อนุทิน #105901

เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษา

เพราะว่าเราได้เรียนรู้กันต่อ ๆ มาว่า มีเงิน รวย ก็จะมีความสุข เพราะว่าเงินสามารถที่จะซื้อ หา ทำให้ได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ  สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ต้องมีความรู้ก่อน  คนรู้มาก มีโอกาสทำงาน หาเงินได้มากกว่า รู้น้อย หาได้น้อย โง่ ยิ่งน้อยเข้าไปอีก เมื่อเรียนแล้ว ก็ยังต้องแข่งกันอีก แข่งกับเพื่อน เพื่อให้ได้คะแนนดี ๆ และคิดว่าถ้าทำได้ดีแล้วก็จะมีโอกาสที่ได้รับดีตามไปด้วย  เมื่อจบมาทำงาน ก็แข่งกันเพื่อให้ได้ผลงานตามที่เจ้าของ เจ้านาย สั่ง ก็จะได้รับผลประโยชน์ เงินเดือน เงินตอบแทน  สุดท้ายแล้วจะมีสักกี่คนที่ได้ดังใจหวังจากการศึกษา....  บางคน เรียนไม่ได้ แต่ก็ใช้วิธีอื่น เพื่อทำให้ได้เงินมาง่าย รวยเร็ว บางคนก็อยากรวยเร็ว ก็ใช้ทุกวิธีที่ทำให้คนที่เป็นคูุู่แข่งตกไป โกง คอรับชั่น อาจสรุปได้ว่ามันคือวิถีของคนที่ทั่วโลกยอมรับกัน ? ถ้ามองกลับอีกมุมหนึ่ง  การที่มนุษย์จะมีกิน มีใช้ หรือรวยนั้น จะต้องใช้ทรัพยากรจากโลก และก็จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  บางครั้งแค่เปลี่นมุมมอง  ความคิดเห็นก็เปลี่ยน การกระทำก็เปลี่ยน ชีวิตเราก็จะเปลี่ยนแปลงไป  ชีวิตจะมีความสุขขึ้น ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และสังคมก็จะมีความสุขขึ้น

เขียน:
แก้ไข:

ความเห็น (6)

หากเอาความสุขเป็นจุดหมาย

อาจมีหลากหลายวิธีเพื่อความสุข

หรือคงขึ้นอยู่กับว่า ความสุขของแต่ละคนนั้น

คืออะไร

แต่คงไม่อาจต้อง มีเงิน หรือรวย

.อาจแค่พอใจในสิ่งที่มีและสิ่งที่เป็น (จริง)

พระท่านเคยบอกว่า

เขาเรียกว่า สันโดษ..

พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้

.(หากแต่การจะยอมรับในสิ่งดังกล่าวนั้นยากยิ่ง).

เมตตาธรรม

สาธุ สาธุ สาธุ กราบ กราบ กราบ

ขอบพระคุณมากครับที่สะท้อนปัญหามาในสถานะของคุรุผู้มีความรับผิดชอบต่อโลก ต่อแผ่นดิน ต่อเพื่อนมนุษย์ ผมเคยตั้งคำถามกับตนเองอย่างยิ่งว่า ทำไมเกิดมาทั้งชีวิต ถึงได้ทำงานอย่างหนักขนาดนี้ ทำงานอย่างไม่มีวันพักผ่อน เมื่อถึงวันพักผ่อนกลับต้องทำงาน งาน งาน งาน

การค้นหาด้วยการศึกษาที่เป็นแนวทางด้านความสงบ ธรรม นั้น คือแสงสว่างวาบไหวเข้าสู่ดวงใจอย่างยิ่ง จึงได้เดินทางไปสู่มิติของงานที่มิใช่งาน ใช้ชีวิตที่ปราศจากการใช้ชีวิต เดินบนวิธีแห่งธรรม คือทางสว่างแก้ไขปัญหาทำให้เกิดปัญญาอย่ายิ่งนัก

....

ปัญหามีอยู่ว่า การศึกษาจะพาจิตใจเราเดินทางไปสู่วิถีแห่งธรรมได้หรือไม่

หรือว่าจะส่งต่อให้เราไปติดในอำนาจ หรือว่าจะช่วยส่งเสริมให้เราเจริญไปด้วยลาภวัตถุภายนอก หรือว่าจะส่งเราไปอยู่ในดวงดาวที่ไกลโพ้น และหรือว่าจะส่งเราไปแก่งแย่ง แย่ง แย่ง และแย่งชิง ชิงแม้กระทั่งการเข้าแถวเพื่อซื้อของตามห้างร้านค้า

นั่นคือสิ่งที่เราเป็นและอยู่ ผลของการเป็นและอยู่ ยังช่วยส่งถ่ายไปให้ลูกของผม พี่นอ้งของเรา เพื่อนมนุษย์ทั่วทั้งโลก เราเดินไปในวิถีเดียวกัน

โดยไม่สามารถมีชีวิตอยู่กับตนเองได้เลย

.........

ขอบพระคุณมากครับ

โดยส่วนตัวจะเลือกงาน เนื่องด้วยเพราะตอบโจทย์ของความฝัน

เป็นสิ่งที่น่าท้าทาย เลือกเพราะพอใจ สุขใจ อิสระ เป็นปัจจัยหลัก

เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีมนุษย์วัดกันที่ความดี เกลียดความอยุติธรรมที่สุดค่ะ

ขอบคุณแง่คิดจากคุณ เนิ่ม ขมภูศรี ครับ ปัญหาหลักของคนเราส่วนใหญ่อยู่ที่ปัจจัยสี่ แค่เราก็หลงในปัจจัยสี่ เพิ่มมูลค่ามันด้วยความอยากได้ อยากมี ใส่เข้าไปเพิ่มเติม ทำให้มองไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของมัน เราทุก ๆ คนอยากมีบ้าน หลังใหญ่ ๆ เนื้อที่เยอะ ๆ สวยงาม หรู ๆ แต่ความหมายที่แท้จริงของบ้านคือให้ความปลอดภัย คุมแดด ฝน ลม หนาว ได้ และที่สำคัญที่สุดคือความรักความอบอุ่นของครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน เครื่องนุ่งห่ม ช่วยป้องกันการอับอายและให้ความอบอุ่น กันแดด ลม ให้ผู้ใส่ แต่เราก็ไปเพิ่มคุณค่าของมันให้มาก ขึ้น ๆ ต้องยี่ห้อดัง ๆ ราคาแพง นอกนั้นยังไม่พอ ต้องมีของประดับตกแต่ตัวเองให้มองแล้วดูสวย งาม ยิ่งขึ้นไปอีก อาหารคือสิ่งที่สำหรับหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความสมบูรณ์ แต่เราก็ใส่ความอยากลงไปซะเยอะ ทั้ง ๆ ที่กระเพาะของเราก็บรรจุได้เท่า ๆ กัน คงจะมีแต่ข้อสุดท้ายคือ ยารักษาโรคที่เราใช้ได้ถูกต้องมากที่สุด คือใช้สำหรับบรรเทาความเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจ แต่ก็มีบางคนที่ใช้ยาไปในทางที่ผิด ซึ่งทุก ๆ ข้อถ้าใครได้เห็นและใจยอมรับกับมันได้ ชีวิตก็มีความสุขมากขึ้น ไม่ติดกับความหลงเพราะไม่รู้ มองไม่เห็น ทำให้ไม่เสียเวลาไปมากนัก เราส่วนมากมองจากสายตาของคนอื่น รับความคิด จากคนอื่น ถ้าเรายังไม่สามารถมองจากสายตาของเราเอง เห็นเอง เห็นได้ถูกต้อง(เห็นชอบ) ก็เป็นการยากที่จะทำให้เรามีความสุขได้ เมื่อไม่รู้ว่าสิ่งไหนถูกก็สอนไม่ได้ พูดไม่ได้ ชีวิตก็น่าสงสาร ...

สวัสดีครับคุณ poo การทำงานทางโลก กับทางใจไปด้วยกันได้ครับ เสริมกัน ทำให้ได้งานที่ดีขึ้น ถ้าผมเป็นนายจ้าง เลือกระหว่างคนเก่งกับคนดี ผมขอเลือกคนดีครับ เพราะเราสามารถสร้างให้เขาเก่งได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก แต่ถ้าเก่งแต่ไม่ดี(ไม่อยากใช้คำว่า..เลว..) บางทีใช้เวลาทั้งชีวิตก็ทำให้เป็นคนดีไม่ได้...

จริง ๆ แล้วถ้าวางใจได้ ก็จะทำอะไรต่าง ๆ ได้อีกมากมายครับ

วางใจว่า ทุกสิ่ง ทุกอย่าง มีความเป็นไปตามการกระทำ(กรรม) ทั้งดีและเลว

วางใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีความเปลี่ยนแปลงไป ไม่คงอยู่ ไม่คงทน (ตามกฏของพลังงาน คือ พลังงามนสามารถเปลี่ยนแปลงได้แต่ไม่สูญหาย)

วางใจว่า ทุกอย่าง มีเหตุ มีผลของมัน ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น แบบนี้ เพียงแต่เราเข้าใจในเหตุ หรือผลที่มันเกิดขึ้นหรือเปล่า ถ้าเข้าใจ ใจก็จะค่อย ๆ อ่อนลงจนกระทั่งยอมรับว่า ทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นมัน เป็นไปตามกระบวนการของมัน หรือตามครรลองของมัน เราก็จะสบายมากขึ้น

คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนพุทธ รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร แต่ไม่มีกำลังใจพอที่จะยอมรับ หรือหักห้ามใจของตัวเอง

คนสวนใหญ่จะยืนหยั่ง เหยียบขาคนละฝาก ระหว่าง ดี กับเลว และมักจะยืนคล่อมมันไว้ ไม่มีกำลังใจพอที่จะเลือกด้านใดด้านหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้อยู่ว่าถ้าเราเลือกข้างดี เราก็จะมีความสุข

คนเรามักหาเหตุผลมากมายให้กับตัวเองเพื่อที่จะตอบว่าเหตุผลที่ทำนั้นถูก ทำให้สบายใจ และไม่ให้ใจถูกตำหนิจากใจของตัวเอง หาเหตุผลมาเพื่อบอกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นทำเพื่อคนอื่น เพื่อคนอื่น ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่ามันไม่ถูก แต่ก็ยังดันทุรัง (แถ)

เมื่อเข้าใจ และมองเห็นได้อย่างถูกต้องแล้ว ไม่ว่าจะทางไหนก็สามารถทำได้ดีครับ