อนุทิน #120801

: ครูของเธอ

   ครูของเธอสวมกระโปรงย้วยสีน้ำเงิน ยาวถึงข้อเท้า มีเสื้อสีขาวแขนสั้นพองเล็กน้อยสอดชายไว้ในขอบกระโปรงอย่างเรียบร้อย เอวเล็ก ๆ  ใต้ขอบกระโปรงคาดทับด้วยเข็มขัดสีดำเส้นโต  ครูของเธอดูสะอาดสอ้าน หน้าตาหมดจด ทรงภูมิและใจดี แววตาของเด็กหญิงตัวน้อยอายุ ๗ ขวบ บอกความชื่นชม บูชาเหมือนหนึ่งครูของเธอเป็นบุคคลสำคัญและมหัศจรรย์เพียงหนึ่งเดียวในโลก 
   ทุกเช้าเด็กหญิงจะเดินข้ามถนนลาดยางไปโรงเรียน ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าบ้านของเธอ ห้องเรียนชั้น ป.๑ มีเพียงห้องเดียว มีนักเรียนชายหญิง ๒๒ คน วันแรกที่เธอมาเข้าเรียนครูผู้หญิงสาวสวย ตัวเล็ก ๆ ท่าทางใจดีนำเธอเข้าห้องเรียน จัดให้นั่งในโต๊ะตัวยาวกับเพื่อนอีกสองคน ห้องเรียนโถงกว้างขวาง พื้นไม้เป็นมันปลาบ เธอชอบใช้เท้าเปล่าเปลือยที่ไม่เคยสวมรองเท้าถูไล้ไปมากับพื้นอย่างเป็นสุข ทุกวันครูจะบอกให้ทุกคนล้างเท้าก่อนเข้าห้องเรียน โดยจุ่มเท้าลงไปในอ่างปูนเล็ก ๆ ใส่น้ำไว้จนเต็ม ข้างเชิงบันได 
  ในทุกวันครูให้วางกระดานชนวนใหม่เอี่ยมไว้บนโต๊ะ วางดินสอหินแท่งยาวแข็งแรงไว้บนกระดานชนวนอีกทีหนึ่ง มันใหม่จนได้กลิ่นหอมกรุ่น ครูให้เดินแถวตามลำดับสูงต่ำตามครูไปนั่งรวมกันใต้ต้นมะขามใหญ่ ร่มเย็น โปร่งสบาย บนพื้นดินสดสะอาดและหอม มันถูกพวกเธอเดิน วิ่ง และย่ำจนอัดกันแน่นเรียบมาก่อน บัดนี้มันกลายเป็นห้องเรียนที่แสนจะร่มรื่นเย็นสบายและเงียบสงบ ครูนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าแก่แต่แข็งแรง ครูเริ่มต้นบทเรียนโดยให้ใช้ไม่ไผ่แท่งเล็กแทนดินสอ ขีดเขียนลงไปบนพื้นดินที่เรียบแน่นนั้น เส้นตรงบ้าง เส้นหยักบ้าง อย่างสม่ำเสมอ จากนั้นเป็นเส้นเฉียง วงกลม วงรี จนในที่สุดก็เป็น ก,ข,ค, ๑, ๒ … แล้วครูก็เดินตรวจผลงาน แนะนำบ้าง ชมบ้าง ให้กำลังใจบ้าง กล้ามเนื้อมือของพวกเธอแข็งแรงราวกับคีมเหล็ก เหลือเชื่อว่าลายมือของพวกเธอดีวันดีคืน บางครั้งครูก็อ่านเรื่องต่างๆให้ฟัง แล้วตอบคำถาม บ้างถูก บ้างผิด ชั้นเรียนมีแต่เสียงหัวเราะสนุกสนาน บางครั้งครูก็เล่านิทานสั้น ๆ แฝงคติสอนใจ ทุกคนใจจดจ่ออยู่กับนิทานของครู แววตาของครูอบอุ่น สีหน้าสดใสภายใต้ผมดัดสั้นเป็นลอนอ่อนๆ ปากของครูขยับขึ้นลงแย้มเยื้อนขณะเล่านิทาน ครูดูมีความสุขที่ได้เล่านิทานให้พวกเธอฟัง เธอรักนิทานของครูเหลือเกินและจดจำมันได้ทุกถ้อยคำที่ครูเล่า เธอคิดว่าเมื่อโตขึ้นเธอจะเป็นครูแย้มเยื้อนเล่านิทานอย่างเป็นสุขเช่นนี้ให้ได้ ครูให้พวกเธอเล่านิทานของครูคนละท่อนสั้น ๆ เมื่อฟังจบ แล้วก็ตอบคำถามง่ายๆ ของครู ทุกคนช่วยกันเล่าช่วยกันตอบอย่างเต็มอกเต็มใจเสียงเซ็งแซ่ เวลาในวันหนึ่งๆ หมดไปอย่างรวดเร็ว ทุกลมหายใจเข้าออกของพวกเธอคือชั้นเรียนใต้ต้นมะขามสูงใหญ่ที่มีแต่ความสุขสนุกไม่รู้จบ 
   อาหารมื้อกลางวันของพวกเธอก็มีครูมาร่วมด้วยเสมอ ครูให้ทุกคนล้างมือให้สะอาดเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดผืนเล็ก ซึ่งตัดมาจากผ้าขาวม้าที่ครูให้นำมาจากบ้าน อาหารนั้นพวกเธอต่างนำมาจากบ้านแล้วกินร่วมกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่ม ครูมีอาหารของครูมาจากบ้านเช่นกัน และนำมากินร่วมกับพวกเธอ ครูเดินดูพวกเธอกินข้าว ยิ้มให้ทุกคน เธอชอบการกินอาหารร่วมกัน คิดว่าดีเพราะมีอาหารหลายอย่างและกินอร่อย 
   เธอชอบชั่วโมงขับร้องและฟ้อนรำ ครูขับร้องเพลงได้ไพเราะ พวกเธอทุกคนร้องเพลงของครูได้ “ไก่เอย ไก่แจ้ ถึงยามขัน ขันแซ่ กระชั้นเสียง..” เสียงเอื้อนของครูไพเราะจับใจและท่ารำอันอ่อนช้อยของครูมันตราตรึงอยู่ในความรู้สึกของเธอตลอดมา 
   เธอมองดอกบานชื่นหลากสีในแปลงริมถนนเข้าโรงเรียนอย่างเป็นสุขและภูมิใจครูมอบหมายให้พวกเธอรับผิดชอบรดน้ำพรวนดิน ครูบอกว่าคนเราต้องการอาหารและความรักความเอาใจใส่ ซึ่งเรียกว่าปุ๋ยชีวิต จึงจะเจริญเติบโตทั้งกายใจ ต้นไม้ก็เช่นกันดอกไม้ของเธอจึงมีดอกโต กลีบดอกอัดกันแน่นเป็นชั้นๆ มันทำให้โรงเรียนของเธอสวยงามจนเธอแทบไม่อยากกลับบ้าน เพราะเกรงว่าความงามของมันจะหายไปเมื่อลับตาเธอ 
  วันนี้เธอเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยในโรงเรียนใหญ่โตแห่งหนึ่งแถวบ้านเกิดของเธอภาพของครูฝังแน่นเป็นภาพซ้อนอยู่ในตัวเธอ เธอได้รับยกย่องให้เป็นครูภาษาไทยดีเด่นของคุรุสภา ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๘ และได้รับยกย่องจากนักเรียนให้เป็นครูดีที่หนูรัก ติดต่อกันตลอดมาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๔  เธอขอกตัญชุลีครูด้วยเคารพรักยิ่ง 

;นางปราณี มุทธสินธุ์ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี


เขียน:

ความเห็น (0)