเย็นๆ จะพาแม่ไปทานข้าวนอกบ้าน กับ ลูก 3 คน และหลาน ๑ คน
6 ส.ค. 2556
  • เมื่อวานเช้าไปฟังเสวนาของบัณฑิตวิทยาลัย "โครงการสัมมนาการจัดการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีคนไปฟังราว ๒๐ กว่าคน ที่ห้อง 209 ชั้น ๒ ตึกเอกาทศรถ  โดยมีท่านศาสตราจารย์ดร. ดวงฤดี สุขแสง เป็นวิทยากร
  • เข้าใจว่าท่านเรียนที่เตรียมอุดมศึกษา แล้วได้ทุน AFS ไปอเมริกา ภายหลังมาเรียนที่อักษรศาสตร์ แล้วได้มาทำงานที่พิษณุโลก ๒ ปี ต่อมาได้ไปเรียนปริญญาโทใบแรก โดย Family ลงขันให้ หลังจากนั้นเมื่อกลับมาเมืองไทย ได้ทุน Fullbright ไปเรียนปริญญาโทใบที่สอง และเรียนต่อปริญญาเอก ต้องเขียนวิทยานิพนธ์แบบไม่เครียดถึง 3 ปี ระหว่างนั้นก็สมัครงาน 2-3 แห่ง และก็ถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์
  • เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยที่เรียกสัมภาษณ์จะออกค่าใช้จ่ายให้ พอไปสัมภาษณ์ที่ Eastern Illinois University ก็ไม่ได้ แต่เขาเรียกไปรอบ ๒ คราวนี้ก็เป็นอาจารย์อยู่ที่นั่นนานเลย...
  • ตามความเข้าใจของศ.ดร.ดวงฤดี "นักเรียนเป็นศูนย์กลาง" หมายความว่า ถ้าเราจะทำอะไรต้องคิดถึงเขาให้มาก ต้องช่วยเขา...
  • ระหว่างนั้นได้คุยกับผศ.ดร.ปาจรีย์ เรื่อง GE มีการพูดถึงว่า ที่ลดขนาดห้องลงเหลือ 50 คน เป็นเพราะเรื่องเงิน เป็นเพราะผู้จัดการรายวิชาบางคนได้เงินเป็นแสน
  • ตอนเที่ยงได้ทานข้าวกล่องกับไข่ดาว ทานข้าวไม่หมดเพราะมีกับข้าวนิดเดียว
  • ช่วงบ่ายครึ่ง ไปที่ห้องพักอาจารย์ชั้น ๒ ตึก QS ไปประชุมพวกที่สอน GE รายวิชาการจัดการดำเนินชีวิต มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยอ.ทวีทรัพย์ (มาเป็นคนแรก) และก็ตามมา 3 คน มี อ.อาพัทธ์, ขจรศักดิ์ และพงษ์เอก ต่อมามีอ.สุนีย์ และสุดท้ายเป็นอาจารย์ช่อเพชร ..คุยถึงว่ามีอาจารย์ 4 คน ไม่มีนักเรียนลงทะเบียนเรียน...ประกอบด้วย อ.นิธิเดช, อ.ขจรศักดิ์, อ.พงษ์เอก และอ.ทวีทรัพย์
  • ระหว่างคุยก็ทำให้เข้าใจว่า พวกอาจารย์ PE (พลานามัย) 6 คน จะเวียนกันเป็นหัวหน้า เพื่อให้ทุกคนได้รับผิดชอบการทำงาน และพยายามที่จะแบ่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน พยายามไม่ให้ใครได้ประโยชน์มากหรือน้อยกว่ากัน..ตรงนี้เป็นเรื่องเก่าในอดีตกับเรื่องใหม่
  • แผนที่ 1 คือ เปิด section ใหม่ให้อาจารย์เหล่านี้, แผนที่สอง คือ ถ้านิสิตไม่มาลงทะเบียนใน section ใหม่ ให้ไปช่วยสอนกับอาจารย์ที่มีห้องสอนแล้ว และแผนสามก็คือมาช่วย บีแมนสอน (มีคนจะมาช่วยบีแมนสอน แต่กลุ่มไม่อนุญาต เพราะตัวเองมีห้องสอนอยู่แล้ว)
  • และมีการพูดทำนองว่า ทำไมบีแมนจึงได้สอน 3 ห้อง ซึ่งแม้จะชี้แจงไปแล้วคาดว่าจะไม่ค่อยเคลียร์เท่าไร
  • ประชุมเสร็จ บ่าย ๓ โมงแล้ว กลับลงมา อ.สุนีย์เป็นห่วงว่า ทำไมอาจารย์ไม่ให้เขาช่วยสอน ๓ ห้องที่เหลือ. ซึ่งก็พยายามอธิบายให้อ.สุนีย์ ฟังแล้วบอกว่า อย่าไปเครียดเรื่องนี้เลย...คือเราไม่สามารถไปห้ามความคิดของคนได้ เราอย่าไปเครียดกับเรื่องเหล่านี้
  • อ.สุนีย์ให้ไปที่กองศึกษาทั่วไป เพื่ีอแก้ปัญหาต่างๆ มีเรื่องมคอ๓ ผิดเล็กน้อย...เรื่องขออนุมัติจัดประชุมครั้งที่ ๑ และ ๒ ในวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 9.00 น.เป็นต้นไป ไอซ์เป็นคนพิมพ์ให้ (ใช้ฐานจดหมายเก่า) เมื่ออนุมัติ ไปจัดประชุมแล้ว ต่อมาก็เบิกค่าอาหารว่างได้หัวละไม่เกิน 50 บาท มีการเซ็นชื่อผู้เข้าประชุม และใบเสร็จค่าอาหารว่าง..
  • ต่อไปก็คุยกับคุณประดับเดือน (แกได้ชำนาญการเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เทียบเท่าซี ๘ แต่ว่าแกก็เป็นเนื้องอก-พอเป็นอย่างนี้หมอก็แนะนำว่าไม่ต้ัองไปเครียดอะไร)...เรื่องที่อ.ในทีม ไม่มีห้องสอน...ในจำนวนนี้อ.ทวีทรัพย์ เป็นคนที่มีวินัยดีที่สุด มาประชุมก่อนใคร ได้บอกว่า ถ้าไม่ได้สอนก็ไม่เป็นไรน๊ะ
  • คุณประดับเดือน ใช้วิทยายุทธ ย้ายผู้สอนและจัดห้องให้ใหม่ ในเวลาใหม่ ทั้ง ๔ คน นี้ใช้เวลาราวๆ ๑ ชั่วโมงเรื่องก็เรียบร้อย..จึงมีเวลาถามเรื่องราวลึกๆ
  • ถามว่ามีผู้จัดการรายวิชา ได้เงิน 1 แสนบาทอัพ จริงหรือไม่ ตอบว่าจริง ถามว่าการสอน 50 คน เกิดขึ้นก่อนหรือหลัง ตอบว่าก่อนเพราะเป็นนโยบายของท่านอธิการบดีที่เห็นว่า สอนแบบนี้ นิสิตจะได้ประโยชน์กว่า..และพอขอดูยอดค่าใช้จ่าย จึงเห็นว่ามีผู้จัดการบางท่านได้เงินเป็นแสน (อันที่จริงเข้าใจว่า เขาเป็นคนรับ แต่ว่าก็เอาไปจ่ายให้วิทยากร-ตามที่เขาบอกแต่เรื่องจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบ เพราะเดี๋ยวนี้คนเรามักพูดความจริงครึ่งเดียว)
  • ถามคุณประดับเดือนว่า บีแมน สอน 3 กลุ่ม มันน่าเกลียดไหม คุณประดับเดือนซึ่งทราบเรื่องนี้ดีตอบว่า เราเป็นคนรู้เรื่องดีที่สุดว่าเราคิดอย่างไร เราไม่ต้องไปสนคนอื่น
  • แล้วคุณประเดือนก็ชี้ให้เห็นในจอคอมฯว่า อาจารย์ PE แต่ละท่าน ได้สอน 6 รายวิชา วิชาละ 11,250 บาท รวมกันแล้วเทอมหนึ่งก็ได้ 6 หมื่นกว่าบาท (นี้เป็นความลับน๊ะ อย่าบอกใครเชียว แล้วก็อย่าคิดเป็นผู้พิพากษาด้วย..อิอิ)


เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)