![]()
ภาพที่ 1: "เจ้าที่ตัวจริง"...
คนเสื้อแดงเป็นคนขับรถที่เก่งมากๆ ฝีมือการขับขึ้นเขานิ่งมากเกินตัว คนที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่ด่าน ซึ่งจะควบคุมวิทยุสื่อสาร ป้องกันรถใหญ่แล่นสวนกันในที่ชัน
ระบบรถขึ้นลงพระธาตุอินทร์แขวนเป็นระบบที่ดีมาก มีการส่งวิทยุบอกว่า รถบรรทุกจะขึ้นจะลงล่วงหน้า มีการตรวจนับจำนวนผู้โดยสาร ไม่ให้มากเกินไปในแต่ละเที่ยว... เรียกว่า ปลอดภัยมากกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว
![]()
ท่านเหล่านี้ทำหน้าที่ได้ดี ทำให้ลูกทัวร์ในคณะของเราเบาใจได้ การที่ท่านเหล่านี้จะได้เงินทิปไปบ้างก็สมควรแล้ว เพราะรายได้ท่านคงจะน้อย
ผู้เขียนก็เบาใจเหมือนกัน เพราะวันนี้สมาทานไตรสรณคมน์(ขอเข้าถึงพระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง) ศีล สวดมนต์ระลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัย สวดพระปริตร และอุทิศส่วนกุศลไปแล้ว
![]()
เรียนเสนอให้พวกเราสมาทานไตรสรณคมน์ สวดมนต์ สวดพระปริตร และสมาทานศีลกันทุกเช้าทุกเย็น... ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับ

ภาพที่ 2: "ภาษาพม่าคำนี้... ไม่ยาก"
ภาษาพม่านี่... คนส่วนใหญ่มักจะกล่าวว่า ยากกว่าภาษาไทย เพราะเขียนอย่างหนึ่ง ออกเสียงไปอีกอีกอย่าง และความหมายไปอีกอย่างเช่นกัน
มีคำพม่า 2 คำที่ดูแล้วเดาได้เลย คือ คำว่า "ผู้หญิง" กับ "ผู้ชาย"... คำ 2 คำนี้จะเขียนติดไว้หน้าห้องน้ำ
![]()
ค่าเข้าห้องน้ำที่นี่ไม่แพง... คนละ 200 จัต (ประมาณ 7 บาท) คิดเสียว่า กระเบื้องแต่ละแผ่น อิฐแต่ละก้อนขนจากข้างล่าง นำจากข้างล่าง แบกขึ้นเขามาทั้งนั้น
คำนี้(เป็นตัวอักษร 1 ตัว) กำหนดให้แปลว่า "ผู้หญิง" ครับ... (โปรดดูจากภาพ และรอเทียบกับคำ "ผู้ชาย" ดูต่อไป)

ภาพที่ 3: "น้ำตกข้างทาง"...
ทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนมีถนนดีมาก ใช้เวลาขึ้นรถไปครึ่งชั่วโมง เดินอีกครึ่งชั่วโมง พอเหนื่อยพอดี
กล่าวกันว่า ถ้าใจถึงจะเดินก็ได้... 7 ชั่วโมง ด้านข้างทางมีต้นไม้ร่มรื่น มีน้ำตกและลำธารหลายแห่งดังในภาพ

ภาพที่ 4: "ภาษาพม่า... คำนี้ไม่ยาก"
ภาษาพม่าที่ง่ายหน่อยคำที่สองคือคำว่า "ผู้ชาย" ดูแล้วเดาได้เลยครับ (โปรดดูจากภาพ)

ภาพที่ 5: "คุณฟองนวลกับลูกหาบ"
คุณฟองนวล ไกด์ไทยใหญ่ยืนอยู่ท่ามกลางลูกหาบชาวพม่า ระบบลูกหาบที่นั่นมีสัมปทาน มีการประมูลกันอย่างเป็นระบบ
ค่าเสลี่ยงขึ้นเขาที่ความชันประมาณ 20-40 องศา ลูกทัวร์ครึ่งนั่งครึ่งนอนบนเก้าอี้ผ้าใบอย่างดี อีก 4 คนแบกสวนแรงดึงดูดโลกขึ้นไป และลงมาอีกรอบคิด 730 บาท
![]()
ทีมลูกหาบ 4 คนจะต้องใส่เสื้อของคนที่ประมูลสัมปทานได้ เป็นเสื้อสีน้ำเงินเข้มสด และมีหมายเลขทีมไว้ให้ลูกทัวร์ เพื่อเป็นหลักประกันว่า ทุกคนในทีมต้องรักษากฏ กติกา มารยาท... ทำอย่างกับนักกอล์ฟชั้นดีเลย
กฏ กติกา มารยาททั่วๆ ไปได้แก่ ต้องส่งให้ถึงจุดที่กำหนด พักได้... ถ้าได้ลูกทัวร์ตัวเบาหน่อย เช่น คนไทยที่ไม่อ้วน ฯลฯ ลูกหาบคงจะดีใจ
![]()
ถ้าได้ลูกทัวร์ตัวยักษ์ เช่น ฝรั่งอ้วน ฯลฯ ผู้เขียนนึกแล้วสยองแทนเลย เพราะทางขึ้นชันมากกว่าภูกระดึงมาก
ถ้าเรามีโอกาสใช้บริการ... เรียนเสนอให้ทิปเขาไปบ้าง คิดเสียว่า เมตตากรุณากันไว้ ให้เขามีรายได้เลี้ยงครอบครัวบ้างก็ยังดี
![]()
ท่านอาจารย์สามารถได้ข้อมูลมาจากไกด์ว่า เขาแบ่งกันแบบนี้ครับ...
- ลูกหาบ 4 คน ได้ไปคนละ 17% > คนละ 124.10 บาท
- เจ้าของสัมปทานได้ไป 233.60 บาท

ภาพที่ 6: "ถ่ายภาพหลวงพี่หน่อย"...
ทัวร์นี้มีคนใจดีออกค่าเสลี่ยงถวายพระทุกรูป เข้าใจว่า เป็นบริษัทเอเยนต์ของพม่าออกให้... ขออนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุหน่อย ลูกหาบดูจะพยายามบริการให้ดีที่สุด เช่น ถ่ายภาพให้ลูกทัวร์ ฯลฯ (ดังในภาพ)
ส่วนพระจะนั่งเสลี่ยง หรือยานที่มีสัตว์ลากไปได้หรือไม่ คงต้องตรวจสอบ เทียบเคียงกับพระวินัย อรรถกถา และฎีกาต่อไป (ขอไม่กล่าวถึงครับ)
![]()
ระบบลูกหาบที่นี่แบ่งเป็นชุดหรือทีม ลูกทัวร์จะได้หมายเลขไว้ ถ้าลูกหาบมีความประพฤติอะไรไม่ดี บอกหัวหน้าเขาได้
ข่าวว่า มีการคาดโทษ และลงโทษกันด้วย... ผู้เขียนขอเรียนเสนอว่า ถ้าไม่หนักหนาจริงๆ มาทำบุญกันก็ให้อภัยเป็นทานเถอะครับ รายได้เขาไม่มากมายอะไรเลย

ภาพที่ 7: "เตะตะกร้อกลางหมอก"...
ชาวบ้านข้างบนเตะตะกร้อกันกลางหมอก... พม่าเป็น 1 ในมหาอำนาจด้านตะกร้อของโลก กล่าวกันว่า คนพม่าเล่นตะกร้อเก่งมาก ไม่แพ้มาเลเซียและไทยทีเดียว

ภาพที่ 8: "แผงขายหมาก"...
แม่ค้าขายหมากยิ้มแย้มทันทีที่เห็นลูกหาบขึ้นไป... ลูกหาบหลายคนปากแดง ฟันแดง เหงือกแดง ดูน่ากลัวนิดหน่อย เพราะเขานิยมกินหมากกัน
ผู้เขียนคิดว่า ถ้าลูกหาบปรับปรุงตัวหน่อย เช่น บ้วนปากให้เรียบร้อย อย่าให้ปากแดง ฟันแดง เหงือกแดง ซึ่งอาจดูน่ากลัว ฯลฯ
![]()
หัดพูดภาษาไทยหน่อย เช่น สวัสดีครับ ขอบคุณครับ ฯลฯ หัดยิ้ม (ฝืนยิ้มก็ยังดีกว่าไม่ยิ้ม) และถ้าจะให้ดีกว่านั้น... ยอมฝืนธรรมเนียมพม่าที่จะไม่ไหว้คนอื่นชั่วคราว ไหว้ลูกทัวร์เสียหน่อย
ถ้าอยากให้ลูกค้าให้ทิปจริงๆ ก็ยกมือไหว้เสียหน่อย และพูดไทยสักคำสองคำ เช่น "ช่วยผมหน่อยครับ" ฯลฯ
![]()
รับรองว่า จะได้ทิปเพิ่มขึ้นเพียบเลย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ใจดีโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
ผู้เขียนสนับสนุนให้พวกเราทิปลูกหาบไปบ้าง เพราะแบกเสลี่ยงขึ้นลงที่ชันขนาดนี้ เที่ยวละครึ่งชั่วโมง ลองคิดดูว่าใครได้ไปเท่าไหร่...
- ลูกหาบได้ไป 4 คน คนละ 17% = 124 บาท 10 สตางค์
- เจ้าของสัมปทานได้ไป 32% = 233 บาท 60 สตางค์
![]()
ทำบุญกับคนตกทุกข์ได้ยาก... ชีวิตคนเราเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏฏ์มีขึ้นมีลง บางทีสูงส่ง บางทีตกต่ำ
ชาติไหนที่เราตกต่ำ ต้องทำงานหนักเช่นนี้ ผลบุญคงจะตามให้ผล เกื้อกูลให้หาเลี่ยงชีวิตได้โดยไม่ลำบากนัก
![]()
ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่ว่า จะสรรเสริญ หรือยกย่องการตั้งความปรารถนาอะไรในชาติหน้า... ธรรมดาการทำบุญควรตั้งความปรารถนาเพื่อมรรค ผล นิพพานจึงจะดีที่สุด
ทว่า... แม้จะไม่ได้ตั้งความปรารถนาเพื่อสุขในชาติหน้า ถ้าทำดีก็ย่อมได้รับผลดีแน่นอนไม่เร็วก็ช้า
![]()
ลองมาดูอานิสงส์ของทานบ้าง... ทานย่อมให้อานิสงส์ 5 ประการคือ อายุ(อายุยืน) วรรณะ(ผิวพรรณดี) สุขะ(มีความสุข) พละ(มีแรง มีกำลัง) และปฏิภาณ(ฉลาด มีสติปัญญาดี)
อานิสงส์(กำไร)ของการให้ทานมีดังต่อไปนี้...
- ให้สัตว์เดรัจฉาน 500 ชาติ (นับอานิสงส์ 5 ข้อ คูณด้วย 100 ชาติ จึงสงเคราะห์เป็น 500 ชาติ)
- ให้คนทุศีล (คนเลว ไม่มีศีล) 1,000 ชาติ
- ให้คนมีศีล นอกพระพุทธศาสนา 100,000 ชาติ
- ให้คนได้ฌานสมาบัติ นอกพระพุทธศาสนา 1 ล้านล้านชาติ (แสนโกฏิ)
- ให้ผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระโสดาบันขึ้นไป (ถึงไตรสรณคมน์ หรือพระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์อย่างมั่นคง) อานิสงส์นับชาติไม่ได้ (infinite)
ลูกหาบเหล่านี้นับถือพระพุทธศาสนาทุกท่าน หรือเกือบทุกท่าน... ดูหัวเพิ่งโกนบวชมาหลายท่านทีเดียว
ถ้าท่านเหล่านี้ถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อย่างมั่นคง... การให้ทานของเราก็สงเคราะห์เข้าข้อที่ให้กับผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระโสดาบันขึ้นไปได้
![]()
หรือถ้าคิดตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า เมตตามีผลมากมีอานิสงส์มาก และให้ไปโดยมนสิการ(คิด)ว่า ขอผู้รับและญาติทั้งหลายพึงมีความสุข
การให้ที่มีเมตตาเป็นปุเรจาริก (นำไปข้างหน้าก่อนให้ทาน) ทานนี้ก็มีผลมากมีอานิสงส์มากมหาศาลเช่นกัน
![]()
หรือถ้าคิดว่า เราจักให้ทานนี้ถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อบูชาความตรัสรู้ดี และการบำเพ็ญพุทธกิจดีของพระพุทธเจ้า ขอถวายบุญนี้สักการะบูชาพระธาตุของพระพุทธเจ้า
คิดให้ดี... มีพุทธานุสสติ (พระคุณของพระพุทธเจ้า) เป็นปุเรจาริก (นำไปข้างหน้าก่อนให้ทาน) ทานนี้ก็มีผลมากมีอานิสงส์มากเช่นกัน
![]()
ถึงตรงนี้... ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของท่านผู้อ่านทุกท่านครับ... สาธุ สาธุ สาธุ

ทีนี้เราจะเดินขึ้นไปเอง หรือจะจ้างลูกหาบดี... มีข้อคิดต่างกันแบบนี้ ผู้เขียนขอนำข้อคิดดีๆ มาฝากครับ
อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า ประหยัดไว้ละดี ถ้าเราประหยัดได้ 730 บาทเท่ากับเราหาเงินได้ 730 บาท อันนี้คงจะถูกแน่นอน แถมยังได้ออกกำลังไปในตัวด้วย
![]()
สหายธรรมท่านหนึ่งถามผู้เขียนว่า ค่าจ้างเสลี่ยงตกคนละเท่าไหร่ ลูกหาบได้ไปเท่าไหร่
พอท่านรู้ว่า ผู้เขียนไม่ได้นั่งเสลี่ยง ท่านเลยต่อว่า นิดหน่อยว่า ทำไมไม่นั่งไปโดยคิดว่า เราจักนั่งเพื่ออนุเคราะห์(ให้เขามีรายได้)
![]()
ข้อคิดนี้ก็ถูกต้องเช่นกัน เพราะคนเราควรมีจิตกรุณา ปรารถนาให้สัตว์อื่นบรรเทาทุกข์จากความยากจน หรือไม่มีรายได้
ผู้เขียนคิดว่า ถ้าใครมีใจใหญ่จริงๆ คิดจะอนุเคราะห์ลูกหาบด้วย ต้องการออกกำลังด้วยคงจะต้องเหมาเสลี่ยงไปแบบ "พอเป็นพิธี"
![]()
กล่าวคือ ให้เขาแบกไปสัก 4-6 ก้าว แล้วขอลง เดินไป ให้เขาแบกกระเป๋านิดหน่อยพอเป็นพิธี
พอถึงที่แล้วก็ให้ค่าทิปบ้าง ให้ค่าเสลี่ยง(จ่ายที่ไกด์) แบบนี้คงจะได้ออกกำลังด้วย ได้บุญด้วย
![]()
ผู้เขียนอยากรู้ว่า ลูกหาบแบกคนนี่หนักขนาดไหน... พอดีมีคุณป้าท่านหนึ่งเข่าไม่ดี ท่านเหมาจากโรงแรมไจ้ท์โถ่ไปลานพระธาตุอินทร์แขวน
ทางตรงนั้นค่อนข้างราบ เป็นทางลง ความชันไม่น่าจะเกิน 10-20 องศา ผู้เขียนขอให้ไกด์บอกลูกหาบว่า อยากลองแบกดูว่า หนักกี่มากน้อย
![]()
ปรากฏว่า แบกได้สัก 6 ก้าว 8 ก้าวก็รู้ว่า ท่าจะไม่ไหว ขืนแบกต่อไปคงเจ็บไหล่ไปหลายวัน ดีไม่ดีถ่ายภาพไม่ได้ หรือมือสั่นจนถ่ายภาพไม่ได้ เลยขอเลิก
เราอาจจะคิดว่า การแบกคนขึ้นลงเขา แบกขึ้นครึ่งชั่วโมง แบกลงครึ่งชั่วโมง ได้ค่าจ้าง 124 บาท 10 สตางค์นี่มากสำหรับลูกหาบ
![]()
เรื่องนี้อาจารย์กวางท่านบอกว่า ไม่มากหรอก... เพราะเงินพม่า (จัต / kyat) ถูก ทำให้ดูว่า เขาได้สตางค์ไปหลายพันจัตก็จริง ทว่า... "เงินถูก ของไม่ได้ถูกตาม"
ก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่งในพม่าปกติก็ 1,000 จัตขึ้นไป (ประมาณ 37 บาท) เพราะฉะนั้นการที่เราช่วยให้ลูกหาบมีรายได้นี่... ขอให้คิดว่า ทำบุญทำกุศล และนำบุญนี้ไปกราบถวายบูชาพระธาตุอินทร์แขวนไว้ก่อนน่าจะดี
![]()
ปกติเราจะนำดอกไม้ ธูปเทียน ของหอมไปบูชาพระธาตุก็ได้ นั่นเป็นการบูชาสิ่งที่เลิศ (พระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์) ทว่า... การนำบุญขึ้นไปบูชาย่อมมีผลมากกว่า มีอานิสงส์มากกว่า
ผู้เขียนอาศัยทำบุญคราวละเล็กละน้อย ก่อนทำจะนึกว่า ขอถวายบุญนี้บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บูชาการบำเพ็ญบารมีอย่างเลิศ บูชาการตรัสรู้อย่างเลิศ บูชาการบำเพ็ญพุทธกิจอย่างเลิศของพระพุทธเจ้า
![]()
ขอถวายบุญนี้บูชาพระธรรม บูชาความเป็นธรรมดี เป็นนิยยานิกธรรม หรือนำสัตว์ออกจากสังสารวัฏฏ์ของพระธรรม
ขอถวายบุญนี้บูชาพระสงฆ์(หมายถึงพระอริยบุคคล ไม่ใช่พระภิกษุ) ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เป็นนาบุญอันเลิศไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
![]()
ไปกราบพระธาตุอินทร์แขวนครั้งนี้ ผู้เขียนขอถวายเลือดที่บริจาคไว้เป็นพุทธบูชา ก่อนไปก็แวะคลังเลือดโรงพยาบาลย่างกุ้ง นำพลาสเตอร์ยา 500 แผ่น เงินนิดหน่อย (27,500 จัต) ไปบริจาคที่นั่น
การบริจาคเลือดของผู้เขียนมีครั้งหนึ่งพิเศษมาก เพราะมีโอกาสถวายการสอนเรื่อง "โกฏฐาส (อาการ 32)" คณะสงฆ์มาก่อน
![]()
ตอนนั้นไม่มีเลือดตัวอย่างไปใช้ประกอบการอธิบาย เลยขอให้คนอื่นเจาะเลือดตัวเองใส่หลอดไปประกอบการสอน เพื่อเทียบเคียงกับอรรถกถา(คำอธิบายพระไตรปิฎก)
บุญทุกอย่างที่ผู้เขียนได้ทำมา ทำอยู่ และจะทำต่อไป... ขอท่านผู้อ่านมีส่วนแห่งบุญทั้งหมดนี้ด้วยครับ
โปรดคลิกที่นี่...
<ul>
</ul>
แหล่งที่มา...
- ขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์องค์ บรรจุน. ต้นทางจามะละแหม่ง. อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง (www.amarinpocketbook.com). พิมพ์ครั้งที่ 1. 2549.
- ขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช. พม่าเสียเมือง. นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ (www.nanmeebooks.com). พิมพ์ครั้งที่ 1. 2548.
- ขอบพระคุณ > เว็บไซต์มอญศึกษา > http://www.monstudies.com/ > 23 มิถุนายน 2550.
- ขอบพระคุณ > มอญ > ศาสนพิธีและพิธีกรรม > http://www.samutsakhon.go.th/mis/tour/piti04.htm > 23 มิถุนายน 2550.
- ขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์พงศกร เบ็ญจขันธ์ > มอญ: ชนชาติเจ้าของอารยธรรมอันเก่าแก่ในพม่า > ศูนย์พม่าศึกษา > http://gotoknow.org/blog/mscb/15498 > 23 มิถุนายน 2550.
- ขอบพระคุณท่านอาจารย์สามารถ ปราบกรี ([email protected]) > 15-18 มิถุนายน 2550.
- ขอบพระคุณอาจารย์กวาง และคุณฟองนวล ไกด์ไทยใหญ่ > [email protected] > 15-18 มิถุนายน 2550.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 21 มิถุนายน 2550.
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>