อนุทิน #121801


“เมื่อคุณจะหย่าขาดจากฉัน อุ้มฉัน....ออกจากอ้อมแขนคุณด้วย”


 ..........ดิฉันได้อ่านเนื้อความบทนี้ จากหนังสือธรรม โดยกัลยาณมิตรท่านหนึ่งได้นำมามอบให้ เกิดความรู้สึกประทับใจ...จึงอยากถ่ายทอด ถึงแม้ว่าอาจผิดหลักการของ GotoKnow อย่างไม่มีทางเลี่ยง ...แต่ดิฉันห้ามใจมิได้เลย ....แต่หากเนื้อความของผู้แต่งเจ้าของเรื่องนี้สามารถเยียวยาใครสักคนได้ ...และจรรโลงไว้ซึ่งศีลธรรมอันดีงาม ....ดิฉันขอน้อมรับคำติชมนั้น ด้วยจิตคารวะ....

" ถึงคนที่แต่งงานแล้ว...และยังไม่ได้แต่ง

เรื่องนี้... เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก ลองอ่าน...และซึมซาบความรู้สึกอย่างช้าๆ

  ในวันแต่งงานของผม  ผมจูงมือภรรยาของผม...ไว้ในอ้อมแขน  รถแต่งงาน...จอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า...ผมควรจะอุ้มเธอ...เข้าไปในบ้าน ดังนั้น ผมจึงทำตาม เธอเขินอาย...ในอ้อมแขนผม ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุข..ที่สุดในโลก

  นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว... สิบปี

  ในวันถัดๆมา...ทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน....ผมทำงานหนัก...เพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เมื่อเราเริ่มมีฐานะ ...ที่ดีขึ้น ความห่างของเรา...ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน  ทุกๆเช้า...เราออกจากบ้านไปด้วยกัน  แล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน ลูกของเรา ...เรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ดูเหมือนความรักของเรา...ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก  แต่แล้ว...

  ความสงบสุข...ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง...อย่างมิได้คาดหมาย  เจน.... เข้ามาในชีวิตผม ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน  เจนเข้าเข้ามาสวมกอดผม  ...จากด้านหลัง หัวใจผมเต้นแรง...ด้วยความรัก  ที่นี่เป็นอพาร์ตเมนท์...ที่ผมซื้อให้เธอ  เธอบอกว่า... “คุณเป็นผู้ชาย...ที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา”  คำพูดของเธอ...ทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม  ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ๆ เธอบอกว่า ... “วันที่คุณประสบความสำเร็จ...ผู้ชายอย่างคุณ...จะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา”

  ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่า...ผมกำลังทรยศต่อภรรยาผม แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว ผมปลีกตัว...ออกจากเจน “วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ...ผมต้องเข้าออฟฟิศ”  แน่นอน...เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่า... เราจะไปด้วยกัน ในตอนนั้น ...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม ทั้งที่จริงแล้ว ผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ผมก็พบว่า ... เป็นเรื่องยาก... ที่จะบอกกับภรรยาของผม  ไม่ว่า...ผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด  เธอจะต้องเจ็บปวดใจ... อย่างแน่นอน  จริงๆแล้ว ...เธอเป็นภรรยาที่ดีมาก  ทุกๆเย็น...เธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร  ในขณะที่...ผมนั่งอยู่หน้าทีวี  ทานอาหารเสร็จ ...เราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน หรือ...ถ้าผมจะเลือกชีวิตอีกแบบ... นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มองเรือนร่างอันงดงาม...ของเจน  ช่างเป็นอะไรที่น่าฝันถึงเสียจริง...

  วันหนึ่ง....ผมพูดทีเล่นทีจริง...กับภรรยาของผมว่า... “คุณจะทำอย่างไร ...ถ้าเราหย่ากัน” เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร เธอมั่นใจว่า...การหย่า...เป็นเรื่องไกลตัวเธอมาก  ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่า หากเธอรู้ว่า...เรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้น ...เป็นเรื่องจริง... เธอจะเป็นอย่างไร

  วันหนึ่ง....ภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ สวนทางกับเจน...ที่เพิ่งจะออกไปพอดี พนักงานทุกคน ... ทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่าง... จากเธอ เธอเหมือนจะรับรู้มันได้แต่เธอก็ยิ้มน้อยๆ...กับพนักงานทุกคน แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดจากเธอ ...ภายใต้รอยยิ้มนั้น

  ในที่สุด...เจนก็บอกกับผมว่า... “หย่ากับเมียคุณนะ แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกัน”  ผมพยักหน้า...ผมจะลังเลต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ผมตัดสินใจบอกภรรยาผม... ในอาหารค่ำ “ผมมีอะไรจะบอกคุณ เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ ผมสังเกตเห็น...แววตาอันเจ็บปวดของเธอ  มันทำให้ผม...พูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก

  แต่ท้ายที่สุด... ผมก็พูดออกไป “ผมต้องการหย่า...”  เธอดูไม่ตกใจ...กับสิ่งที่ผมจะพูดออกไปเลย ผมย้ำอีกครั้ง เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า...  “คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!”เราไม่ได้คุยกันอีกเลย.. คืนนั้นเธอร้องไห้อย่างหนัก ผมรู้ว่า..เธออยากรู้ว่า...เกิดอะไรขึ้น... กับชีวิตแต่งงานของเรา แต่ผมเอง...ไม่สามารถหาคำตอบ ...ให้กับตัวเองได้ เป็นเพราะ...ใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้ว ...งั้นเหรอ ผมคงไม่สามารถบอกเธอ..อย่างนั้นได้  มันทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น ระบุว่า... เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุกๆอย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง...มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมา...เป็นระยะเวลา 10 ปี กลายเป็นคนแปลกหน้ากัน...ภายในหนึ่งวัน

  ผมไม่สามารถคืนคำพูดไปได้ เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจ...อย่างที่สุด สำหรับผมแล้ว... การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสน... ของตัวผมเองหลังจากที่ผมกลุ้มใจ...กับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม ในที่สุด... มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆเสียที


  คืนนั้นผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ ผมหลับไปอย่างรวดเร็ว...ด้วยความเพลีย ผมตื่นขึ้นมาอีกที...แล้วพบว่า... เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่า... เธอไม่ต้องการสิ่งใด...จากผม แต่เธอต้องการให้ผม..ให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัว...สำหรับการหย่าและในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติด้วยเหตุผลที่ว่า...เธอต้องการให้ลูกจบการศึกษา...ซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็น...ความล้มเหลวในการแต่งงาน...ของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะมาถึง....

  “รัชต์ ...คุณจำได้มั๊ย ...วันที่เราแต่งงานกัน คุณประคองฉันไว้ในอ้อมกอด ...ในวันที่เราเข้าเรือนหอ” ผมพยักหน้า  “นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของฉัน...  ฉันมีเรื่องขอร้อง ..ฉันอยากให้คุณประคองฉันไว้ในอ้อมกอด จากห้องนอน ...ไปถึงด้านล่างทุกวัน นับจากวันนี้ไป ..จนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน “ ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ ผมรู้ดีว่า ...เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานของเธอจบลง ...ด้วยความทรงจำที่ดี ผมบอกเจน... ถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้น ...ในการหย่าร้าง  เธอหัวเราะถึงความไร้สาระ...ของเงื่อนไข  ภรรยาผม บอกกับผมว่า  “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ..ฉันจะต้องยอมรับ ...ผลของการหย่าร้างให้ได้” คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง เราไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัวกันเลย นับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า ความจริง ...เหมือนเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน...ด้วยซ้ำไป

  พอถึงวันที่....ผมประคองเธอลงจากห้อง ...วันแรก มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก ลูกชายของเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า ... “ ว้าว ... วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงมาจากห้องด้วย” มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น เธอบอกว่า ... “อย่าบอกลูกเรา...ถึงเรื่องของเรา” ผมพยักหน้า ...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม ผมขับรถไปส่งเธอ ...ที่ป้ายรถเมล์ แล้วเลยไปออฟฟิศ

  วันถัดมา... ความรู้สึกขัดเขิน ...เริ่มน้อยลงไป เธอซบ...บนอกผม  เราใกล้ชิดกันมาก ...จนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ ผมได้ตระหนักว่า... เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้า...มากขึ้น

  ในวันที่สาม... เธอกระซิบบอกผมว่า “สวนกำลังรื้ออยู่...เดินระวังด้วย”

  ในวันที่สี่... มันช่างเหมือนกับว่า เราเป็นคู่รักที่หวานชื่นกันมาก ...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป

  วันที่ห้าและหก ... เธอคอยเตือนผม ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น เธอวางเตารีดไว้ที่ไหน ผมควรจะระวังอะไรบ้าง ตอนทำอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย

  ความสนิทสนมของเรา เพิ่มมากขึ้นทุกที ผมไม่ได้บอกเจน...ถึงเรื่องนี้เลย  ผมรู้สึกว่า ...ผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวัน โดยไม่ได้สังเกตถึง ...ความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย หรือบางที คงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น แต่แล้วผมก็พบว่า...มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด เป็นเพราะว่า...เธอผอมลง ...จนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้ นั่นต่างหาก...ที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ผมรู้ดีว่า...เธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้ ลูกของเราร้องขึ้นว่า “พ่อ...ได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ...” สำหรับลูกแล้ว ...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่ ...เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่า ...ผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย


  และแล้ว...วันสุดท้ายก็มาถึง ผมอุ้มเธอไว้ ..ในอ้อมกอด เท้าผม...แทบจะก้าวไม่ออก เธอบอกกับผมว่า... “ความจริงแล้ว...ฉันอยากให้คุณอุ้มฉัน ...ไปจนเราแก่เฒ่า” ผมกอดเธอแน่น และผมก็ตระหนักว่า ...ชีวิตคู่ของเรา...ขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ผมขึ้นรถทันที ...เพื่อไปยังจุดหมายใหม่ ผมลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดแล้ว ...ผมก็มาพบเจนจนได้ เธอเปิดประตูออก ผมบอกเธอว่า... “เจน...ผมขอโทษ ... ผมจะไม่หย่า” เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม

  “คุณสบายดีหรือเปล่า...”

  “เจน...ผมขอโทษ ผมขอโทษจริงๆ ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม ชีวิตการแต่งงานของเรา...น่าเบื่อ  มันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญ...กับรายละเอียดเล็กน้อย ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ มันไม่ได้หมายความว่า...เราไม่ได้รักกัน  ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า...ตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน เธอมีลูกให้ผม ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่”

  เจน... ตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม  ระหว่างทางกลับบ้าน ผมแวะร้านดอกไม้ พนักงานขายดอกไม้ถามว่า... “จะเขียนว่าอะไรคะคุณ...”  ผมให้เธอเขียนว่า ..." 

“ผมจะอุ้มคุณทุกเช้า...จนกว่าเราจะแก่” 


ที่มา : คัดลอกจากหนังสือ แก้กรรมทำเองได้ (หน้า 115-120)

     


เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (3)

เรื่องราวน่าสนใจดี น่าจะนำไปเขียนไว้ในบันทึกนะคะ  (สั้นๆอนุทิน ยาวๆบันทึก สะดวกกว่าค่ะ )

ถ้าเขียนเป็นบันทึกจะเจ๋งมากครับ ;)...

ขอบคุณ คุณWasawat Deemarn 

และคุณ หนูรี ทั้งสองท่านค่ะที่ให้กำลังใจ และคำแนะนำ 

ปรับปรุงตามคำชี้แนะแล้วนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ


·