อนุทิน #108458

I'm in ASEAN(11) ประถมศึกษา อนุบาล บ้านนอกไม่ต้องน้อยใจ ไม่มีฝรั่งไปหาไปคุยด้วยก็ไม่เป็นไร พอโตขึ้นก็ขี้คร้านจะเจอเต็มบ้านเต็มเมือง เผลอๆเจ้าตัวน้อยเหล่านั้นบินไปเป็นหนึ่งในหัวขาว หัวสีทองก็ได้ใครจะรู้ อย่าไปคาดการณ์เอง เริ่มได้แล้วตั้งแต่อนุบาล ง่ายๆให้สอนแบบธรรมชาติ วันแรกเลย โรงเรียนเปิดใหม่ เด็กไม่อยากอยู่กับครูหน้ายิ้ม แต่เสียงดูนะ ต่อหน้าผู้ปกครองก็โอ๋ลูก...ลับหลังก็อีคกอย่างเด็กที่ไหนจะอยู่ด้วย ยิ่งไม่เคยรู้จักมากด้วย หรือเคยได้ยินเขาลือกันว่าดุ เคยเห็นตีพี่...โอ๊ะไปกันใหญ่ เป็นครูต้องระวังจริงๆ นะ แรกๆอาจอึดอัด ทำบ่อยๆก็เปลี่ยนเป็นคนใจดีไปเอง เขาเรียกว่าเหตุการณ์มันบังคับ เออหนอวิธีนี้เอาไปใช้กับเกมปรองดองการเมืองบ้างได้ไหม นะมองไอ้ที่มันดีๆ ให้กำลังใจกัน

ก็ดีนะ สิ่งแรกที่ครูอนุบาลควรทำคือเปิดเพลง เปิดอุปกรณ์ เตรียมสื่อการ์ตูน หลากหลายเลือกเอาเองพิจารณาว่ากลุ่มที่สอนนั้นสภาพมันยังไง เสียงเพลง เสียงหัวเราะ เสียงน่ารักๆของสัตว์(ภาษาอังกฤษ) ด้วยก็ได้ ให้ฟังให้ซึมซับ ครูเองก็ควรฟังด้วยความตั้งใจ เพราะช่วงนี้อาจเห็นว่าเด็กไม่สนครู แต่อันที่จริงตาที่สามของเด็กจะบันทึกรักของครูไว้แล้วในใจ นำCLASS ROOM LANGUAGEมาใช้ให้บ่อยที่สุด ขอย้ำให้บ่อยที่สุด ไม่ต้องแปลนะ ต้องอดทน ไม่เกิน 3 วันได้ และเข้าใจกันทุกคน ถ้าให้ดีครูร้องเองได้อารมณ์ความรู้สึกที่เด็กสัมผัสได้โดยตรง

แล้วค่อยๆขยับเรียนรู้จากชีวิตจริง เด็กทำอะไร ดื่มนมใช่ไหมก็พูดไปซิ พูดชวนดื่ม LET"S........ใส่คำกริยาลงไปแล้วพูด ๆไปทำไปด้วยสาธิต ให้มันสมจริงหน่อยเป็นธรรมชาติหน่อย เทคนิคการตรวจสอบ ประเมินก็เอามาปรับใช้อย่าซื่อบื้อเอาแต่ข้อสอบมาให้ทำ ไม่ต้องหรอกไอ้หลักฐานงานกระดาษนี่ ไม่ต้องทำให้ผอ.บ้างก็ได้  บอกว่า อิฉันประเมินจากความเป็นจริง ให้ผอ.ทดสอบเด็กเลย ให้พูดกับเด็กเลย ทีนี้ ทำแบบนี้ ครูก็พัฒนาการพูด ผอ.ก็พัฒนาตัวเอง จะได้พูดไอ้ที่มันควรพูดได้สักที ไม่ต้องไปเอาขั้นมหาวิทยาลัย ขั้นโปรมาหรอกนะ เอาแบบที่เราเป็นอยู่นี่แหละ ค่อยๆทำไปทุกวันๆความเร็วของการเข้าใจ นำไปใช้มันจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ มันจะเกิดชำนาญเอง ก็ได้สบายใจด้วยกับการรู้แบบธรรมชาตินี่ สาระเ นื้อหกาก็เริ่มจากความรู้สึกในตัวเรา เช่นหวานเปรียว อะไรเหล่านี้ รัก ชอบ ปวด...เยอะแยะ แล้วค่อยขยับออกนอกกาย นอกจิต ไปหาคนรอบข้าง หาครู หาห้องเรียนขยายไปออกไปจนสู่ชุมชน วัฒนธรรมประเพณี และอื่นๆ  ครบ ปี 2555 มาดูกันว่ามันพัฒนาไปแค่ไหน แล้วก็ช่วยต่อยอดกันไป ปี 2558 มันก็สากลเอง ครูสอนภาษาเก่งๆแกรมม่าก็ไม่ต้องมานั่งจับผิดเล็กผิดน้อย เพราะเรียนเพื่อสื่อสารเพื่อความเป็น หนึ่งฝนอาเชียน ไอ้ที่จะร้อยเปอร์เซ็นต์นะ มันตัวครูเอกอังกฤษนั่นดแหละเข้าให้ถึงภาษาเถอะ เลิกเสียมันจะได้พัฒนากันซะที สู้เรียนกันมาตามตำราตั้งกีปี ๆแล้วหละ สอนได้รางวัลกันมากมาย แต่สอนเด็กให้ได้รางวัลทุกคนไม่ได้นี่ ต้องพิณาตนเองว่ามันผิดพลาดตรงไหน ปรับตรงไหน อีกอย่างครูแต่ละวิชาต้องพร้อมใจกัน ร่วมมือกัน อย่ายึดติดวิชานี้ไม่ได้ต้องสอนแบบเฉพาะวิชา เช่นภาษาไม่ได้นะ ต้องสอนภาษาไทยอย่างเดียว โห ...หรือการงานอาชีพ อาหารก็ต้องสอนอาหารอย่างเดียว อะไรทำนองนี้ ไม่เข้าใจกันจริงๆเลย ว่าภาษาน่ะ มันเป็นเครื่องมือสื่อสารนะ เรียนให้มันเป็นเครื่องมือเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ เนื้อหาของสาระที่เรียนก็ปรับให้มันเป็นเนื้อหาวิชาอะไรก็ได้ ส่วนไอ้ที่จะเรียนไวยากรณ์นั้นก็เรียนไปเพื่อจะได้ไปเป็นนักเขียนนักตำรา นักอะไรที่มันต้องใช้ความรู้ลึกในภาษา ถ้ามัวแต่มาตะแง้วๆเมื่อไหร่จะสื่อสารเป็น จะพูดกับต่างชาติได้ จะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้สักทีหละ

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (0)