อนุทิน #112210

วันนี้ท้งวันในช่วงเวลาของคนทำงาน ฉันใช้เวลาอยู่กับความคิดของการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นเป้าหมายในการลงพื้นที่ทำงานสร้างความตระหนักเห็นคุณค่าในตัวเอง โจทย์ที่ได้รับไม่ยาก แต่เวลาที่ให้มาพร้อมกับโจทย์นั้นยากกว่า เพราะต้องบริหารจัดการเวลาทั้งหมดให้สามารถเปิดรับความคิดของกลุ่มเป้าหมายไปพร้อมกับกระตุ้นความรักที่บริสุทธิ์ที่ใมอยู่ในคนทุกคนให้ออกมาสำแดง และเผยให้เจ้าตัวได้รับรู้ สัมผัสได้ จะว่าไปแล้ว ถ้าพูดว่ายากก็ยากในประเด็นที่เราไม่มีโอกาสรู้เขารู้เรามากไปกว่าคำบอกเล่านโยบายฝ่ายเดียว และเรายังไม่มีโอกาสฟังเสียงหัวใจของกลุ่มเป้าหมายเลยแม้เพียงเสียงกระซิบ แต่ช่วงเวลาที่มีความหมายของชีวิตฉันเมื่อครั้งยังเป็นเด็ฏคอซอง ก็ยังช่วยให้ภาพความคิดของฉันได้ทบทวนไปพร้อมกับการเบข้อมูลจากสภาพสังคมของกลุ่มเป้าหมาย ยังพอช่วยให้ฉํนมองทิศทางการโน้มน้าวความคิด มันเป็ฯมโนภาพของการเจริญเติบโต พฤติกรรมวัยรุ่นที่สวนทางกับความคิดของผู้ใหญ่ ก่อให้เกิดความหมางเมิน และความไม่น่าไว้วางใจขึ้นในความคิดของวัยรุ่น และผู้ใหญ่เองก็ไม่เคยเปิดใจรับฟังหรือแม้จะย้อนจำการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจของตนเองเมื่อครั้งเป็นวัยกระเตาะ หนทางเดินร่วมกันจึงดูเหมือนจะมีเส้นแบ่งเขต เพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่ก้าวล่วงเข้ามาโดยผ่านพฤติกรรมของวัยรุ่นในรูปแบบต่างๆๆ ธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของวัยรุ่นทุกคนนั้นไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในวัยรุ่นเพี้ยนเปลี่ยนแปลงและปิดกั้นไม่ให้ผู้ปกครองได้เข้าไปดูแลนั้นมันมีผลมาจากการเลี้ยงดู และสายสัมพันธ์สายใยรักของพ่อแม่ที่ได้มอบสิ่งที่ดี และถูกต้องตามครรลองครองธรรม และต้องจริงจังสิ่งนี้จะเป็ภูมิต้านทาน กระตุ้นเตือนจิตของวัยรุ่นให้ก้าวผ่านความหวาดเสียวของชีวิตไปได้อย่างปลอดภัย และเมื่อพวกเขาได้มีพฤติกรรมการแก้ปัญหาและรอดปลอดภัยสักครั้งจึงเกิดความมั่นใจ จนบางครั้งก็อดที่จะนำความสำเร็จของตนไปบอกเล่าชี้แนะเพื่อน ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดผลเช่นเดิมเสมอไป ยังมีภาวะจิต ความคิดที่กระตุ้นให้เกิดความสงสัย และสภาวะร่างกาย ฮอร์โมนวัยรุ่น ที่ร้อนก็เป็นอีกตัวปแรหนึ่งที่วัยรุ่นและพ่อแม่มือใหม่ต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ เพราะมันมีผลต่อการยับยั้งชั่งใจ ปัญหาการตั้งครรภ์(ก่อนวัยอันควร)ในวัยเรียนยังคงร้อน หากเมื่อมีโอกาสได้พิจารณKใคร่ครวญแนวการทำงานของที่เขาทำกันมา จึงพบว่ากิจกรรมต่างๆนั้นมันขาดความรักในเนื้องาน มันจึงไม่ต่างจากการสอนให้รู้เรื่องเพศศึกษาในโรงเรียนที่มุ่งให้รู้ให้จดจำ โดยไม่คำนึงถึงกระบวนการจำ และนำไปใช้อย่างเข้าใจ และเหมาะสม กิจกรรมที่ทำนั้นไม่สามารถเข้าถึงจิตใจกลุ่มเป้าหมาย งานวันนี้จึงเป็นการวางแผนและการออกแบบกิจกรรมร่วมกันระหว่างแหม่มอรชร และฉัน เราใช้เวลาเกือบทั้งวัน จนงานสำเร็จ และพร้อมก้าวออกไปยังกลุ่มเป้าหมาย พรุ่งนี้ที่รอคอย เพื่อพิสูจน์การทำงานเชิงสังคม และจิตตปัญญา

เขียน:

ความเห็น (0)