อนุทิน #114218

เมื่อทบทวนการทำงานกับผู้คนนับร้อยๆคนในบ้านหลังใหญ่ เราจึงโชคดีได้เรียนรู้จิตใจของเราเอง.......................การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีจึงเป็นกาวใจเชื่อมต่อให้การทำงานนั้นๆไม่มีอะไรมาสะดุด มากนัก บางครั้งลื่นปื๊ดๆๆๆไปเลย..........ยิ่งนานวันงานยิ่งเกิดและส่งผลดีต่อสถานพยาบาล ทัศนคติลบยที่มีต่อสถานพยาบาลจึงเกิดความกังขาขึ้นเมื่อมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจการให้บริการ........หากทุกคนที่มารับบริการได้มีสติและเฝ้ามองเพื่อผู้ป่วยที่ล้นตึกแต่ละตึกในทุกๆวันแล้วจะมองเห็นปัญหา และเมื่อได้ทำใจให้ปกติก็จะรู้จักและสัมผัสคำว่า "น่าเห็นใจ" มากกว่าความรูสึกอคติ

สิ่งที่ทำให้เกิดอคติคือความล่าช้าในการให้บริการรักษา ....แต่เมื่อเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้น จึงรูว่าอัตรากำลังผู้ให้การรักษาคือแพทย์ และพยาบาลนั้น ไม่มีความพอดีเกิดขึ้น...มันเกิดขึ้นมานานแล้วสำหรับโรงพยาบาลของบ้านเรา

ในแต่ละวันผู้ป่วยเดินเข้ามารับการรักษาทั้งใหม่เก่านับพันคน ฟังดูว่จำนวนผู้ป่วยที่มารับบริการนั้นมากเป็นอันดับ2ของประเทศ ตรงนี้จะต้องตรวจสอบข้อมูลอีกทีเพื่อจะได้แจ้งให้เพื่อนผู้ป่วยที่มาเข้าสู่กิจกรรมสมาธิบำบัดได้รับทราบและเป็นการประชาสัมพันธ์ที่คาดว่าจะช่วยลดความกดดันที่ได้รับการบริการช้าลงได้

แต่ในบรรยากาศเช่นี้ ก็มีบุคลากรที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ จนเกิดการปะทะกันถึงขั้นรองเรียน ขึ้นมาก็เป็นเรื่องปกติ ที่ควรจะเป็ฯเพราะถ้าบุคล กรท่านนั้นๆได้ตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนอย่างแท้จริงแล้วปัญหาก็จะเบาบางลง แม้เหนื่อยยากก็ต้องอดทนเพราะมันคือหน้าที่และควรได้ทำความเข้าใจกับผู้ป่วยด้วยอาการเมตตา เอื้ออาทร คนป่วยแม้เพียงยิ้มน้อยๆและคำทักทายเขาก็หลงไปครึ่งหนึ่งแล้วนะจะบอกให้ เมตตา ปราณี และความกรุณาแม้เพียงสายตาที่ส่งออกมาก็มีค่ามหาศาล สามารถหยุดโฑมโห โทโส และโมหะได้ชงัก เว้นแต่เคยมีกรรมกันมาก่อน ก็ยากที่จะไม่ให้เกิดอะไรขึ้นมา

สิ่งสำคัญเมื่อผู้มารับบริการมีความหงุดหงิดและแสดงความก้าวร้าว ต้องไม่โต้ตอบ แต่จงเพิ่มความเอาใจใส่ และไถ่ถามเพื่อหาทางช่วยเหลือเว้นแต่เขาผู้นั้นขาดสติจนไม่รู้เหนือรู้ใต้ชนิดที่ต้องการโชว์พาว์ดก็ต้องรู้ให้ทัน ตามความคิดของตัวเราเองให้ทัน การนิ่งจึงเป็ฯวิธีที่ดีที่สุด บางคนบอกว่ามันเหลืออด เหลืออดยังไง ได้อดหรือยัง ได้ทนหรือยัง ต้องทนานหน่อย ต่อๆไปเวลาของการทนจะไม่เหลือเลย เพราะไม่ต้องทน เพราะผ่านความรู้สึกไม่ดีได้อย่างสบายและเข้าใจเพราะได้ฝึกมาแล้ว นี่คือคุณสมบัติที่ดีของการทนและระงับทุกข์ใจที่เกิดขึ้น ไม่ว่าทุกข์นั้นจะมาในรูปแบบใดหากผู้ฝึกได้ๆและเรียนรู้เข้าใจธรรมะไปในตัวในขณะทำงาน หรืออาจเรียกว่าสอบจิตสอบใจเราก็จะเรียนรู้และผ่านการทดสอบกันเป็นว่าเล่นในแต่ละวัน และเมื่อเราสอบผ่าน หรือกำลังลุ้นว่าจะผ่านไม่ผ่านและสามารถผ่านไปได้จิตใจเราจึงเบิกบาน ปิติ เกิดขึ้นแล้วอย่าลืมแผ่เมตตาให้ผู้ป่วยทั้งที่รอการรับการรักษา และเพื่อนร่วมงานทุกคนให้มีสติ และถือเสียว่านี่คือการสร้างบุญไม่ต้องกังวลว่าไม่มีเวลาไปวัด เพราะวัดอยู่ที่ใจ วัดใจ นะวัดว่าที่เรียนๆมากันทั้งชีวิตนั้นพัฒนาไปตามเจตนารมย์ของกาศึกษาได้มากน้อยสมกับที่เรียนมาหรือไม่ หากมีเครื่องวัดความรูสึก วัดใจออกมาแบบอัตโนมัติก็ดีนะ เพราะคนหลายคนวัดใจไม่เป็น การเข้าถึงซึ่งความเข้าใจในจิตลึกๆของตนเองจึงเป็ฯเครื่องวัดที่ดีที่สามารถกำกับความคิดและการกระทำให้เดินไปตามครรลองครองธรรม
คนหน้างานนั้นอย่าปล่อยให้ความทุกข์เข้ามาปิดบังตาที่สามคือความรูสึกดีๆมันดีมันมีอยู่แล้วในทุกๆคน นั้นคือความปรารถนาในสิ่งดีๆ ขอเพียงอย่าเอาทุกข์ เอากิเลส เอาราคะเข้ามาถือไว้ความรู้สึกเป็นสุขก็จะเบ่งบานออกมา และเมื่อเป็ฯเช่นนี้ได้เสมอๆจนนานวันมันจะแก่กล้าได้มากขึ้น แต่ทีสำคัญแก่กล้าเข้าใจแล้วจงปล่อยวาง เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรบางครั้งสิ่งที่เห็นนั้นเห็นจริง แต่ไม่จริง โลกธรรม 8 จึงสอนให้เรามีสติไม่มากเกินไป นั่นเอง เอาพอๆๆก็พอแล้ว้....อ้าวเสียงเรียกเข้ามา...........น้องลัดดา ปุกองทำตารางเสร็จmeditationสำหรับโรคเบาหวานแรกแย้มเสร็จแล้ว ต้องเข้ารพ.ไปกินข้าวกลางวันกับน้องทีมงานแล้ว กินไปคุยไปเบาๆแลกเปลี่ยนเรื่องขำขันย่อยอาหารก่อนดีกว่า อีกสายอ.พันศักดิ์ จากกทม. นัดเวลารับ...... ดีจัง

เขียน:

ความเห็น (0)