ดอกอุตพิด แม้เหม็นชวนเมิน แต่ความงามและความดีชวนชม

หน้าฝนไม้พันธุ์ดอกหอมที่บ้าน ออกดอกบานสะพรั่ง ทั้งสายหยุด การะเวก นมแมว จำปี รสสุคนธ์ ส่งกลิ่นกรุ่น หอมอบอวลทั้งวัน

แต่ความกรุณาปราณีจากสายฝนนั้นไม่เลือกที่รัก มักที่ชัง ให้ประโยชน์เฉพาะไม้ดอกหอม พืชพรรณอะไรๆก็งอกงามได้ทั้งนั้น ตอนเย็นเดินเล่นพบว่ายุงชุมเพราะใบไม้ร่มครึ้มแน่น ค่อนข้างมืดเหมาะแก่การชุมนุมของยุง แถมได้กลิ่นเหม็นเหมือนอาจมหรือ อุจจาระมนษย์ มองไปรอบๆจึงเห็น ดอกอุตพิด ดอกสีแดงเข้ม ชูช่ออวดตัวแบบภูมิใจ มั่นใจกลิ่นของตน

หน้าฝนนี้  นอกบ้านมีที่ของชาวบ้านไม่ห่างบ้านผู้เขียนนัก เขาปล่อยจนรก แค่เดินเฉียดระยะห่างหลายเมตรยังได้กลิ่นดอกอุตพิดที่งามขึ้นเป็นดง เหม็นคลุ้ง เลยต้องเลิกออกไปเดินนอกบ้านพักใหญ่ เพราะทนกลิ่นไม่ไหว

เก็บภาพมาฝากและไปค้นเรื่องราวทำให้ได้รู้จักเขา/เธอ มากขึ้น

หนังสือสยามไภษัชยพฤกษ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวไว้ว่า

อุตพิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Typhonium trilobatum ( Linn. ) Schott  อยู่ในวงศ์ ARACEAE เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 10-45 ซม.

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเป็นวงบริเวณผิวดิน รูปลูกศรแกมรูปหัวใจ ขอบใบเรียบหรือหยักเว้าเป็น 3 พู กว้างและยาว 10-20 ซม.

ดอกช่อ อัดแน่น เป็นรูปแท่งทรงกระบอก ออกที่ปลายยอด มีใบประดับขนาดใหญ่สีม่วงแดง หรือ ม่วงดำรองรับ ดอกแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกันสีเหลืองอ่อน (เมื่อดอกย่อยๆเหล่านี้บานเต็มที่จะมีกลิ่นเหม็นมาก)

ตำรายาไทยใช้ หัวใต้ดิน (บางแหล่งข้อมูลบอกว่า หัว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ไม่เหม็นเหมือนดอก) รักษาอาการเถาดานในท้อง (อาการแข็งเป็นลำในท้อง) และนำมาหุงเป็นน้ำมันใส่แผล กัดฝ้า กัดหนอง สมานแผล

บางแหล่งบอกว่ากาบและก้านใบใช้เป็นอาหารได้ บางแหล่งบอกว่า ราก ใช้รักษาโรคริดสีดวงทวาร และ แก้พิษงูได้

พวกข้อมูลทางการเป็นยาของพวกพืชพื้นบ้านและวัชพืชนี่ทำให้ผู้เขียนยิ่งรู้สึกว่า เราได้แต่รับฟังคำบอกเล่าต่อๆกันมา ราวฟังนิยายหรือตำรับยาผีบอก ทั้งๆที่เรามี “ทุนธรรมชาติ และ ทุนปัญญา” ใช้พืชเป็นได้ทั้งอาหารและยา แต่เรากลับละเลยการทำความเข้าใจ ไม่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พัฒนาทุนที่เรามีให้แข็งแกร่ง เพื่อให้เราพึ่งตนเองได้จากสิ่งที่เรามี

ข้อมูลที่ค้นจากกูเกิ้ลอีกแง่มุมนับว่าน่าสนใจมากเพราะ ไม่ต้องเสี่ยงเอามากิน เอามาทา แต่อุตพิดได้ใช้คุณสมบัติด้านความงามของตนแทน ก็ยังดีกว่าถูกเมินและถอนทิ้ง

“...กำลังเป็นที่นิยมปลูกในหมู่ผู้ที่ชอบไม้แปลกๆ นำไปปลูกเป็นไม้ประดับโชว์ความงามของก้านใบที่บางพันธุ์จะมีลายคล้ายก้านใบต้นบุกดูสวยงามมาก ชาวต่างชาติจะนิยมกันแพร่หลาย ส่วนใหญ่ ปลูกประดับสวนน้ำขนาดเล็ก รวมกับไม้น้ำชนิดต่างๆ สร้างบรรยากาศเป็นธรรมชาติเด็ดขาดนัก….”

www.mof.or.th/main_5_files/agri_paper-26.htm

เขาว่ามีขายที่ตลาดนัดต้นไม้สวนจตุจักรค่ะ ผู้ใดสนใจเห็นว่างามดีและเป็นพืชแปลกโดดเด่นจะไปหาซื้อมาปลูกก็บอกกันบ้าง หรือใครสนใจไม่ต้องการซื้อหา มาบ้านผู้เขียนจะขุดแจกแบ่งให้ไปปลูกกันค่ะ

 

  •  ท่านผู้เฒ่าวอญ่าฯ  มาบอกตำราพื้นบ้านที่น่าสนใจมาก เลยขอยกมาไว้ในบันทึกเพิ่มเติม ให้ได้เห็นกันทุกท่านค่ะ ขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งค่ะ

"...สวัสดีครับคุณนายนุช สูตรพอกให้หัวฝีหลุดโดยไม่ต้องผ่า ใช้ใบหญ้าขัดมอญ 1กำมือ ใบอุตพิต 1 กำมือ

ข้าวสวยปั้น1 ปั้นหมกไฟให้สุก แล้วนำมาตำรวมกัน พอกที่ปากแผลฝี เจาะรูตรงหัวฝี รับรองคืนเดียวหัวฝีหลุดโดยไม่ต้องผ่าครับ..."

  • คุณกิตติพัฒน์ นำตำนานดอกอุตพิดมาให้อ่าน เลยขอยกมาฝากทุกท่านด้วยค่ะ

 ....แต่ครั้งแรกเริ่มที่มีดอกอุตพิดเกิดขึ้นในโลก  กลิ่นของดอกอุตพิดหอมหวนชวนหลงใหลได้ปลื้มมาก ๆ  กลิ่นของดอกอุตพิดนั้นหอมมาก หอมฟุ้งไปถึงสรวงสวรรค์โน่น....ทำให้เหล่าบรรดานางฟ้าที่ได้กลิ่นหอมพากันเคลิบเคลิ้มดังต้องมนต์  ดังนั้นเหล่านางฟ้าจึงพากันตามหากลิ่นหอมนั้นจนมาถึงโลกมนุษย์ และได้พบกับที่มาของกลิ่นหอมนี้คือดอกอุตพิด   ยิ่งได้เห็นความงามของดอกและกลิ่นหอมนั้นยิ่งทำให้เหล่านางฟ้าหลงใหลจนลืมกลับไปยังสวรรค์  เดือดร้อนถึงพระอินทร์ และเหล่าเทวดาทั้งหลายที่เคยมีนางฟ้าปรนนิบัติขับกล่อมทุกวันคืน  พระอินทร์จึงให้เทวดามาตุลี ไปสืบสาวราวเรื่องว่านางฟ้าหายไปไหนกันหมด  พอทราบสาเหตุ  พระอินทร์ก็โกรธมาก  จึงสาปให้ดอกอุตพิดมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง จนไม่เป็นที่โปรดปรานของใครที่ได้พบเห็นอีกต่อไปจนมาถึงทุกวันนี้.....จบ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 389188
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 41  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

Boo
เขียนเมื่อ Sun Aug 29 2010 17:29:37 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่นุชสุดสวาทบาดใจ ;)

มาเดินชมสวนพี่นุช ได้เพลิดเพลินและอารมณ์ดี๊ดีทุกครั้งเลยค่ะ ชอบภาพลวดลายใบดอกอุตพิต ยิ่งพิศ ยิ่งเห็นรายละเอียด ขอบคุณพี่นุชค่ะ

รอเก็บตกภาพบรรยากาศจากเวียงเจียงใหม่นะคะพี่นุช เพิ่งเห็นภาพเดียวเองค่ะ ;)

krutoom
เขียนเมื่อ Sun Aug 29 2010 18:28:22 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านคุณนายด๊อกเตอร์มาเยี่ยมค่ะ เห็นบล็อกเกอร์เชียงใหม่ได้พบกับท่านแล้วชื่นใจจังเลยค่ะ วันนั้นไปไม่ได้ลูกไม่สบาย เสียดายค่ะ เห็นจากบันทึกพี่กานดาแล้ว ท่านสวยจังเลยค่ะ ดอกนี้ชื่อก็ไม่เพราะ กลิ่นก็เหม็นนะคะ แต่สีสวยค่ะ อิอิ

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เขียนเมื่อ Sun Aug 29 2010 18:33:38 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณนายนุช สูตรพอกให้หัวฝีหลุดโดยไม่ต้องผ่า ใช้ใบหญ้าขัดมอญ 1กำมือ ใบอุตพิต 1 กำมือ

ข้าวสวยปั้น1 ปั้นหมกไฟให้สุก แล้วนำมาตำรวมกัน พอกที่ปากแผลฝี เจาะรูตรงหัวฝี รับรองคืนเดียวหัวฝีหลุดโดยไม่ต้องผ่าครับ

คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Sun Aug 29 2010 19:19:50 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

เหมือนคนใบหน้าไม่สวยแต่จิตใจดีนะคะ  เคยเห็นเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ได้สังเกตรูปร่างจริง ๆสักที ด้วยความระลึกถึงค่ะ

ยายธี
เขียนเมื่อ Sun Aug 29 2010 23:08:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณนุช...ที่ป่ายายธี..เคยเห็นแต่ดอกสีขาว..(เมื่อเด็กๆเก็บมาไว้ในห้องเรียนแกล้งเพื่อนๆ..ปรากฎว่าตัวเองต้องเอาไปทิ้งเพราะทนกลิ่นไม่ไหว...อ้ะะๆๆๆ)...ยายธีค่ะ

เกษตร(อยู่)จังหวัด
เขียนเมื่อ Mon Aug 30 2010 11:11:52 GMT+0700 (ICT)

เคยได้ยินแต่ชื่อ พึ่งเห็นภาพวันนี้ละครับ

ขอบคุฯที่แบ่งปันครับ

นิดหน่อยเอง
เขียนเมื่อ Mon Aug 30 2010 11:23:29 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ดอกเขาสวยดีนะค่ะ เพิ่งเคยเห็นรูปดอกเขาครั้งแรก ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ

ตันติราพันธ์
เขียนเมื่อ Mon Aug 30 2010 23:40:11 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่นุช

พี่รุชสบายดีและมีความสุขมาแบ่งปันเช่นเคย

เคยได้ยินแต่ชื่อค่ะ

เพิ่งจะเห็นดอกวันนี้เอง

คล้ายหน้าวัวนะคะ

คิดถึงพี่นุชเสมอค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:01:00 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะน้องปูจ๋าpoo เมื่อวานไปแวะหาชมน้องเก็บตังค์น้อย กับหนูน้ำตาลหน้าหวาน โพสต์ไม่ขึ้น วันนี้จะไปแวะใหม่ค่ะ ต้องฝากรอยให้น้องได้รู้ว่าพี่คิดถึงจึงไปหา

เดินชมสวนกับพี่ตอนนี้ต้องทาโลชั่นตะไคร้ไล่ยุงน่าดูค่ะ นี่ล่ะหน้าฝน น้องปูเป็นสาวอารมณ์ดีช่างพินิจลวดลายใบดอก เห็นด้วยว่าสวยจริงๆค่ะ ของจริงยิ่งสวยมากผิวเป็นกำมะหยี่เลยค่ะ

บุษรา
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:05:08 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ
  • "ดอกอุตพิด" ที่บ้านบุษราก็มีค่ะ ส่วนเรื่องคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อทราบวันนี้เองค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                        

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:05:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณRinda เสียดายที่เวลาน้อยตอนไปเชียงใหม่ เลยไม่ได้พบกันนะคะ แต่คงมีโอกาสได้ไปอีกแน่ๆ เพราะตัวเองนั้นมีทั้งคุณแม่และพี่สาวอยู่เชียงใหม่ค่ะ ประทับใจการไปทำงานครั้งนี้มาก ได้น้าอึ่งอ๊อบช่วยประสานชวนชาวG2K ที่พอมีเวลาให้เกียรติได้พบกัน ได้ทานอาหารเมืองอร่อยๆด้วยกัน แถมได้ไปสักการะพระและบรมสารีริกธาตุที่ศาลาธรรม ยามค่ำ บรรเจิดอารมณ์ยิ่งค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:08:28 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณท่านผู้เฒ่าวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei-- ที่ให้สูตรนี้มา จะขออนุญาตนำขึ้นไปใส่ที่ในบันทึกเลยนะคะ หญ้าขัดมอญนี่เป็นอย่างไรคะ เป็นหญ้าพื้นถิ่นภาคใต้โดยเฉพาะหรือเปล่าคะ เดี๋ยวนี้ยังมีคนใช้วิธีนี้กันอยู่บ้างไหมคะ อิ อิ มีแต่คำถาม ก็มันน่าสนใจมากๆเลยค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:17:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณครูคิม แม้ว่าเงียบหายไปนาน แต่มีความระลึกถึงสมาชิกทุกท่านเช่นกันค่ะ

กลิ่นของเธอเป็นอุปสรรคที่จะทำให้ใครสนใจมาเข้าใกล้ เป็นดังคุณครูคิมกล่าวค่ะ หากเราสามารถก้าวข้ามการตัดสินจากใจเราที่ส่วนมากปรุงแต่งไปก่อนว่า หากไม่สวย ไม่หอม ก็คงไม่ดี ไม่น่าสนใจ พ้นจุดนี้ไปได้เมื่อไหร่ เราจะพบความงาม ความดี ในทุกคน ในทุกสรรพสิ่ง

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:20:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณยายธี ดอกอุตพิดสีขาวไม่เคยเห็นเลยค่ะ ครั้งหน้าคุณยายธีมาเมืองไทยจะขอตามไปสวนป่าเมืองกาญจน์ คงได้เห็นพืชพรรณไม้แปลกๆหลายชนิด คุณยายธีตอนเด็กๆคงแก่นน่าดูเลยนะคะ ^____^

คิดถึงค่ะ เสียดายจังปีนี้ไม่ได้มีโอกาสไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แฮมบวร์ก

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:34:58 GMT+0700 (ICT)

อิ อิ ดีนะคะคุณเกษตร(อยู่)จังหวัด ที่ให้เห็นได้แค่ภาพ ไม่ส่งกลิ่นมาด้วย หวังว่าคงสบายดีนะคะ หมู่นี้พี่อยู่ไม่ติดบ้านเลยห่างหายไปนาน ขอบคุณที่ยังคิดถึงมาแวะทักทายกันค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:37:14 GMT+0700 (ICT)

ดีใจที่ได้นำของแปลกมาให้ชมค่ะคุณนิดหน่อยเอง คนต่างจังหวัดอาจพอเคยเห็นแต่คนกรุงเทพแทบไม่รู้จักอุตพิดเลยค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:42:50 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะน้องบุญรุ่งตันติราพันธ์ พี่ก็คิดถึงพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ โดยเฉพาะทีมที่ได้มาเยือนกันถึงบ้าน พี่กำลังทำบ้านใหม่ ในที่ผืนเดียวกัน เพราะจะรื้อหลังเดิมแล้วปรับปรุงจากโครงสร้างเดิม หลังใหม่คาดว่าจะเสร็จราวเดือนธันวาคม อยากชวนมากันอีกครั้งจังเลยค่ะ มุมแม่น้ำสวยไม่แพ้หลังเดิม

ดอกอุตพิดคล้ายดอกหน้าวัวจริงๆค่ะ พี่ยังนึกไม่ออกเลยว่าหากนำไปเป็นไม้ปลูกประดับ จะจัดการกับกลิ่นอย่างไร

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:45:15 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณบุษรา ดีค่ะที่มีดอกอุตพิดให้ชม ตอนนี้จะได้สืบทอดความรู้เล่าให้ใครๆฟังได้ว่า เขามีดีอย่างไรจะได้ไม่มีใครรังเกียจว่าเหม็นและไร้ประโยชน์

สิ้นศึก
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 10:47:25 GMT+0700 (ICT)

ที่กระต๊อบผม ก็มีเยอะมาก กลิ่นไม่หอม แต่ก็ดูสดชื่นดี

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 01 2010 17:24:01 GMT+0700 (ICT)

ดีนะคะที่คุณสิ้นศึก ไม่รู้สึกเดือดร้อนกับกลิ่นของดอกอุตพิด แม้ดอกจะสวยงามแต่หากขึ้นเป็นดงอยู่ใกล้ๆก็ท่าจะแย่เหมือนกันนะคะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 08:26:10 GMT+0700 (ICT)
  • พี่นุชครับ
  • ที่ไร่พนมทวนมี
  • แต่ว่าดอกเล็กกว่านี้
  • ทำไมดอกไม้ที่บ้านพี่ใหญ่จัง
  • สมัยเด็กๆๆโดนแม่ให้ขุดทิ้ง
  • เพราะมันขึ้นแล้วรกมาก
  • พี่นุชสบายดีนะครับ
ยุวนุช
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 09:45:47 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะอาจารย์ขจิต ฝอยทอง พี่สบายดีตามประสาสว. ^____^

อุตพิดคงเป็นพืชที่คงทนยังมีให้เห็นทั่วไป หากปล่อยๆก็ขึ้นเป็นดงค่ะ ในบริเวณบ้านมีสองสามต้น ให้คนสวนถอนทิ้งไปแล้วก็มันเหม็นนะคะ พี่ไม่เคยเห็นดอกอุตพิดที่อื่น มาเห็น หรือ สังเกตเห็นก็ที่บ้านนี้แหละค่ะ เลยไม่ทราบว่าที่จริงดอกปกติเขาแค่ไหน คุณยายธีบอกว่าเคยเห็นดอกเป็นสีขาว แสดงว่าคงมีหลายพันธุ์มั้งคะ

คิดถึงจัง เมื่อไหร่จะมีโอกาสไปเยี่ยมไร่พนมทวนดีน้อ

หนานเกียรติ
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 09:48:44 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับพี่นุช

แวะมาเยี่ยมเยียนทักทายครับ

พี่นุชสบายดีนะครับ

ทราบผ่านหลายบันทึกว่าพี่นุชไปแอ่วเจียงใหม่มา ม่วนไหมครับ...

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 10:14:07 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ กำลังว่าจะไปทักทายหนุ่มๆอยู่เชียว หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน ที่จริงพี่เองที่หายไปนานจาก G2K สบายดีค่ะ มีงานโน่นนิด นี่หน่อยที่ได้ทำแล้วเบิกบานใจ

ไปเชียงใหม่ก็เป็นเรื่องงานกับคุณศิลา ไปช่วยกัลยาณมิตรคือน้าอึ่งอ๊อบค่ะแล้วได้เจอชาวG2K หลายๆท่าน ม่วนขนาดค่ะ

เดอมูซอยนั้นคงก้าวหน้าไปเยอะ จะหาโอกาสไปหนาวนี้ค่ะ 

มาตายี
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 20:42:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านพี่

เห็นภาพพี่นุชที่เชียงใหม่ในบล็อคพี่ดาสวยมากๆค่ะ....ยินดีในมิตรภาพด้วยนะคะ..ชมสวนพี่นุชจนเพลินขอกลับก่อนนะคะ...

ผศ.ดร. เมธา สุพงษ์
เขียนเมื่อ Fri Sep 03 2010 09:23:50 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณนายดอกเตอร์

มาเยี่ยมชมสวนดอกอุตพิด คิดไม่ออกเลยจริงหากปลูกไว้เป็นสวนกลิ่นจะเหม็นชวนเมินเพียงใด แต่จริงในความเหม็นก็มีความงามอยู่ไม่น้อย เหมือนเหรียญย่อมมีสองด้านอย่างไรอย่างนั้นเลย

กานดาน้ำมันมะพร้าว
เขียนเมื่อ Fri Sep 03 2010 22:25:09 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คิดถึงนะคะ

      ได้ยินแต่ชื่อ ได้ชมภาพแล้ว สวยนะคะ แต่กลิ่นเหม็นมากเลยหรือค่ะบานหลายวันไหม ดากลัวคุณพี่นุชเหม็นนาน    งานน้อยลงบ้างหรือยังค่ะ 

          

                   กล้วยไม้ มช. คณะเกษตร เพาะขึ้นมาค่ะ

        

           

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 09:08:51 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านน้องดร.มาตายี ชวนกันมาทักทายเป็นทีมนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามชมการรวมตัวกันของสาวสองพันปี ^____^ (ตามคำแซวของอาจารย์วสวัตดีมาร)ค่ะ ภาพถ่ายตอนมืดๆช่วยได้มากค่ะ

ชมสวนแบบไม่มีกลิ่นพอเพลินๆนะคะ

เดี๋ยวจะชวนมาชมอีกบรรยากาศค่ะ

 

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 09:12:07 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะท่านผศ.ดร. เมธา สุพงษ์ ที่มาพักสายตาจากการพิจารณาข้อกฏหมายมาชมธรรมชาติกัน

นั่นซีคะคนสมัยนี้มีรสนิยมที่คาดเดายากนะคะ หรือการที่เขานำไปแต่งสวนได้ปรับปรุงพันธุ์เอาต่อมกลิ่นเหม็นออกไปแล้ว

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 09:17:39 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณดา พี่คิดถึงคุณทุกวันค่ะ เพราะหยิบน้ำมันมะพร้าวใช้นวดมือทุกวัน แถมตอนนี้คนข้างกายก็ซื้อน้ำมันมะพร้าวขวดใหญ่มากินค่ะ เขาทำเองนะคะโดยไม่ได้บอก พอเห็นเขาสนใจจึงเอาหนังสือให้อ่านค่ะ

ตอนนี้ไม่ได้กลิ่นดอกแล้วค่ะ ในบ้านพี่ถอนออกไปแล้ว และที่ดงข้างนอกเจ้าของที่เขาก็มาปรับที่ซะโล่ง คงกลัวงูมาหลบช่วงหน้าฝนค่ะ

ดอกไม้สีม่วงสวยจังค่ะ เดี๋ยวจะตามไปชมภาพดอกใกล้ๆ

กิตติพัฒน์
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 09:44:38 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีครับคุณนายด๊อกเตอร์
  • เคยได้ยินนิทานตำนานดอกอุตพิด (ใกล้เคียงกับตำนานดอกกุหลาบหรือไม่ ไม่ยืนยันนะ )  ไหมครับ
  • มีนิทาน  ( ก็คือนิทานเนาะ)  เล่าว่า....แต่ครั้งแรกเริ่มที่มีดอกอุตพิดเกิดขึ้นในโลก  กลิ่นของดอกอุตพิดหอมหวนชวนหลงใหลได้ปลื้มมาก ๆ  กลิ่นของดอกอุตพิดนั้นหอมมาก หอมฟุ้งไปถึงสรวงสวรรค์โน่น....ทำให้เหล่าบรรดานางฟ้าที่ได้กลิ่นหอมพากันเคลิบเคลิ้มดังต้องมนต์  ดังนั้นเหล่านางฟ้าจึงพากันตามหากลิ่นหอมนั้นจนมาถึงโลกมนุษย์ และได้พบกับที่มาของกลิ่นหอมนี้คือดอกอุตพิด   ยิ่งได้เห็นความงามของดอกและกลิ่นหอมนั้นยิ่งทำให้เหล่านางฟ้าหลงใหลจนลืมกลับไปยังสวรรค์  เดือดร้อนถึงพระอินทร์ และเหล่าเทวดาทั้งหลายที่เคยมีนางฟ้าปรนนิบัติขับกล่อมทุกวันคืน  พระอินทร์จึงให้เทวดามาตุลี ไปสืบสาวราวเรื่องว่านางฟ้าหายไปไหนกันหมด  พอทราบสาเหตุ  พระอินทร์ก็โกรธมาก  จึงสาปให้ดอกอุตพิดมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง จนไม่เป็นที่โปรดปรานของใครที่ได้พบเห็นอีกต่อไปจนมาถึงทุกวันนี้.....จบ
Boo
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 09:52:44 GMT+0700 (ICT)

วันเสาร์สวัสดีค่ะ  ยังไม่เห็นภาพบรรยากาศไปเวียงพิงค์ จากมุมมองพี่นุชสุดสวาทบาดใจเลย รอชมด้วยใจระทึก และระลึกค่ะ ;)

saifon
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 10:02:26 GMT+0700 (ICT)

จากข้อความ 31

อ่านนิทานตำนานดอกอุตพิดแล้วเศร้าจังเลย พระอินทร์ใจร้ายจัง

ดิกไม้หอมๆ เลยหายไปดอกหนึ่งเลย

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 11:29:56 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคุณกิตติพัฒน์ ค่ะสำหรับตำนานดอกอุตพิด เพิ่งเคยได้ยิน จะขอยกไปใส่ในเนื้อเรื่องบันทึกนะคะ

น่าสงสารดอกอุตพิดที่ถูกสาป แทนที่เทวดาจะไปอบรมให้นางฟ้าละการยึดติดหลงในกิเลส กลับไปลงโทษดอกอุตพิดซะนี่ จะว่าแก้ไม่ถูกต้นเหตุแท้จริงก็ได้นะคะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 11:33:14 GMT+0700 (ICT)

บรรยากาศเวียงพิงค์จากพี่เห็นจะไม่ได้ชมนะคะน้องปูจ๋าpoo เพราะพี่ไม่ได้เอากล้องไป คือเรื่องของเรื่องเกิดจากอาการเบื่อหน้ากล้องนี้ขึ้นมาเล็กๆ เลยไม่ค่อยเอาไปไหนด้วยแล้ว อิ อิ กิเลสไปเล็งกล้องใหม่ ดูจากกล้องพี่ๆท่านอื่นก็เต็มอิ่มแล้วนะคะ

ขอบคุณที่มาจ๊ะเอ๋วันเสาร์ ให้เบิกบานแต่เช้าค่ะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Sat Sep 04 2010 11:35:30 GMT+0700 (ICT)

นั่นซีคะคุณsaifon พระอินทร์ลงโทษผิดที่ ผิดตัวนะคะ ยังดีไม่สาปให้ดอกขี้เหร่ แค่มองกงามตาดีไม่น้อย ชมห่างๆก็แล้วกันจะได้ไม่ได้กลิ่นค่ะ

ขอบคุณที่มาแวะค่ะ

นงนาท สนธิสุวรรณ
เขียนเมื่อ Wed Sep 15 2010 14:50:43 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ..เพิ่งเคยเห็นดอกไม้นี้..มีภาพดอกไม้ป่าขนาดใหญ่จากเพื่อนมาฝาก..เขาเล่าว่ามีกลิ่นน่ารังเกียจเหมือนกันค่ะ..แต่หนุ่มที่ post อยู่ใกล้ๆกลับยิ้มสดชื่น ??..

ขอดวามรู้
IP: xxx.172.172.153
เขียนเมื่อ Tue Sep 28 2010 15:44:59 GMT+0700 (ICT)

กำจัดอย่างไรครับ มียาฆ่าสูตรไหนบ้างไหมครับ เวลาออกดอกสัก๔-๕ดอกคนก็หนีกันหมดแล้ว

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Fri Oct 01 2010 10:12:10 GMT+0700 (ICT)

ขอโทษคุณพี่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ อย่างยิ่งที่มาตอบและขอบคุณช้ามากค่ะ

ดอกไม้ชนิดนี้รูปร่าง ขนาด สีสันดึงดูดใจมนุษย์ให้อยากชม แต่กลิ่นดึงดูดแมลงให้อยากมากินเกสรนะคะ เคยชมสารคดีเขาบอกว่าเหม็นเหมือนเนื้อเน่า หนุ่มคนนี้ไม่กลัวกลิ่นเลยนะคะ

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Fri Oct 01 2010 10:15:50 GMT+0700 (ICT)

คุณขอความรู้ ถามเรื่องการกำจัดต้นอุตพิด ดิฉันไม่ทราบหรอกค่ะ และที่บ้านก็ไม่ใช้สารเคมีพวกยาฆ่าแมลง หรือปุ๋ยเคมีกับต้นไม้ค่ะ หากไม่ถูกชะตากับต้นอะไรก็ใช้ขุด ถอน ถากถางออกไปค่ะ อย่างต้นอุตพิดในเขตบ้านเราก็จะให้คนสวนถอนตั้งแต่ยังไม่มีดอก ใบเขาใหญ่เห็นชัดค่ะ

ขอบคุณที่สนใจมาแวะอ่านและมีคำถามมาค่ะ

nobita
เขียนเมื่อ Mon Aug 26 2013 22:04:31 GMT+0700 (ICT)

ตามมาอ่านและขออนุญาตนำลิงค์ไปแชร์ต่อนะครับ ขอบคุณความรู้ครับ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า