อนุทิน #115403

ตั้งแต่ตี 5.30 เราเห็นเพื่อนผู้ป่วยโรคไต มายืนรอรับการเจาะเลือด เราเข้าห้องเบอร์ 7 ซึ่งน้องพยาบาลพรอมได้เตรียมผู้ป่วยโรคไตคอยท่าอยู่ 6 ท่านบวกอีก 1 คือภรรยาของผู้ป่วยที่ไม่เคยหาหมอแม้ร่างกายจะอ้วนวัดรอบเอวได้เกินมาตราฐานที่ 110 ซม. และเมื่อได้รับการวัดความดันก่อนทำสมาธิ เธอจึงทราบว่าเธอควรเอาใจใส่กายนั้นมากขึ้น พร้อมกับขอร่วมทำกิจกรรมMEDITATION เราเข้าสู่กระบวนการด้วยการทักทาย สอบถามลมหายใจยามตื่นนอนว่าหายใจแรกที่รู้สึกนั้นคือลมหายใจเข้า หรือออก ไม่มีท่านใดตอบ บ้างยิ้ม ๆนี่แปลความได้หลายอย่าง บ้างได้ต่างแสดงอาการแปลกใจและนิ่งคิดว่าเออหนอ แค่ลมหายใจของเราเองเรายังทำท่าเหมือนมันห่างไกลออกไป ได้น้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสกับพระอานท์มากล่าวเรื่องความไม่ประมาท และป้อนคำถามให้เพื่อนรุ่นชรา(เพราะวันนี้อายุค่อนข้างสูงเป็นสว.กันทุกท่านเลย) 2 คำถาม คำถามแรกเรียนถามว่าเมื่อตอนที่พยาบาลเรียกชื่อนั้นคิดอะไรอยู่ ..อิอิ...งงเลย ตอบเหมือนกันว่าจำไม่ได้ แล้วพากันร้องว่าเออ..จริงนะทำไมจำไม่ได้ อิอิ ...คำถามที่สองถามว่าจำได้ไหมว่าตอนที่เดินเข้าห้องนี้ก้าวเท้าข้างไหนเข้ามาคะ ...เงียบไปพักแล้วอึก ส่งคำตอบออกมาว่า ซ้าย บ้าง ขวาบ้าง และจำไม่ได้บ้าง  รู้แต่ว่าลุกแล้วเดินมานั่งนี่แหละ 555 สำหรับท่านที่ตอบว่าเอาขวาก้าวเข้ามานั้นเมื่อถามเหตุผลท่านตอบว่าคิดว่านะ เพราะเป็นคนถนัดขวา นี่ก็พอได้นะ เพราะมีเหตุผล แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นจริงเช่นนั้นเสมอไป ที่พูดนะใช่ แต่ที่ปฏิบัติจริงอาจใช่หรือไม่ก็ใคร่ครวญเอาเอง ที่นำมาถามนี่เพียงกระตุกให้เห็นความสำคัญของจิตกับกาย มันของคู่กัน ต้องไปและดำเนินกิจกรรมต่างๆไปด้วยกัน จึงจะสามารถทำการเพื่อร่างกายให้ดีขึ้นได้ ตรงนี้เรียกเสียงฮาไม่เลย ต้องยุติด้วยการเสนอแนะแนววิธีนำลมหายใจมาใช้เพื่อสุขภาพ มีการเสนอแนะการหายใจแบบโยคะ แล้วให้ปฏฺบัติดู และหายใจแบบที่พระพุทธเจ้า และชาวพุทธหายใจกัน คือหายใจเข้าช้าๆและเต็มปอดจนล่วงเลยมาถึงท้องมันป่องนะ บริเวณหน้าท้อง ซึ่งจะป่องออก และกลั้นลมหายใจโดยนับ 1-2-3ในใจ มี 1 ท่านทำไม่ได้อยู่แค่ทรวงอก ถามว่าอึดอัดไหมตอบว่าอึดอัดมาก ถามว่าปกติหายใจแบบไหน ตอบว่าเข้าแล้วออกเวลาเหนื่อยก็รีบๆหายใจเข้าพอถึงบริเวณทรวงอกอึดอัดก็จะรีบเอาออก รายนี้ผลหลังทำคือความดันตัวบนขึ้น ตัวล่างลด การเต้นของหัวใจอ่อนลง ฉันเองไม่งง แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะงง เพราะเพื่อนๆพากันลดลง และสบายโล่งหลังทำสมาธิเสร็จ รายนี้จึงต้องให้กำลังใจมากๆ และเชิญชวนให้มาใช้บริการที่ศูนย์มิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน เรามีกิจกรรมหัตถบำบัด เพลงบำบัด ธรรมะบำบัด และกัวซาไว้คอยบริการให้ แล้วให้บอกความแตกต่างของการทำสมาธิแบบโยคะ และแบบพุทธะ หรือที่ทางการแพทย์แผนไทยนิยมนำมาใช้ คุยกันต่อว่าเธอมีกังวลใช่หรือไม่ เธอตอบว่าใช่ค่ะ ฉันกังวลว่าวันนี้จะไม่ได้เจอแพทย์ ทีมจึงชี้แจงว่าทุกท่านในห้องนี้จะได้รับการรักษาจากแพทย์ก่อนเพราะมาตั้งแต่ตี 5 อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะดูแลตัวเองอย่างดีด้วย ขอให้นำไปปฏิบัต ระลึกรู้ถึงลมหายใจ จึงต้องกล่าวเสริมว่าพึงระลึกรู้ลมหายใจเข้าและออกให้มากที่สุดเป็นการทำสมาธิ และควรฝีกตัดใจตัดความรู้สึกกังวลด้วยการฟังธรรม ฟังเพลง อยู่กับธรรมชาติ ให้จิตได้นิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้การภาวนา สวดมนต์ ภาวนา หมั่นเจริญสติระลึกรู้ลมหายใจนั้นจะช่วยได้มาก เมื่อจิตสงบ ความรู้สึกโล่ง สบายจึงเกิดขึ้นเงียบๆ ฝึกเข้าถึงความรู้สึกดีๆนี้ไว้ ฝึกคิดบวกนะ แม้บางครั้งจะรู้สึกแย่ก็หาทางระบายออกไป ปล่อยวาง และให้อภัย นี่คือสภาพงานที่จิตอาสามิตรภาพบำบัด จะทำให้เพื่อนผู้ป่วยด้วยกันได้ นอกเหนือจากงานอื่นๆที่ควรปฏิบัติ หลังจากนั้นเราร่วมแผ่เมตตาพร้อมกัน ถามความรู้สึกทุกท่านอีกครั้งตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเสียงใสว่า โล่งดี ตัวเบา นี่ยังไม่ได้โอกาสแลกเปลี่ยนกันเรื่องอาหารนะ ถ้ามีนักโภชนาการมาร่วมด้วยรับรองเจ๋งกว่านี้

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)