อ่านค่านพลักษณ์


ปีก่อน ผมลองทดสอบนพลักษณ์ตามที่เล่าไว้ในบันทึก "ผู้หญิงมีโอกาสในงานบริหารแค่ไหน" http://gotoknow.org/blog/beingaboss/119343 ซึ่งอ่านผลแบบง่ายๆ ได้ว่า เป็นปราชญ์[แบบ5]-เป็นนักบุญ[แบบ2]-แล้วตามด้วยเป็นนักปฏิรูป[แบบ1] ที่อยากเรียนถามอาจารย์คือการอ่านค่า ใช้ลักษณ์ที่ได้คะแยยสูงสุดอันเดียว หรือว่าดูอันที่ได้คะแนนรองๆลงไปด้วยครับ ที่ถามคือคะแนนเป็น 7 6 5 ตามลำดับ มันดูไม่ห่างกันนัก และผมก็ยอมรับได้ไม่ว่าตัวเลขจะออกมาเป็นอะไร ผมเป็นแบบที่ผมเป็นอยู่ดีครับ


ความเห็น (4)

ไม่มีความเห็น


คำตอบ (1)

ถาม - การอ่านค่า ใช้ลักษณ์ที่ได้คะแนนสูงสุดอันเดียว หรือว่าดูอันที่ได้คะแนนรองๆลงไปด้วย (คะแนนเป็น 7 6 5 ตามลำดับ มันดูไม่ห่างกันนัก)

ตอบ - ผมศึกษานพลักษณ์ตามแนวทางของเดวิด แดเนียล และเฮเลน พาล์มเมอร์ ซึ่งไม่ใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือ แต่ใช้วิธีการสังเกตุตัวเอง และการเข้าร่วมกลุ่มศึกษา สัมภาษณ์กลุ่ม (panel interview) ตามแบบที่เรียกว่า narative tradition หรือประเพณีการบอกเล่าเรื่องราวโดยผู้ที่ค้นพบลักษณ์ของตัวเอง (เพื่อผู้ฟังจะได้เปรียบเทียบกับประสบการณ์ของตัวเอง) และก็ด้วยเหตุดังนี้ จึงไม่มี "ผู้เชี่ยวชาญ" ที่รู้หมดทุกรายละเอียดของทุกลักษณ์ คนที่เป็น expert จริงก็คือเจ้าของลักษณ์นั้นๆ คนอื่นก็ศึกษาทำความเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง  

ผมจึงไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการใช้แบบทดสอบเพื่อค้นหาลักษณ์นัก เคยลองทำแบบทดสอบเหมือนกัน ทำแล้วก็ได้ความรู้สึกเดียวกับคุณ Conductor คือรู้สึกว่าอันนั้นก็ใช่อันนี้ก็ใช่ บางอันคะแนนก็ใกล้เคียงกันมาก ในภายหลังผมเลยไม่สนใจแบบทดสอบไปเลย (แต่ไม่ได้หมายความว่าวิธีการใช้แบบทดสอบไม่ดี หรือใช้ไม่ได้กับคนอื่น) ลูกๆ ผมก็ทดลองกันแล้วได้ผลแบบเดียวกันคือคะแนนเท่าๆ กันระหว่างหลายลักษณ์

อย่างไรก็ตาม ขอแสดงความเห็นเท่าที่พอมีความรู้(และประสบการณ์จากการสังเกตตัวเองและคนใกล้ชิด)อยู่บ้าง ดังนี้ครับ

คน 5 ขับเคลื่อนชีวิต "หัว" หรือการ "คิด" เป็นหลัก (เช่นเดียวกับ 6 และ 7 ที่อยู่ใน "ศูนย์หัว" หรือ "ฐานคิด" ด้วยกัน แต่คิดกันคนละอย่าง) คน 5 มักคิดถึงการขาดแคลน จึงชอบสะสมทั้งสิ่งของและข้อมูลความรู้ คน 5 จึงมีข้อมูลเยอะ จะทำอะไรทีก็ต้อง "หาข้อมูล" ก่อน กว่าจะ "ลงมือ" ทำอะไรทีจึงชักช้า กระทั่งไม่ได้ทำไปเลยก็มี และก็มัก "รู้จริง" หากยังไม่รู้จริงจะไม่แสดงออก หรือบอกเรื่องนั้นแก่ใคร และเลือกด้วยว่าจะบอกใคร ถ้าคน 5 บอกเรื่องที่เขารู้ให้ใคร คนนั้นโชคดีเพราะแสดงว่าเขารักและวางใจ คน 5 แสดงความรักต่อคนอื่นด้วยการ "ให้ข้อมูลความรู้" (โดยที่คน 5 เอง รู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) คน 5 เก่งในการแยกข้อมูลออกจากความคิดเห็นและความรู้สึก จึงมักวิเคราะห์อะไรได้ดี ขณะที่แยกความคิดออกจากอารมณ์ความรู้สึกได้นั้น คน 5 กลับไม่เก่งในการเข้าใจความรู้ (ใช้ "ใจ" ไม่เก่ง) จึงมักจะทื่อๆ อ่าน "ความคิด" คนอื่นได้ขาด แต่อ่าน "ใจ" เขาไม่ออก กระทั่งบางคนก็ไม่ในใจที่อ่านใจใครด้วย ความที่คิดเก่งจึงมีเหตุมีผลมีหลักการมาก เถียงกันสู้คน 5 ไม่ได้ในเชิงการคิด(ข้อมูลและเหตุผล) แต่คน 5 ก็แพ้โดยไม่รู้ตัวอยู่ดี คือ คน 5 ไม่อาจชนะ "ใจ" คนใกล้ชิดหรือคู่สนทนาได้ คน 5 (รวมทั้ง 6 และ 7) ไม่เข้าใจเรื่อง "หัวใจมีเหตุผล ที่เหตุผลไม่เข้าใจ) คน 5 จำนวนมากจึงไม่เข้าใจเวลาถูกแซวว่าเป็นพวกไม่มีหัวใจ พวกเย็นชาไร้ความรู้สึก

คน 2 (รวมทั้ง 3 และ 4) เป็นพวกที่ชีวิตขับเคลื่อน(หรือสัมพันธ์กับโลกภายนอก)ด้วย "ใจ" เป็นหลัก หากงานบรรลุเป้าหมายโดยที่คนต้องแตกแยกกัน คน 2 อาจรับไม่ค่อยได้ เพราะเขาเอา "คน" มาก่อน คน 2 เก่งมากในการจับ "ความรู้สึก" คนอื่น คน 2 บางคนสามารถ "รู้สึก" แทนคนอื่นได้เลย (อย่างเดียวกับที่พวกศูนย์คิดชอบคิดแทนคนอื่น จนคิดมากเกินจริงอย่างคน 6 หรือคิดน้อยกว่าความจริงอย่างคน 7) คน 2 ไปรู้สึกแทนใครต่อใครอย่างเดียวไม่พอ take action ด้วย จนบางครั้งเป็นการยัดเยียดไป คน 2 (ที่ไม่ได้ศึกษาตัวเองอย่างดีพอ) จะไม่เข้าใจว่า "การให้" แก่คนอื่นนั้น ลึกๆ แล้วต้องการความรักความสนใจตอบแทน ปูมชีวิตในวัยเด็กมักได้รับความรักเมื่อได้ทำอะไรให้พ่อแม่หรือคนรอบข้างพอใจ คน 2 บางคนยอมเบียดเบียนตัวเองเพื่อทำให้คนอื่นพอใจ กระทั่งยอมสละตัวเอง คน 2 บางคนใช้ความสามารถพิเศษในการเข้าถึงความรู้สึกคนอื่นในการ "หว่านเสน่ห์" เพื่อแลกกับความรักความสนใจหรืออภิสิทธิ์บางอย่าง

คน 1 เป็นพวกสมบูรณ์แบบ ทนความไม่มีระเบียบวินัย ไม่มีกฏไม่มีเกณฑ์ไม่ได้ จะหงุดหงิด พฤติกรรมภายนอกที่คนอื่นเห็นจึงเป็นแบบขี้บ่นจนถึงแสดงอาการโกรธบ่อย(แต่ไม่รุนแรงเหมือนพวกเบอร์ 8 เจ้าของฉายา "เจ้านาย" ที่ระเบิดความโกรธอย่างรุนแรง แต่หายเร็ว 8-9-1 อยู่ในกลุ่มศูนย์ท้องหรือฐานกายด้วยกัน) คนหนึ่งมักหาอะไรทำทั้งวัน ทำอยู่นั่นแหละเพราะมีสิ่งที่ "สมควรทำ" อยู่ตลอดเวลา (ก็โลกมันไร้ระเบียบ ไม่สมบุรณ์แบบเสียที คนอย่างฉันจึงต้องจัดให้มันเข้าที่เข้าทางเป็นระเบียบ ก็เลยต้องทำ ทำ และทำ อยู่ตลอดเวลา แล้วก็ทำไปบ่นไปด้วย)

คุณคอนดักเตอร์บอกว่าทำแบบทดสอบแล้ว คะแนน 5 มาเป็นอันดับหนึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นพวก "ศูนย์หัว" (ฐานคิด) ถนัดการใช้ความคิดสัมพันธ์กับโลก และก็ใช้ใจแบบเบอร์ 2 รองลงมา สุดท้ายคือใช้การลงมือทำในสิ่งที่สมควรทำแบบ 1  

การพัฒนาตนเองตามแนวทางนพลักษณ์สายพาล์มเมอร์-แดเนียลที่สำคัญอันหนึ่งคือการสร้างสมดุลย์ระหว่าง กาย-ใจ-หัว  ดังที่แดเนียลเขียนคำนำให้หนังสือของพาล์มเมอร์ว่าเราแต่ละคนเข้าใจตัวตนแห่งบุคลิกภาพของเราเพื่อให้สามารถอยู่กับมันได้ (รู้เท่าทันตัวตนนั้นทุกขณะที่มันทำงานในตัวเรา) แต่มันก็มีประโยชน์ตรงที่มันทำให้เราได้เข้าถึง "ตัวตนแห่งแก่นแท้" ของเราด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชีวิตส่วนบุคคลของเรา "เปี่ยมสุขด้วยดุลยภาพ"



ความเห็น (4)

ขอบพระคุณมากครับอาจารย์ ที่จริงผมก็ทำเล่นสนุกๆ เวลาทำนั้นตอบไปตามที่รู้สึกอย่างรวดเร็ว ไม่ได้คิดอะไร แล้วไม่ได้สนใจว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนจะตรงหรือไม่ ต้องให้คนที่รู้จักประเมินเอาครับ

นี่ล่ะนะครับ ลองทดสอบอีกที่หนึ่ง ได้ผลมาคนละเรื่องเลย เหมือนปั่นแปะยังไงก็ไม่รู้ครับ

Main Type
Overall Self
Take Free Enneagram Personality Test
Enneagram Test Results
Type 1 Perfectionism |||||||||||||| 58%
Type 2 Helpfulness |||||||||||||||||||| 86%
Type 3 Image Focus |||||||||||| 50%
Type 4 Hypersensitivity |||| 14%
Type 5 Detachment |||||||||||||| 54%
Type 6 Anxiety |||||||||||||| 54%
Type 7 Adventurousness |||||||||| 38%
Type 8 Aggressiveness |||||| 26%
Type 9 Calmness |||||||||||||| 58%
Your main type is 2
Your variant is social
Take Free Enneagram Personality Test

ผลจากแบบทดสอบนี้ อาจจะไม่สามารถถือเป็นจริงจังได้มากนัก แต่ก็มีส่วนถูกด้วยกันทั้งคู่ครับ

คน ๕: ภาพลักษณ์ผมก็เป็นอย่างนั้นจริง แต่ด้วยหน้าที่การงาน ผมอ่านความคิด และอ่านคนได้ค่อนข้างดีนะครับ แถมยังไม่ต้องสนใจในเรื่องที่คิดว่าไม่จำเป็นได้ด้วย อาจดูแข็งไปบ้างแต่ผมไม่ถือครับ -- เลือกทำในเรื่องที่เกิดประโยชน์ ไม่มีเวลาเรื่อยเจื้อยครับ

คน ๒: อันนี้ไม่ต่างจากที่ประมวลได้จาก feedback ทั้งทางตรงและทางอ้อมครับ เคยเป็นศิราณีที่ใครๆมาปรึกษาบ่อยๆ (พึ่งได้) ซึ่งใช้เป็นวิธีเรียนรู้ชีวิต แต่ผมกลับไม่ค่อยไหลไปตามกระแส เลือกทำเฉพาะที่(รู้สึกว่า)ทำได้ดีเท่านั้นเนื่องจากมีงานเยอะครับ ผมเป็นนายคนที่ไม่ใช่แบบ "คน ๘" แน่นอนครับ

การค้นหาลักษณ์แบบคร่าวๆ ตามแนวทางของพาล์มเมอร์เขาจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Type Interview (แบบสองต่อสองกับผู้ที่มีประสบการณ์และได้ผ่านการฝึกการสัมภาษณ์ลักษณ์มาแล้ว) สมาคมนพลักษณ์ไทยมีบริการนี้โดยไม่มีค่าใช้ แต่ต้องนัดล่วงหน้า

ตามความเข้าใจผม ขั้นแรกสุดเขาจะสัมภาษณ์เพื่อหา "ศูนย์" ก่อนว่าบุคคลนั้นอยู่ในศูนย์ใดใน ๓ ศูนย์ คือ ศูนย์กาย ศูนย์ใจ หรือศูนย์หัว จากนั้นเมื่อเห็นว่าคนนั้นมีแนวโน้มของแบบแผน หรือความเคยชินในการแสดงออกของพฤติกรรมตามแผนใดมากที่สุดแล้ว ก็ลงรายละเอียดต่อไปว่า คนนั้นน่าจะเป็นลักษณ์ในศูนย์นั้น ศูนย์กาย ๘-๙-๑ ศูนย์ใจ ๒-๓-๔ และศูนย์หัว ๕-๖-๗

โดยเขาจะสังเกตุหลายๆ อย่าง ที่สำคัญอันหนึ่งคือ keyword ที่แฝงอยู่ในคำพูด (เช่นเบอร์ ๑ มักพูดว่า "ต้อง" "สมควร" หรือ "ทำไม")

หากจะใช้การทำแบบทดสอบแทนการสัมภาษณ์ ดูจากผลเทสต์คร่าวๆ ของคุณ Conductor คะแนนรวมของ "ฐานใจ" (อารมณ์ความรู้สึก) สูงสุด

รองลงมือคือ "ฐานคิด" (ตรรกะ) และน้อยสุดคือ "ฐานกาย" (การลงมือทำ)

แต่ฐานคิดกับฐานใจก็ต่างกันไม่มาก และคะแนนในฐานคิด ๕ (ที่มีโลกทัศน์ว่าโลกนี้ขาดแคลน)กับ ๖ (ที่มีโลกทัศน์ว่าโลกนี้ไม่น่าไว้วางใจ)เท่ากัน

ในการทำ type interview โดยทั่วไปเขาก็จะตั้งสมมุติฐานให้ไป ๒ เบอร์ ให้คุณไป "สังเกต" ตัวเองต่อในเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน (เหตุการณ์ใหญ่ๆ มักซับซ้อน ยากแก่การวิเคราะห์) จนเจ้าตัวสามารถให้น้ำหนักกับเบอร์ใดเบอร์หนึ่งมากขึ้นด้วตนเอง

ตามทฤษฎีของนพลักษณ์ยังมีเรื่องของ "ปีก" และ "ลูกศร" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ๖ (ศูนย์กลางของศูนย์คิด มีลูกศรโยงไปที่ ๓ (ศูนย์กลางของฐานใจ) และวิ่งไปที่ ๙ (ศูนย์กลางของฐานกาย) ๖ เป็นเบอร์เดียวของฐานคิดที่มีลูกศรโยงกับฐานใจ คุณคอนดักเตอร์จึงน่าลองสังเกตลักษณะของ ๓ ดูด้วย (แม้คะแนนจะน้อย - ผมพบหลายคนที่ทำเทสต์ออกมาคล้ายๆ คุณคอนดักเตอร์ พอสังเกตไประยะหนึ่งคล้ายจะเป็น ๓ ด้วย)

คน ๓ มีหลายชื่อ เช่น นักแสดง (เพราะเขาสามารถทำอะไรได้หลายอย่างหลายบทบาท ตามความคาดหวังของผู้อื่น และมักจะทำได้ดีทุกบทบาท เป็นผู้ที่มักทำอะไรก็สำเร็จ เพราะมีความมุ่งมั่นสูง motivate คนอื่นให้มาทำด้วยเก่ง บางครั้งก็ทำจนตัวเองหมดแรง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี