อนุทิน #123664

เกร็ดความรู้

ครูสง่า อารัมภีร กับ เบื้องหลังที่มา

ของเพลงเรือนแพ

โดย คีตา พญาไท 


  ในบรรดาเพลงประกอบภาพยนตร์ของ บริษัทอัศวินภาพยนตร์ ที่โด่งดังเป็นอมตะ แ
ละได้รับความนิยมนั้น นอกจาก เพลงคืนหนึ่ง แล้ว เพลงเรือนแพ ที่ ชรินทร์ นันทนาคร ขับร้องไว้ ก็เป็นเพลงที่ฮิตมากอีกเช่นกัน
      .....
      เพลงเรือนแพ
      คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร
      ทำนอง สง่า อารัมภีร ขับร้อง ชรินทร์ นันทนาคร
     
      เรือนแพ สุขจริง อิงกระแสธารา
      หริ่งระงมลมพลิ้วมา กล่อมพฤกษา ดังว่าดนตรี
      หลับอยู่ในความรัก รับความชื่น ชั่ววันและคืนเช่นนี้
      กลิ่นดอกไม้รัญจวน ยังอบอวลยวนยี สุดที่จะพรรณนา
     
      เรือนแพ ล่องลอย คอยความรักนานมา
      คอยน้ำค้างกรุณา หยาดมา จากดาราแหล่งสวรรค์
      วิมานน้อย ลอยริมฝั่ง ถึงอ้างว้างหัวใจรำพัน
      หิวหรืออิ่ม ก็ยิ้มพอกัน ชีวิตกลางน้ำสุขสันต์
     
      โอ้สวรรค์ ในเรือนแพ
     
       เป็นเพลงเอกในภาพยนตร์ เรื่องเรือนแพ ของ อัศวินภาพยนตร์ ซึ่ง ชรินทร์ นันทนาคร เป็นผู้ขับร้อง
และบันทึกเสียงเป็นคนแรกในปี พ.ศ. 2504
     
       เพลงนี้ เป็นเพลงเอกเพลงหนึ่งของ ครูชาลี อินทรวิจิตร ที่แต่งคู่กันกับ ครูสง่า อารัมภีร

ซึ่งความเป็นมาของ เพลงเรือนแพ เพลงนี้ ครูชาลี อินทรวิจิตร เขียนเล่าไว้ใน หนังสือบันเทิงบางที ดังนี้ว่า
     
       "...เพลงแหวนรัก เพลงนี้เพราะจริงๆ ผมร้องสลับในละคร เรื่องนันทาเทวี ของ อัศวินการละครและภาพยนตร์

เป็นพระนิพนธ์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เพลงที่เปิดประตูให้ผมเดินเข้าไปในวังอัศวินไปเข้าเฝ้า
     
       และบัดนี้ ผมกำลังอยู่เบื้องพระพักตร์ของ สมเด็จพระองค์ชายใหญ่ของดารา
ของสถาบันภาพยนตร์และองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะของศิลปินนักแสดง เสด็จฯ ทรงรับสั่งอย่างเป็นกันเอง แบบ สง่า อารัมภีร (แจ๋ว) ก็นับว่า เสด็จทรงพระกรุณาเป็นล้นพ้นแล้ว
     
       "ฉันรู้จากแจ๋วว่า แกแต่งเพลงร้องเองสลับฉากละครของ ศิวารมณ์ เทพศิลป์ 
และยังแต่งเพลงให้หนังไทยหลายต่อหลายเรื่องใช่ไหม?" เสด็จรับสั่งกับผม ผมกราบถวายความเคารพ ก่อนจะตอบว่า "พ่ะย่ะค่ะ" 
  "ฉันจะให้แกแต่งเพลง "เรือนแพ" ให้แจ๋วแต่งทำนอง อยากให้คนรุ่นใหม่อย่างแก
ใช้อาภรณ์จากธรรมชาติ ใช้อารมณ์จากห้วงน้ำ สร้างอุปรากรงานเพลงที่งดงาม เป็นภาษาดนตรีและภาษาอักษร ใช่เป็นเพลงนำในภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ที่ฉันร่วมงานสร้างกับฮ่องกง
     
       เรื่องนี้ฉันแต่งไว้เพลงหนึ่งแล้ว คือ "เงาไม้" ให้แกแต่ง 2 เพลง เพลงเรือนแพ เป็นเพลงไตเติล
และอีก 1 เพลงเป็นเพลงอะไรก็ได้ ขอให้ไพเราะก็แล้วกัน พระเอกคนที่ 2 เป็นนักร้องเสียงดีพอๆ กับ ชรินทร์ นันทนาคร ประมาณนั้น"
     
       หลังจากเสด็จทรงเล่าพฤติกรรมของตัวละคร ความผูกพัน ความรักของสามชายกับหนึ่งหญิงให้ฟังอย่างละเอียดละเมียดละไมแล้ว

กาแฟหนึ่งถ้วยกับน้ำเย็นก็ถูกพนักงานนำมาเสิร์ฟให้ทันที
     
       21.00 น. เด็กพนักงานในวัง กลับเข้านอนกันหมดแล้ว เหลือ เสด็จ แจ๋ว และผม เพียง 3 คนเท่านั้น
ไม่เหลืออะไรเลย แม้แค่กาแฟถ้วยที่ 2
     
       พระเอกคนแรกเป็นนักศึกษา ตั้งความหวังไว้ว่าจะเป็นนายร้อยตำรวจ

คนที่ 2 เป็นนักร้องเสียงดี มีอนาคต พระเอกคนที่ 3 เป็นนักเลงชีวิตสู้ทุกรูปแบบ
     
       ทั้ง 3 คนเป็นเพื่อนรักกัน เช่าเรือนแพโกโรโกโสหลังคาทะลุโหว่

มองเห็นพระจันทร์แง้มดวงเป็นเพื่อนดึกยามหลับนอน ทุกคนสมัครใจเช่าอยู่ร่วมกัน พอประทังชีวิตให้มีที่ซุกหัวนอนเท่านั้น
     
       เรือนแพริมน้ำ ยามพายุกระพือโหม คลื่นกับฝนกระหน่ำซ้ำซัด ก็โกลาหลจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน
     
       แต่กระนั้น ฟ้ายังกรุณาปรานี ส่งกระแสสื่อความรักให้ลอยลิบๆ มากระซิบกับหัวใจ ให้พร่ำเพ้อละเมอหา 
 แม่ชาวฟ้าที่ปรายตามาเยือน เพื่อนทุกคนเห็นเงาของดวงตาที่ซ่อนแอบเสน่หาไว้ภายใน
     
       ตลอดเวลา เสด็จจะเสวยวิสกี้กับแจ๋ว และคุยกันเสียเป็นส่วนใหญ่ นานๆ แจ๋ว
ก็มาเคาะเปียโนให้เสด็จฟัง กว่าจะลงตัวก็ปาเข้าไป 24.00 น. เพิ่งจะได้ทำนองท่อนแรก ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของผม
     
       เรือนแพ สุขจริง อิงกระแสธารา
       หริ่งระงมลมพลิ้วมา กล่อมพฤกษา ดังว่า ดนตรี
       หลับอยู่ในความรัก รับความชื่น ชั่ววันและคืนเช่นนี้
       กลิ่นดอกไม้รัญจวน ยังอบอวลยวนยี สุดที่จะพรรณนา
     
       จบท่อนแรก เสด็จทรงอ่านเนื้อเพลงแล้วให้ผมร้องให้ท่านฟัง

เสด็จพระองค์ชายใหญ่ท่านทรงพระปรีชาในด้านนี้อยู่แล้วไม่ทรงตำหนิอะไรเลย กลับทรงพอพระทัย กล่าวชมวรรคที่ 3 ที่ว่า "หลับอยู่ในความรัก"
เสด็จตรัสว่า "ดีกว่าหลับอยู่ในความฝัน มันล้ำหน้ากว่ากันเยอะ"
     
       "เรือนแพ ล่องลอย คอยความรักนานมา
       คอยน้ำค้างกรุณา หยาดมาจากดาราแหล่งสวรรค์
       วิมานน้อยลอยริมฝั่ง ถึงอ้างว้างหัวใจรำพัน
       ทุกข์หรือสุขก็คล้อยตามกัน ชีวิตกลางน้ำสุขสันต์
       โอ้สวรรค์...ในเรือนแพ"
     
       กว่าเพลงจะจบก็ใกล้สว่าง

เสด็จพระองค์ชายใหญ่ทอดพระเนตรเพลงท่อนจบอย่างพินิจพิเคราะห์
     
       "เพลงบรรทัดที่ 2 คำร้องดีมาก ที่บ่งความหมายถึงคอยความรัก ความกรุณาจากแม่ชาวฟ้า
ลูกสาวของเถ้าแก่เจ้าของเรือนแพ แต่ในคำบรรทัดที่ 4 ที่ว่า ทุกข์หรือสุขก็คล้อยตามกัน ตรงนี้มันง่ายไปนะ ชาลี คิดใหม่ คิดใหม่ หาคำใหม่มาแทนคำว่า ทุกข์หรือสุขก็คล้อยตามกัน"
     
       ตรัสแล้ว ทรงพาพระวรกายหายเข้าไปทำธุรกิจในห้องน้ำ แจ๋ว มองตามเสด็จ
แล้วหันมามองหน้าผมอย่างเห็นอกเห็นใจว่า ผมจะหาคำอะไรมาทดแทน ความหิว ความง่วง บวกกับความน้อยใจ ทำให้ผมคิดอะไรแวบเข้ามาในหัวใจทันที
     
       "วิมานน้อย ลอยริมฝั่ง ถึงอ้างว้างหัวใจรำพัน
       หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน ชีวิตกลางน้ำสุขสันต์
       โอ้สวรรค์...ในเรือนแพ"
     
       เขียนจบเพลง ผมเลื่อนเนื้อเพลงส่งให้ สง่า อารัมภีร

แล้วผมก็หมุนตัวกลับลงบันไดไปข้างล่าง ขึ้นรถกลับบ้านทันที
     
       จริงๆ แล้ว ประโยคที่ขีดเส้นใต้นั้น

ผมตั้งใจเขียนประชดเสด็จท่าน เพราะผมหิวจริงๆ
     
       หลายวันต่อมา ผมเจอแจ๋ว แจ๋วบอกว่า

เสด็จโปรดคำใหม่นี้มาก หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน ก็เป็นอันรอดตัวไปครับ" 

สง่า อารัมภีร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สง่า อารัมภีร หรือ ครูแจ๋ว (แจ๋ว วรจักร์) (http://th.wikipedia.org/wiki/11_%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1">11 ธันวาคม http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2464">พ.ศ. 2464 - http://th.wikipedia.org/wiki/3_%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99">3 มิถุนายน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2542">พ.ศ. 2542) เป็นนักเขียนและhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4">ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) เมื่อ พ.ศ. 2531 เป็นนักแต่งเพลงซึ่งแต่งทำนองเพลงอมตะหลายเพลง เพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ "http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89">น้ำตาแสงไต้" และ "http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E">เรือนแพ"

สง่า อารัมภีร เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2464 ที่กรุงเทพมหานคร เรียนดนตรีที่กองดุริยางค์กองทัพอากาศ เป็นศิษย์ของครูโพธิ์ ศานติกุล และhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C">พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยกร) จบแล้วจึงรับราชการเป็นนักดนตรีและนักแต่งเพลงของกองดุริยางค์กองทัพอากาศ ร่วมงานเป็นนักประพันธ์เพลงประกอบการแสดงละครเวทีของคณะละครศิวารมย์ เมื่อมีอายุ 24 ปี ได้ผลิตผลงานเพลงประกอบละครเวที ภาพยนตร์และโทรทัศน์ เริ่มมีชื่อเสียงเมื่อแต่งเพลง "น้ำตาแสงไต้" ประกอบละครเรื่องhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%8C">พันท้ายนรสิงห์ เมื่อ พ.ศ. 2487

สง่า อารัมภีร เป็นนักประพันธ์เพลงไทยสากลที่มีความสามารถรอบตัว ประพันธ์ทั้งบทร้อง ทำนอง แยกเสียงประสาน ควบคุมวงดนตรี บันทึกเสียง ได้ส่งเสริมให้นักร้องจำนวนมากมีชื่อเสียงเด่นดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

สง่า อารัมภีร มีผลงานประพันธ์เพลงมากกว่า 2,000 เพลง รวมทั้งเพลงประกอบละครและภาพยนตร์กว่า 250 เรื่อง เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมนักแต่งเพลง และสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) ประจำปีพุทธศักราช 2531

เขียน:

ความเห็น (0)