สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

มือร้อน มือเย็น

ไม่มีใครสามารถจะทราบได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิด “มือร้อน มือเย็น” ขึ้น

 

 

 

 

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

มือร้อน  มือเย็น

 

 

น้องเพียงพอกำลังจะเด็ดลูกทุเรียนอ่อนมาอมไว้ในปาก  คิคิคิ

(ทุเรียนที่สวนของพ่อบุญธรรมของผมที่ศรีสะเกษ)

 

 

          หลังจากที่ห่างเหินจากการเขียนบันทึกไปเสียนาน  อันเนื่องมาจากมีภาระการงานที่ต้องทำเพื่อให้ทันกับช่วงเวลา  เลยได้แต่ทำหน้าที่เป็นผู้อ่าน(ที่ดี)เพียงอย่างเดียว  ตอนนี้งานทุกอย่างก็เบาบางลงแล้ว ก็เลยทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น และพอจะมีเวลานั่งเขียนบันทึกให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกเหมือนในช่วงที่ผ่านมา

          คราวก่อนผมได้เขียนบันทึกเรื่อง “มะละกอนุ่งกระโปรง” ให้เพื่อนๆ ใน GTK ได้อ่านกันไปแล้ว  เพื่อนำเสนอเรื่องราวของคติหรือความเชื่อแบบโบราณเกี่ยวกับการปลูกไม้ผลให้ได้ผลดีและลูกดก ซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน โดยได้รับความสนใจจากหลายๆ ท่าน ที่เข้ามาอ่านและร่วมแสดงความคิดเห็นในบันทึกเรื่องดังกล่าว

          วันนี้ผมจะเขียนเรื่อง “มือร้อน มือเย็น” ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ  ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับการปลูกผักหรือไม้ผลที่มีอยู่ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทยเรา

          อันว่า “มือร้อน” นี้ ไม่ได้หมายถึงมีไฟลุกไหม้อยู่ที่มือนะครับ

          และ “มือเย็น”  ก็มิได้หมายถึง การกำน้ำแข็งไว้ในมือตลอดเวลาจนมือเย็นยะเยือกแต่อย่างใดเช่นกัน   คิคิคิ

          หากแต่ “มือร้อน” ในที่นี้ หมายถึง ใครคนใดคนหนึ่งไม่ค่อยมีโชคทางด้านการทำเกษตรกรรม ปลูกอะไรไปก็ไม่ค่อยได้ผล ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ต่างๆ แม้ว่าจะทำตามหลักวิชาการหรือดูแลเอาใจใส่อย่างดีแล้วก็ตาม

          ในขณะที่ “มือเย็น” จะมีความหมายที่ตรงกันข้ามกัน กล่าวคือ คนๆ นั้น เป็นคนที่โชคดี มีพรสวรรค์ทางด้านการทำเกษตรกรรม ปลูกผักหรือผลไม้ใด ก็เติบโตงอกงามและได้ผลดีไปเสียทั้งหมด แม้ว่าเจ้าตัวอาจจะไม่ค่อยได้ดูแลเอาใจใส่เลยก็ตาม

          ไม่มีใครสามารถจะทราบได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิด “มือร้อน มือเย็น”  ขึ้น 

          แต่ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเป็นเรื่องของ “โชค” หรือ “วาสนา” มากกว่าอย่างอื่นนะครับ

          หากใครอยากจะทราบว่าตนเองเป็นคน “มือร้อน” หรือ “มือเย็น”  กันแน่  ก็ให้ลองลงมือปลูกผักหรือไม้ผลดูนะครับ โดยให้ปลูกตามหลักวิชาการทางการเกษตรและให้คอยดูแลอย่างดี

          หากพืชผักหรือไม้ผลของใครได้ผลดี  ก็แสดงว่าคนนั้นเป็นคน “มือเย็น”

          ตรงกันข้าม  หากใครปลูกและดูแลอย่างดีแล้ว แต่พืชผักหรือไม้ผลนั้น กลับไม่เติบโตหรือไม่ยอมผลิดอกออกผล  แสดงว่าคนนั้นเป็นคน “มือร้อน” ครับ

 ----------------------------------------------------

 

          สำหรับตัวของผมเองนั้น  ผมเป็นคน “มือเย็น” นะครับ  ไม่ว่าจะปลูกผักหรือไม้ผลใด ก็จะได้ผลไปเสียทุกอย่าง  ซึ่งแตกต่างจากอีกหลายๆ คนที่ผมรู้จัก ซึ่งไม่ค่อยมีโชคทางด้านนี้เลย ปลูกอะไรก็ล้มเหลวไปเสียเกือบทุกอย่าง

          ตัวอย่างเช่น ผมปลูกบวบยักษ์ไว้ในบริเวณบ้าน บวบต้นที่ผมปลูกก็เติบโตและออกลูก จนกินแทบจะไม่หวาดไม่ไหว บางลูกยาวถึง 1.5 เมตร ก็มี ซึ่งผมได้เก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้  พอคนอื่นได้เห็นบวบที่ผมปลูก ก็มาขอเมล็ดพันธุ์จากผมไปปลูกบ้าง  คราวละประมาณ 5-6 คน  ซึ่งผมก็ให้แบ่งปันให้เขาไปคนละประมาณ 50 เมล็ด

          เชื่อไหมว่า.....คนที่ขอเมล็ดบวบไปจากผมทั้งหมด ไม่มีใครปลูกแล้วได้ผลเลย

          บางคนปลูกแล้ว  พอบวบงอกออกมา ก็โดนหอยหรือแมลงกัดกินจนหมดเกลี้ยง

          บางคนปลูกแล้ว พอบวบออกมา ลูกกลับเล็กนิดเดียวเอง  ทั้งๆ ที่ดูแลและบำรุงรักษาอย่างเต็มที่แล้ว

          ในขณะที่ผมเอง แค่นำเมล็ดไปฝังไว้ในดินเฉยๆ โดยไม่ค่อยได้ดูแลเอาใจใส่มากเท่าไหร่นัก แต่บวบที่ผมปลูกเหล่านั้นกลับเติบโตและออกลูกดก แถมยังลูกโตเหมือนกับสายพันธุ์ดั้งเดิมอีกต่างหาก

          และไม่ใช่จะมีแค่เรื่องของบวบอย่างเดียวเท่านั้น  หากแต่ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น ขนุน มะละกอ พุทรายักษ์ ต้นมันปู ผักกาด เห็ดฟาง พริก และมะเขือ เป็นต้น  ซึ่งผมปลูกทีไรก็ได้ผลดีทุกทีเลย  

          ที่ผมกล่าวมานี้ เป็นเรื่องจริงทั้งหมดนะครับ  ไม่ได้โม้แต่อย่างใด   คิคิคิ

 

 

          แล้วเพื่อนๆ ละครับ  ใคร “มือร้อน” และใคร “มือเย็น” กันบ้าง?

          อย่าลืมเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

 

 

ละไมที่ออกลูกดกเต็มต้น(ที่สวนของพ่อบุญธรรมที่ศรีสะเกษ)

ผักขะแยงที่ผมทดลองปลูกไว้ในอ่างซีเมนต์ที่บ้านแม่ตาด

บวบยักษ์ที่ต้นยังเล็กอยู่   คิคิคิ

เพาะเห็ดฟาง(ไว้กินในครอบครัว)โดยไม่ต้องใช้พลาสติกคลุม

เห็ดฟางที่เก็บมาใหม่ๆ

ผักกาดปลอดสารพิษ

ผักกาดที่โตเต็มที่แล้ว

นวัตกรรมผสมผสานระหว่าง "มือเย็น"กับ "นุ่งกระโปรง"  คิคิคิ

ต้นมันปูที่ผมนำมาจากปักษ์ใต้ ซึ่งเติบโตดีและเด็ดยอดอ่อนกินได้ตลอดทั้งปี

(เคยตอนกิ่งให้คนอื่นนำไปปลูก 7-8 คนแล้ว แต่ไม่มีใครได้ผลสักคน)

 

 

เพลง    "ชีวิตสัมพันธ์"

ร้องโดย    "รวมศิลปินเพื่อชีวิต"

 


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: มือเย็น อักขณิช บ้านแม่ตาด เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด มือร้อน 
· หมายเลขบันทึก: 470076
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ดอกไม้:
25
 · ความเห็น:
48
 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    พ.แจ่มจำรัส
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 12:22:16 GMT+0700 (ICT)

    โอ้..ผักกาดปลูกริมกำแพงบ้าน ยังได้กินเลย

    มือเย็นจริงๆ

    นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 13:34:11 GMT+0700 (ICT)

    *มือเย็นเป็นสุขกับการปลูกผักงามมากๆค่ะ..

    *มาชวนให้เข้าเป็นสมาชิก กลุ่มคนปลูกผักกินได้ หากสนใจใส่ คำสำคัญนี้ และลองเข้าไปอ่านกัลนาณมิตร "มือเย็น" มากมายค่ะ

    *พี่ใหญ่เก็บดอกเห็ดนางฟ้าที่เพาะเองจากเชื้อเห็ดของ น้องดร.ขจิต ที่นำมาฝากจากงานเกษตรของ ม.เกษตรฯที่กำแพงแสนค่ะ..

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 18:03:13 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณ พ.แจ่มจำรัส

    -หน้าหนาวแบบนี้ เหมาะแก่การปลูกผักกาดมากเลยนะครับ เนื่องจากผักกาดจะชื่นชอบอากาศหนาว พื้นที่แคบๆ ก็สามารถปลูกได้นะครับ ในกระถางหรือกาละมังเก่าๆ ก็สามารถปลูกได้เช่นกัน ขอเพียงให้หมั่นดูแลเอาใจใส่ รับรองได้กินแน่นอนครับ

    -ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 18:11:51 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณนงนาท สนธิสุวรรณ

    -ขอบคุณมากๆ ครับ ที่ป้าใหญ่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน

    - คน "มือเย็น" ปลูกอะไรก็ได้ผลนะครับ คิดว่าป้าใหญ่ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

    -เอาไว้วันหน้าจะขอเชื้อเห็ดจาก อ.ดร.ขจิต มาเพาะดูบ้าง ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังมีเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า?

    -ขอบคุณมากครับ ที่กรุณาเชิญเข้าร่วม "กลุ่มคนปลูกผักกินได้" น่าสนใจมากๆ เลยครับ

    วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 18:27:25 GMT+0700 (ICT)

    มือร้อน มือเย็น คงมันัยคล้ายๆกับ ทำคุณกับใครไม่ขึ้น

    คนมือร้อน ลองปลูกของที่ขึ้นง่ายๆดู ว่าจะร้อนแค่ไหน เช่น หลูกเม็ดมะขาม

    ปากร้อน ในบรรดาสัตว์ แพะเป็นสตว์ปากร้อนกว่า วัวหรือควาย ต้นไม้ที่แพะกัดกินมักไม่รอด (เขาเชื่อกันว่าอย่างนั้น) แพะจึงรับบาปอีกกระทงหนึ่ง

    โสภณ เปียสนิท
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 18:33:49 GMT+0700 (ICT)

    มาดูว่าใครร้อนใครเย็นครับ

    มาเยี่ยมเยือนพร้อมภาพสวยงาม

    Photobucket


    หนูรี
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 18:53:08 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณนะคะ

    ได้ไอเดียปลูกผักไว้ชมดอก ดอกกวางตุ้งสวยดี :)

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 19:07:58 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ ท่านวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--

     

    -มือร้อน มือเย็น กับทำคุณไม่ขึ้น มีนัยยะคล้ายๆ กัน เหมือนที่กล่าวมาจริงนะครับ

    เพียงแต่ไม่ใช่อย่างเดียวกันแต่อย่างใด มีความหมายที่แตกต่างกันอยู่มากพอสมควรทีเดียว

    -คนมือร้อน ปลูกของที่ขึ้นยากไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ

    ในขณะเดียวกัน แม้จะปลูกของที่ขึ้นง่ายๆ อย่างมะขามหรือมะม่วงดู ถึงจะขึ้นและเติบโตดี

    หากแต่ผลผลิตกลับได้น้อยนะครับ เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่มือเย็น

    - เพิ่งรู้ที่มาของสำนวนว่า "แพะรับบาป" อย่างแจ่มแจ้งวันนี้เองนะครับ 555

    -ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 19:10:48 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ อาจารย์โสภณ เปียสนิท

    -ในภาพที่อาจารย์ส่งมาให้ดู ไม่มีใครมือร้อนหรือมือเย็นเลยนะครับ มีแต่ "มืออบอุ่น" ทั้งนั้นเลย คิคิคิ

    -ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะมาเยี่ยมเยือนเป็นประจำ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 19:15:58 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณหนูรี

    -ผักกาดกวางตุ้ง นอกจากจะสวยดีแล้ว ก็ยังอร่อยด้วยนะครับ คิคิคิ

    -หากมีพื้นที่ว่างๆ ก็ขอแนะนำให้ปลูกผักไว้รับประทานนะครับ หากดูแลอย่างดี รับรองได้ทานผักดีๆ และอร่อยๆ แน่นอนครับ

    -ขอบคุณมากๆ ครับ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจเป็นประจำ

    ไอดิน-กลิ่นไม้
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 19:21:50 GMT+0700 (ICT)
    • บ้านพ่อบุญธรรมของคุณอักขณิชอยู่ที่อำเภออะไรคะ และน้องเพียงพอไปศรีสะเกษปีไหนคะ (โจทย์ถาม 2 คำถาม โปรดตอบให้ครบนะคะ)
    • พี่เคยไปดูสวนทุเรียนที่ศรีสะเกษ 5-6 ปีมาแล้ว ชอบมากลูกอ่อนๆ ดกเต็มต้น ดูสวยจริงๆ ถ่ายรูปมาเยอะเลยแต่เป็นกล้องที่ใช้ฟิล์มค่ะ
    • สงสัยว่านอกจากพ่อใหญ่สอจะอารมณ์ร้อนแล้งยังมือร้อนอีกด้วย แกปลูกทุเรียนปีละต้นมา 6 ปีแล้ว ตายทุกปี ปีนี้ปลูกเป็นต้นที่ 7 อาทิตย์ที่แล้วบอกแกว่าถ้าไม่ใส่ปุ๋ยและเอาหญ้าแห้งคลุมโคนก็จะมีชีวิตอยู่ไม่พ้นแล้งนี้แน่ แกปลูกฟักข้าว 3-4 ต้นก็ไม่ได้ผลล่วงหน้าเราเป็นเดือนก็ไม่ได้ผล เราเองปลูกต้นเดียวกลับทอดยอดไปตามรั้วทั้งซ้าย ขวาจนคลุมรั้วหมด และมีลูกเยอะแยะ ต้นของพ่อใหญ่สอไม่ติดซักลูก
    • เพิ่งเห็นลูกละไมเป็นครั้งแรก ดกจริงๆ เคยทานไหมคะว่ารสชาติเป็นอย่างไร เห็นมีคนบอกว่าคล้ายมะไฟแต่เปรี้ยวกว่า จริงไหมคะ คงจะต้องหามาปลูกสักต้น เพราะที่ฟาร์มไอดินฯ ยังไม่มีค่ะ 
    • มีอยู่อย่างเดียวที่ปลูกไม่ได้ผล คือ ผักกะแยง ของคุณอักขณิชคงขุดมาจากทุ่งนาใช่ไหมคะ แต่ที่ปลูกซื้อมาจากตลาด เน่าทั้งสองครั้งที่ปลูก แปลกจังค่ะบ้านหนองฝางไม่มีผักกะแยง ที่อุบลฯ เคยดูใน TV มีชาวนาที่เลิกทำนาแล้วใช้ที่นาปลูกผักกะแยงแทน ทำรายได้ให้มากกว่าทำนาเยอะ และขายได้ปีละหลายรุ่น
    • เห็ดฟางน่าอร่อยจังค่ะ ฟางที่ปลูกก็น่ารัก น้องเพียงพอก็น่ารัก ผักกาดก็น่ากิน แต่ชอบผักกาดฮีนมากกว่า
    • ขอบคุณมากนะคะที่ให้ทั้งความรู้และความสุข 
    Tawandin
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 19:54:27 GMT+0700 (ICT)

     

    ตามมาชื่นชมผักขะแยง

    ปลูกผักขะแยงได้เนี่ย ถือว่ามือเย็นจริงค่ะ

    อ่อมกวางตุ้งดอก ใส่เห็ดและผักขะแยงร้อนๆ หอมมหวานเลยเชียวหละ

    คึดฮอดบ้านเด้ ^___^ 

    (ขอบคุณมากนะคะ ที่แวะไปส่งกำลังใจ)


    Nopparat Pongsuk
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 20:54:00 GMT+0700 (ICT)

    เพิ่งรู้จักต้นละไม มีลูกเยอะมาก ผักข้างรั้วสวยเหมือนดอกไม้เลย

    เห็ดฟางตอนเด็กๆ ที่บ้านเคยเพาะขาย เหลือก็แจกจ่ายเพื่อนบ้าน

    กินกันเหลือเฟือเลยหละ 555 คิดถึงตอนเป็นเด็ก สนุกสนาน่าดู

    Boo
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 21:43:21 GMT+0700 (ICT)

    คู่รักวัยดึก มือเย็น เราจึงมีผักงามๆ หวานๆ ลิ้มรสค่ะ :)

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 23:02:54 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ อาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี

    -ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ

    ** พ่อบุญธรรมของผม ชื่อ คุณครูวิราช กองแก้ว เป็นข้าราชการครู ระดับ 7 สอนอยู่ที่ ร.ร.บ้านพราน(ประชานุเคราะห์) ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ส่วนบ้านและสวนผลไม้ของท่านอยู่ที่บ้านหนองเก่า ต.พราน

    ท่านมีสวนผลไม้อยู่ประมาณ 16 ไร่ เป็นสวนผสมผสาน มีทั้งทุเรียน ลองกอง ส้มโอ เงาะ มะยงชิด กล้วยไข่ สะตอ ละไม และฝรั่ง ซึ่งให้ผลผลิตหมุนเวียนทำให้มีรายได้ตลอดทั้งปีๆ ละประมาณ 3 แสนบาท โดยผลไม้ที่มีเยอะที่สุด ก็คือทุเรียน ลองกอง ส้มโอ และมะยงชิดนะครับ

    ท่านเป็นคนอำเภอหัวตะพาน จ.อุบลฯ นะครับ แต่ไปอยู่ที่นั่นเกือบ 40 ปีแล้ว เป็นคนใจดีมากๆ ท่านเป็นผู้ที่ส่งผมเรียนจนจบชั้น ม.3 และรักผมเหมือนกับลูกชายแท้ๆ ของท่าน

    สัปดาห์ที่แล้ว ท่านก็นั่งเครื่องบินมาเยี่ยมพี่ชายที่ลำพูน โดยผมเป็นคนคอยรับ-ส่ง และท่านก็ได้มาพักที่บ้านผมด้วย 1 คืน ก่อนจะนั่งเครื่องบินจากเชียงใหม่ไปลงที่อุบลฯ แล้วก็ต่อไปศรีสะเกษอีกทีหนึ่ง

    **ผมและครอบครัว รวมถึงน้องเพียงพอด้วย ไปแอ่วที่ศรีสะเกษล่าสุดเมื่อตอนสงกรานต์ปีนี้เองนะครับ(เม.ย.2554) เพื่อไปรดน้ำดำหัวปู่ย่าที่นั่น

    **ดูเหมือนอาจารย์จะเป็นคนมือเย็นนะครับ ส่วนพ่อใหญ่สอนั้น คงเป็นคนมือร้อนแน่นอน หากอาจารย์เป็นคนปลูกทุเรียนตั้งแต่ทีแรก ป่านนี้คงเกือบจะออกดอกออกผลแล้วละครับ

    ** ละไม ต้นจะคล้ายกับ มะไฟ มากๆ จะมีข้อแตกต่างกันก็ตรงที่ว่า ลูกละไมจะมีลักษณะรีๆ (เหมือนที่เห็นในรูปด้านบน) รสเปรี้ยวอมหวาน ส่วนลูกมะไฟ จะออกกลมๆ รสชาติจะหวานมากกว่าละไม แต่มะไฟบางพันธุ์ก็เปรี้ยวเช่นกันนะครับ

    ** หลายปีก่อน ผมเคยนำผักขะแยงจากศรีสะเกษมาปลูก โดยปลูกไว้ใกล้ๆ บ่อน้ำ กำลังงดงามเชียว วันหนึ่งผมไปทำงานกลับมา ปรากฏว่าผักขะแยงกอนั้น โดนไก่จิกกินและคุ้ยเขี่ยทิ้งหมดอย่าน่าเสียดาย

    ส่วนที่เห็นในรูปนั้น ผมได้มาจากจังหวัดลำปาง คราวนี้ลองปลูกไว้ในบ่อซีเมนต์ ปรากฏว่างอกงามดี จนต้องแบ่งให้คนอื่น(คนอีสานด้วยกัน)นำไปปลูกบ้าง ไม่งั้นจะหนาแน่นเกินไป....ตอนนี้ผักขะแยงที่เห็นในรูปก็ยังอยู่นะครับ กำลังออกดอกเบ่งบาน ผมตั้งใจว่าจะขยายพันธุ์ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ด้วยนะครับ

    ทางภาคเหนือไม่นิยมกินผักขะแยงนะครับ เป็นของแปลกสำหรับเขา และแถวๆนี้ก็ไม่มีผักขะแยงเลย เป็นผักพื้นบ้านของอีสานบ้านเฮาโดยเฉพาะเลยครับ

    **ตอนนี้น้องเพียงพอเขียนและอ่านหนังสือเองได้แล้วนะครับ แม้จะเรียนแค่อนุบาล 3 ก็ตาม เวลาใครเขียนอะไรถึงเธอ ผมก็จะให้เธออ่านเอง อ่านเสร็จเธอก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และฝากขอบคุณไปถึงทุกๆ ท่านด้วยที่ชื่นชมในตัวเธอ รวมทั้งอาจารย์ด้วยนะครับ

    ** หากผมมีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านที่ศรีสะเกษอีก เอาไว้ผมจะนัดและพาอาจารย์ไปเที่ยวที่สวนผลไม้ของพ่อบุญธรรมของผมนะครับ

    **ขอบคุณมากๆ เลยครับผม

    ป.
    เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 23:52:50 GMT+0700 (ICT)

    ชอบภาพน้องพอเพียงกับลูกทุเรียนอ่อน :-)

    ตอนอยู่ที่บ้านมีพื้นที่ให้ปลูกนั่น ปลูกนี่ พอสมควร แต่ตายครึ่ง โตครึ่ง

    น่าจะเรียกว่า มืออุ่นๆ ได้ไหมคะ

    ..

    มือเย็น น่าจะเกิดจากการรู้ว่าต้นใดเหมาะกับดินฟ้าอากาศใด

    เป็น Intuitive ของผู้ที่รักการปลูกต้นไม้

    ไอดิน-กลิ่นไม้
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 03:39:58 GMT+0700 (ICT)
    • ขอบคุณ คุณอักขณิชมากนะคะ ที่สละเวลาตอบให้อ่านจนเต็มอิ่ม
    • คิดจะขอไปดูสวนของคุณครูวิราช กองแก้ว ที่บ้านหนองเก่า ต.พราน ตั้งแต่ที่อ่านพบว่าท่านมีสวนผลไม้ 16 ไร่ เป็นสวนผสมผสาน มีทั้งทุเรียน ลองกอง ส้มโอ เงาะ มะยงชิด กล้วยไข่ สะตอ ละไม และฝรั่ง แล้วล่ะค่ะ จะให้รอคุณอักขณิชไปเยี่ยมบ้านคงรอไม่ไหว จะขอไปเองในวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. นี้คุณอักขณิชจะกรุณาขออนุญาตท่านวิราชให้หน่อยได้ไหมคะ พ่อใหญ่สอนัดไว้แล้วว่าวันที่ 10 ธ.ค.จะให้พาไปหาที่เปลี่ยนบรรยากาศ ได้ที่พอดีเลย แกคงชอบใจเพราะแกชอบให้พาไปหาดูที่ทำการเกษตรได้ผลอยู่แล้ว พ่อใหญ่สอเคยซื้อต้นมะยงชิดต้นละ 500 บาท ไปปลูก 30 ต้นเป็นเงิน 15,000 บาท พอต้นไหนตายแกก็ซื้อไปปลูกทดแทน รวมเป็นเงินเกือบสองหมื่นแล้วมั้ง ตอนนี้มะยงชิดแกเหลืออยู่ 2 ต้น คงจะมือร้อนจริงๆ จะให้เราปลูกแกคงไม่ยอมหาว่าเราทำอะไรแบบเด็กเล่น ต้องเอาคำพูดของคุณอักขณิชไปอ้างอิงแล้วล่ะว่า "หากอาจารย์เป็นคนปลูกทุเรียนตั้งแต่ทีแรก ป่านนี้คงเกือบจะออกดอกออกผลแล้วละครับ"
    • วันก่อนพูดกับลูกขจิตเรื่องความเชื่อมโยง ที่ตนเองมักจะเจอเหตุการณ์อะไรที่เชื่อมโยงกัน อย่างเช่น ในช่วงเดือนมีนาคมที่เป็นช่วงปิดภาคเรียน พ่อใหญ่สออยากไปดูที่ที่ทำการเกษตรได้ผล วิธีการที่แกจะใช้ก็คือ การขับรถไปตามหาโดยไม่มีข้อมูล ซึ่งเราจะไม่ยอมใช้วิธีของแกก็เลยค้น'net เจอเกษตกรที่ได้รับรางวัลระดับจังหวัด ปี 2553 อยู่ที่ อ. เดชอุดม จึงติดต่อทางโทรศัพท์ พอไปตามเจอปรากฏว่า เกษตรกรดังกล่าวเป็นครูเกษียณอายุเท่าพ่อใหญ่สอพอดี ภรรยาของท่านคุยกับเราไปสักพัก ถามเราว่า รู้จักคนที่นามสกุล...ไหม (นามสกุลเก่าเราเอง) สุดท้ายพี่คนนั้นก็เรียกชื่อเราออกมา ถามว่าทำไมถึงจำเราได้ (เวลาผ่านมา 47 ปีแล้ว) พี่ก็บอกว่า เพราะเราเป็นน้องของครู (พี่คนโต) และหน้าไม่ค่อยเปลี่ยน แล้วเราก็นึกหน้าพี่เขาในอดีตออกเช่นกัน
    • ความเชื่อมโยงใหม่ก็คือ พี่เขยสามีของพี่คนที่สองเป็นคนหัวตะพานเช่นเดียวกับอ.วิราช อาจารย์ที่สนิทสนมที่สุดที่มรภ.อุบลฯ คือ อ.คำผล กองแก้ว นามสกุลเดียวกันกับอาจารย์วิราช อ.คำผลสังกัดภาควิชาจิตวิทยาและการแนะแนวด้วยกัน และเป็นวิทยากรอบรมตำรวจชุดมวลชลสัมพันธ์ 7 จังหวัดในช่วงปี 2538-2540 มาด้วยกัน ท่านเสียเมื่อปีที่แล้ว และวันที่ 16 ธ.ค. พ่อใหญ่สอก็จะขึ้นเครื่องจากอุบลฯ ไปเชียงใหม่เพื่อเดินทางต่อไปเยี่ยมญาติที่ลำพูนเช่นเดียวกับอ.วิราชที่ไปมาแล้ว อย่าลืมนะคะช่วยขออนุญาติเยี่ยมชมชวนผลไม้ของอ.วิราชในวันที่ 10 ธ.ค.ให้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ
    • ดีจังเลยค่ะทีน้องพอเพียงอ่านหนังสือได้ นำรูปเธอไปไว้ดูในบันทึกเกี่ยวกับโมชิเธอก็คงได้ดูแล้วซินะคะ ดูแววตาเธอสดใสมาก น่ายินดีที่เธอเกิดมาในครอบครัวอบอุ่น

     

    ทิมดาบ
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 07:09:14 GMT+0700 (ICT)

    บันทึกนี้ชอบทุกอย่างครับ

    ผมอาจจะไม่เห็นด้วยว่า พี่มือเย็นอย่างเดียว

    เพราะพี่มีความใส่ใจ

    และความละเมียดละไมอยู่ในนั้นด้วยครับ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 07:33:56 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณหญ้าแสนฝน

    -ผักขะแยง ที่จริงปลูกไม่ยากเลยนะครับ เพียงแต่ต้องเวลาขุดไปปลูกนั้น ต้องพยายามขุดเอาดินในบริเวณที่ผักขะแยงขึ้นไปด้วย จากนั้นก็เอาไปปลูกในที่ๆ เราเตรียมไว้ เอาดินร่วนผสมเข้าไป รดน้ำให้ชุ่มตลอดเวลา หรืออาจจะเติมน้ำให้ท่วมเลยก็ได้ เพระเขาชอบน้ำอยู่แล้ว อย่าปล่อยให้น้ำแห้งนะครับ ไม่งั้นจะเฉาตาย หากมีน้ำดี เขาก็จะเติบโตตลอดทั้งปีเลยครับ

    โอ! ทำไปทำมา ผมกลายเป็นผู้เชียวชาญเรื่องผักขะแยงไปเลยนะครับเนี่ย คิคิคิ

    -ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะครับ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 07:45:42 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณ Nopparat Pongsuk

    -ผมก็เพิ่งรู้จัก "ละไม" เมื่อไม่นานนี้เองนะครับ โดยพ่อบุญธรรมเป็นผู้อธิบายให้ฟัง ละไม ต้นจะคล้ายกับ มะไฟ มาก จะมีข้อแตกต่างกันก็ตรงที่ว่า ลูกละไมจะมีลักษณะรีๆ (เหมือนที่เห็นในรูปด้านบน) รสเปรี้ยวอมหวาน ส่วนลูกมะไฟ จะออกกลมๆ รสชาติจะหวานมากกว่าละไม แต่มะไฟบางพันธุ์ก็เปรี้ยวเช่นกันนะครับ

    -ผักข้างรั้ว เหมาะสำหรับปลูกไว้กินเองนะครับ เพราะใช้พื้นที่ไม่มากนัก แต่ถ้าหากจะปลูกขาย ก็คงจะต้องใช้พื้นที่ๆ ใหญ่กว่า และจะต้องปลูกในปริมาณที่มากกว่าด้วย ในฤดูหนาวอย่างนี้ ปลูกผักอะไรก็ขึ้นหมดนะครับ เพราะว่าเขาชอบอากาศหนาวครับ

    -เห็ดฟางที่ผมเพาะ ก็เพราะแบบธรรมชาตินะครับ โดยไม่ได้คลุมพลาสติก เพาะไว้กินเอง ไม่ได้ขาย

    โดยนำเอาเชื้อเห็ดฟางไปซ่อนไว้ข้างในก้อนฟาง รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน พอถึงเวลาเห็ดก็จะออกดอกเองครับ แต่วิธีที่ผมทำนี้ จะช้าหน่อยนะครับ อาจเป็นเดือนกว่าเห็ดจะออกดอก(จนกว่าฟางจะเปื่อย) และจะออกดอกน้อยกว่าวิธีเพาะด้วยการคลุมพลาสติก.....ไม่เหมาะสำหรับคนใจร้อนและการเพาะขายนะครับ คิคิคิ

    -ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือนครับ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 07:49:33 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณ Poo

    -คู่รักของคุณปูมือเย็น ส่วนคุณปูเองคงเป็นคน "มืออุ่น" แน่นอนเลย คิคิคิ

    -ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 08:01:51 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณหมอแต้ CMUpal/ ป.

     

    -ดูเหมือนว่าคุณหมอจะเป็นคน "มืออุ่น" จริงๆ ด้วยนะครับ อีกนัยยะหนึ่ง....หากคุณหมอรักษาคนไข้แล้ว คนไข้ทุกรายหายเร็วหรือรอดพ้นจากวิกฤติได้ แสดงว่าคุณหมอเป็น "หมอมือเย็น" นะครับ แต่ถ้าหากรักษาคนไข้แล้ว ไม่มีใครอาการดีขึ้นเลย มีแต่แย่ลง หรือถูกนำเข้าห้องเย็นเสียส่วนใหญ่ แสดงว่าคุณหมอเป็น "หมอมือร้อน" นะครับ....... คิคิคิ (ล้อเล่นนะครับ  555)

    -บอกไม่ได้เช่นกันว่ามือร้อน มือเย็น เกิดจากสาเหตุใด

    เรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศที่คุณหมอว่ามาก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งนะครับ

    คนมือเย็น.....ปลูกพืชได้ในทุกสภาพอากาศครับ

    แต่คนมือร้อน....ต่อให้ดินดีหรืออากาศดีแค่ไหน ก็ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรนะครับ

    -ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอครับ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 08:55:58 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณหมออดิเรก(ทิมดาบ)

    -ผมเป็นคนมือเย็นและใจเย็นครับ(ตามประสาคนบวชนาน) แต่ไม่ถึงกับ "ละเมียดละไม" อย่างที่คุณหมอว่ามาเลยนะครับ เพราะบางอย่างผมก็ปลูกทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ไม่ค่อยได้สนใจเท่าใดนัก แต่มันกลับออกดอกออกผลดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะครับ

    -ผมเดาว่า คุณหมอก็คงจะเป็น "คนมือเย็น" เหมือนกันนะครับ สังเกตได้จากการที่คุณหมอทำอะไรก็ได้ผลดีไปหมด โดยเฉพาะงานวิจัย    คิคิคิ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 09:15:16 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดี(รอบ 2)ครับ อาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี

     

    -ผมได้แจ้งให้คุณครูวิราช กองแก้ว ทราบแล้วนะครับ โดยท่านบอกว่ารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติมากๆ ที่อาจารย์และครอบครัวจะไปเยี่ยม ยังไงๆ ก็ขอให้อาจารย์ติดต่อและนัดหมายกับท่านเอาเองนะครับ หมายเลขมือถือของท่าน คือ 089-8642106

    ท่านบอกว่าช่วงนี้ ผลไม้ต่างๆ เริ่มวายหมดแล้ว เหลืออยู่เพียงเล็กๆ น้อยๆ พอให้เก็บกินได้ในสวนเพียงบางอย่างเท่านั้นเองครับ แต่ก็สามารถไปเยี่ยมชมได้ครับ โดยท่านจะพาตระเวณไปดูสวนยางพาราหรือสวนผลไม้ของคนอื่นด้วย

    ผลไม้ที่ผมอยากแนะนำให้อาจารย์ไปศึกษามากที่สุด ก็คือ ทุเรียน มะยงชิด ลองกอง และส้มโอ นะครับ ซึ่งเป็นผลไม้หลักของสวนครับ

    -ท่านบอกว่า อ.คำผอง กองแก้ว เป็นลูกพี่ลูกน้องกันครับ ดูเหมือนท่านจะรู้จักชื่อของอาจารย์ด้วยนะครับ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเคยเรียนกับอาจารย์ด้วยหรือเปล่า ตอนที่ท่านยังเรียนที่ มรภ.อุบลฯ

    -พี่ชายของท่านที่ลำพูน บ้านอยู่ที่ อ.ลี้ ครับ ประสบอุบัติเหตุโดนรถยนต์ชนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นพี่ชายคนโต(มีพี่น้อง 8 คน) ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทำกายภาพบำบัดอยู่

    -น้องเพียงพอ ตอนนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์มากๆ ครับ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า ตามประสาเด็กที่กำลังกินกำลังนอน ซึ่งก็ไม่ได้ห้ามอะไร หวังว่าเมื่อโตเป็นสาวแล้ว เธอก็คงจะลดน้ำหนักลงเองแหละครับ คิคิคิ

    -ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและทักทายเป็นรอบที่ 2 ..... 555

    ไอดิน-กลิ่นไม้
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 11:37:25 GMT+0700 (ICT)
    • ขอบคุณคุณอักขณิชจริงๆ ค่ะ ที่กรุณารีบเป็นธุระติดต่อขออุญาตศึกษาดูงานการทำสวนผลไม้จากคุณครูวิราช กองแก้วให้ รวมทั้งยังได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ของท่านไว้อีกด้วย
    • จริงๆ แล้วก็อยากจะขอแต่แรกแล้วล่ะค่ะ แต่ไม่ทราบว่าท่านจะสะดวกให้ไปศึกษาดูงานไหม ก็เลยชะลอไว้ก่อน คิดว่าถ้าท่านอนุญาต ท่านก็คงให้เบอร์โทรฯ เอง ซึ่งก็เป็นไปตามคาดค่ะ
    • ดีใจมากค่ะที่รู้ว่าท่านเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผศ.คำผล กองแก้ว ทำให้รู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาทันทีค่ะ "ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง" ผศ.คำผลจะเรียกเราว่า "หนูวิ" เป็นวิทยากรร่วมกันเป็นเวลา 10 กว่าปี 
    • ตอนนี้ยังติดต่อพ่อใหญ่สอไม่ได้เพราะถ้าแกเข้าสวนแกจะไม่นำโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย จะติดต่อได้ประมาณ 13.00 น.ที่แกกลับเข้าบ้าน คุยรายละเอียดกับแกแล้วถึงจะโทรฯ ติดต่อคุณครูวิราช กองแก้วค่ะ
    • จากรูปล่าสุดรู้สึกเหมือนกันค่ะว่าน้องเพียงพอจะจ้ำม่ำขึ้น ที่คุณพ่อบอกว่าน้องกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ซึ่งก็ไม่ได้ห้ามอะไร หวังว่าเมื่อโตเป็นสาวแล้ว เธอก็คงจะลดน้ำหนักลงเอง ก็ขอฝากไว้นิดหนึ่งนะคะว่า หลายปีมานี้โรคอ้วนในเด็กกำลังเป็นปัญหาของโรงเรียน โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมาถึงกับต้องทำโครงการแก้ปํญหานี้ และมีคำกล่าวว่า "เด็กอ้วนจะโตขึ้นเป็นหนุ่มสาวที่อ้วน" ตอนนี้น้องเพียงพอยังไม่ใช่เด็กอ้วน แต่ถ้าประมาทอาจกลายเป็นเด็กอ้วนได้นะคะ
    • จะไม่รบกวนคุณอักขณิชในบันทึกนี้อีกแล้วนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 13:02:54 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดี(รอบที่ 3) ครับ อาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี

    -ดูเหมือนผมจะพิมพ์ชื่อ อ.คำผล กองแก้ว ผิดนะครับ โดยพิมพ์เป็น อ.คำผอง กองแก้ว ไปเฉยเลย

    -หากอาจารย์โทรไปหาคุณครูวิราช ก็บอกว่าผมแนะนำนะครับ โดยท่านจะเรียกผมว่า "ท่านมหาเพลิน" ตลอดครับ

    -เบอร์โทรผม คือ 081-8839470 ครับ มีเรื่องใดอยากจะให้ช่วย ก็โทรมาได้ตลอดเวลานะครับ

    -เอาไว้จะคอยเตือนน้องเพียงพอดูนะครับ

    -ขอบคุณเป็นรอบที่ 3 ครับผม คิคิคิ

    Peter p
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 14:16:03 GMT+0700 (ICT)

    เมื่อก่อนสมัยอยู่ที่สุรินทร์ ผมเป็นคนมือเย็น ปลูกอะไรก็ได้กินครับ

    แต่ในปัจจุบันกลับตาลปัตร ปลูกอะไร มักเหี่ยวเฉาตายเรียบ แปลกดีแท้ ฮ่าๆๆ

    krupadee
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 14:55:45 GMT+0700 (ICT)
    • คุณแม่ krupadee มือเย็นมากกกก ปลูกอะไรก็งาม ออกดอกออกผลเต็มไปหมด แต่ไม่ยอมแบ่งความโชคดีมาให้ลูกสาวมั่งเลย  รู้สึกน้อยใจในวาสนาจัง เฮ้อ!
    • แต่ไม่เป็นไร อุดหนุนแม่ค้าเอาแล้วกัน ให้แม่ค้ามีรายได้จุนเจือครอบครัว เป็นการสร้างกุศลอีกทาง ฮิฮิ
    บีเวอร์
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 16:28:10 GMT+0700 (ICT)

    ผมคิดว่าผมก็มือเย็นพอสมควรครับ

    ยายธี
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 17:46:21 GMT+0700 (ICT)

    ÄÄÄ..ยายธียังไม่รู้จะจัดเข้าประเภทไหนดี..อ้ะ..เพราะมือข้างหนึ่งร้อนอีกข้างเย็น..คุณพ่อตอนหนุ่มๆแม่เล่าว่าแก..ปลูก ต้นรักเล่ห์..กลายเป็นต้นตำแยอ้ะ...ยายธี..ชอบเลี้ยงดูต้นไม้ที่มันขึ้นเองเจ้าค่ะ...(ควรจัดเข้าประเภทไหนดี..จ้ะ..)

    จันทวรรณ
    เขียนเมื่อ Sat Dec 03 2011 19:17:40 GMT+0700 (ICT)

    น้องต้นไม้ (ชื่อลูกชายค่ะ) ปลูกต้นอะไรก็ขึ้นตลอดค่ะ :)

    ทพญ.ธิรัมภา
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 00:04:54 GMT+0700 (ICT)

    สงสัยมือคุณอักขณิชจะเย็นจนเป็นน้ำแข็ง.....เย็นมากกกกกกกกกกก

    ปลูกอะไรก็งาม

    ได้ไอเดียปลูกต้นผักขะแยง

    ถ้าปลูกได้....จะมารายงานผล

    ถ้าเงียบหาย...แปลว่า มือร้อนนะคะ

    สุขสันต์วันพ่อ (ลูกสาวสอง สวยน่ารัก)

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 06:39:44 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณพี่ประชัน Peter p

     

    ที่กล่าวมา แสดงว่าฝีมือตกนะครับ จากมือเย็นเลยกว่าเป็นมือร้อนไปเสียได้ อีกทั้งคงจะเกี่ยวข้องกับสภาพดินและอากาศในพื้นที่นั้นๆ ด้วยก็ได้นะครับ งัยๆ ก็อย่าเพิ่งถอดใจนะครับ พระท่านว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" นะครับ คิคิคิ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 06:47:26 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณครู krupadee

     

    -ผมคิดว่า คุณครูคงไม่ได้ไร้วาสนาเสียทุกครั้งหรอกนะครับ หากขยันทำบ่อยๆ ก็อาจจะประสบความสำเร็จจนได้แหละครับ ขอเพียงใหม่หมั่นคอยศึกษาเรียนรู้จากคนอื่นให้มากๆ แล้วก็ค่อยนำมาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ เชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอนครับผม

    -อุดหนุนแม่ค้าอย่างเดียว ก็คงไม่ดีนักนะครับ เพราะว่าบางทีผักที่วางขายตามท้องตลาดนั้น อาจจะมีสารพิษเจือปนอยู่ในประมาณมาก ยิ่งผักสวยมากเท่าใด ก็ยิ่งมีสารพิษเจือปนมากขึ้นเท่านั้นนะครับ

    ปลูกเอง กินเองบ้าง  น่าจะดีกว่าครับ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 06:50:12 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณบีเวอร์

     

    ยินดีด้วยครับ ที่คุณบีเวอร์เป็นคนมือเย็นเช่นกัน

    คนมือเย็นทำอะไรก็ดีไปหมดนะครับ

    ยิ่งถ้าหากเป็นคนใจเย็นด้วยแล้ว ยิ่งดีใหญ่เลยนะครับ คิคิคิ

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 06:56:30 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณยายธี คุณยายธี

    โชคดีจังเลยที่คุณยายมีทั้งมือร้อนและมือเย็นอยู่ในตัว หากเป็นไปได้ ขอแนะนำให้ปลูกผักหรือต้นไม้โดยใช้มือเย็นเพียงข้างเดียวก็พอนะครับ ส่วนมือข้างที่เป็นมือร้อนนั้น เก็บเอาไว้ก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวการปลูกผักปลูกหญ้าจะไม่ได้ผล

    ว่าแต่ว่า....คุณยายธีทราบหรือยังละครับว่า มือข้างไหนร้อน มือข้างไหนเย็น ? 555

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 07:06:37 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ อาจารย์ ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์

     

    -ดีใจจังเลย ที่อาจารย์จันทร์แวะเข้ามาเยี่ยม และดูเหมือนครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกนะครับ ที่อาจารย์ร่วมคอมเมนท์ในบันทึกของผม

    -ก่อนหน้านั้น ผมเคยคิดเอาไว้เหมือนกันว่าจะตั้งชื่อให้ลูกว่า "เฌอ" ซึ่งแปลว่า "ต้นไม้" เหมือนกันครับ ถ้าหากเขาเป็นลูกชายนะครับ แต่พอเป็นผู้หญิงทั้งสองคน ก็เลยตั้งชื่อว่า "น้องเพียงพอ" กับ "น้องแพรวพราว" แทน เพื่อให้ดูเป็นผู้หญิงๆ คิคิคิ

    -"น้องต้นไม้" น่ารักมากเลยครับ เห็นแค่ชื่อก็เป็นสิริมงคลแล้วนะครับ ปลูกสิ่งใดก็รับรองว่าได้ผลแน่นอน

    อีกอย่าง....เชื่อมั่นว่าเมื่อน้องเขาเติบใหญ่ขึ้น เขาคงจะเป็น "ลูกไม้" ที่หล่นไม่ไกลต้นอย่างแน่นอนครับ

    -ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 07:13:29 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณหมอ ทพญ.ธิรัมภา

     

    -ที่ผมเป็นคนมือเย็น สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นเพราะผมเกิดใกล้ๆ กับโรงน้ำแข็งนะครับ มือเลยเย็นมากกกกกกกกกก คิคิคิ

     

    -ลองนำวิธีปลูกผักขะแยงของผมไปใช้ดูนะครับ

    หากเป็นไปได้ให้ขุดดินที่ผักขึ้นอยู่ไปด้วย

    ระวังอย่าใส่ปุ๋ยเยอะเกินไปนะครับ เดี๋ยวผักจะเค็มแล้วเฉาตาย

    ถ้าจะใส่ปุ๋ย ก็แนะนำให้ใส่ปุ๋ยคอดอย่างเดียวก็พอนะครับ

    ได้ผลหรือล้มเหลวยังไง ก็อย่าลืมเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

     

    -ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอครับผม

    blue_star
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 16:22:46 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    คาดว่าตนเองจะมือเย็นค่ะ...ปลูกอะไรก็มักจะงาม

    ขนาดเทน้ำส้มตำทิ้ง ยังได้ต้นมะเขือเทศมาเลย 555

    สุขสันต์วันหยุดนะคะ ^^

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Sun Dec 04 2011 19:21:52 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณ blue_star

    -ยินดีที่ได้รู้จัก และขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะครับ

    -จากที่บอกมา แสดงว่าเป็นคนมือเย็นโดยไม่ต้องสงสัยเลยนะครับ ยังดีที่พริกไม่งอกตามมาด้วย ไม่งั้นงานนี้ มีเฮแน่นอน 555

    -สุขสันต์วันพ่อและวันหยุดเช่นกันนะครับ

    นกขมิ้น
    เขียนเมื่อ Tue Dec 13 2011 10:26:40 GMT+0700 (ICT)

    ในกระบวนความปลูกพืชนั้นที่ปลูกได้ยากทีสุดเห็นจะเป็นการปลูกผักนี่หล่ะครับ เพราะมันโอชะสำหรับแมลงเหลือเกิน ผมอยากปลูกผักได้งามขนาดนี้จังเลยครับ นี่กำลังเตรียมลงมืออยู่ ไม่รู้จะรอดไหมนะ

    มือเย็นมือร้อนผมเห็นมามากแล้วครับ คนที่มือร้อนคุยๆกันก็จะรู้ว่าเขาปลูกต้นไม้แบบไม่ศึกษาหาความรู้เลย ต้นไม้ชอบร่มไปปลูกกลางแดด ชอบแห้งไปปลูกในที่น้ำขัง ไม่ชอบปุ๋ยก็ใส่ปุ๋ยซะมากมาย อะไรแบบนี้ คนมือเย็นจะเข้าใจต้นไม้ดีมากกว่าครับผม

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Tue Dec 13 2011 19:28:11 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณนกขมิ้น

     

    -ฤดูที่เหมาะแก่การปลูกผักมากที่สุด ก็คือช่วงฤดูหนาวแบบนี้นะครับ เพราะแมลงส่วนใหญ่จะหลบอากาศหนาว ไม่ออกมารบกวน เลยทำให้ผักเติบโตดีและไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง เป็นผักปลอดสารพิษอย่างเต็มที่ ผักที่ผมปลูกไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีเลยนะครับ ใส่ปุ๋ยคอกอย่างเดียว เลยงอกงามอย่างที่เห็น แถมยังปลอดภัยอีกต่างหาก

    -การปลูกผัก/ไม้ผลให้งอกงาม นอกจากทำตามหลักวิชาการเกษตรแล้ว มือร้อน มือเย็นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งนะครับ

    เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ กับความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับมือร้อน มือเย็น ที่คุณนกขมิ้นได้กล่าวมา

    -ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับผม

    ลำดวน
    เขียนเมื่อ Fri Dec 16 2011 13:55:45 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    ลำดวนเป็นคนมือเย็นเช่นกันค่ะปลูกอะไรงามดี

    แต่ที่เป็นคือไม่ค่อยปลูกเอง ใช้คนงาน เลยไม่ค่อยงาม

    แม่เคยบอกว่าคนเกิดวันจันทร์กับวันพุธมักปลูกอะไรๆ ก็งามดีค่ะ

    คุณอักขณิชทดลองเก็บสถิติสอบถาม และสรุปดูกันไหมว่าจริงแล้วคนมือเย็นคือคนลักษณะใด

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Fri Dec 16 2011 18:54:43 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณป้าลำดวน

    -ผมเกิดวันพฤหัสบดีนะครับ แต่ปลูกอะไรก็เป็นและงอกงามไปเกือบทั้งหมดเลย

    -เรื่องเก็บสถิติเพื่อวิจัยให้ทราบว่าคนมือเย็นคือคนลักษณะใดที่คุณป้ากล่าวมาน่าสนใจมากทีเดียวครับ ลองๆ ช่วยกันเก็บสถิติดูนะครับ แล้ววันหลังค่อยนำมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกที

    -ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะครับ

    แสงแห่งความดี...
    เขียนเมื่อ Tue Dec 27 2011 09:54:42 GMT+0700 (ICT)

    :-)

    อักขณิช
    เขียนเมื่อ Tue Dec 27 2011 17:31:36 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ คุณแสงแห่งความดี

     

    ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมนะครับ

    โอ๋-อโณ
    เขียนเมื่อ Sat Jun 16 2012 11:24:35 GMT+0700 (ICT)

    คิดว่า"มือร้อน"เปลี่ยนเป็น"มือเย็น"ได้เหมือนกันนะคะ ดูจากตัวพี่โอ๋เอง มีบันทึกมาแลกเปลี่ยนค่ะ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/197700?

    ชอบรูปน้องเพียงพอใต้ต้นทุเรียนด้วยคนค่ะ ดูเป็นเด็กหน้าทะเล้น น่ารักจังค่ะ ฝากบอกว่าป้าโอ๋ชมด้วยนะคะ

    จันทวรรณ
    เขียนเมื่อ Thu Sep 27 2012 13:05:49 GMT+0700 (ICT)

    ปลูกผักกาดเป็นไม้ประดับไปเลยนะคะ สวยมากค่ะ

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น