จากข่าวใหญ่เมื่อเธอถูกฆาตกรรมอำพราง สาวใหญ่เครียดลูกส่งเงินจากต่างประเทศสร้างบ้านหรูเกือบ 5 ล้าน ยังไม่ทันไรบ้านก็พังตัดสินใจแขวนคอคาราวบันได

จากข่าวใหญ่เมื่อเธอถูกฆาตกรรมอำพราง  สาวใหญ่เครียดลูกส่งเงินจากต่างประเทศสร้างบ้านหรูเกือบ 5 ล้าน ยังไม่ทันไรบ้านก็พังตัดสินใจแขวนคอคาราวบันได                เหตุรายนี้เกิดเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 9 ต.ค. 2550  พ.ต.ต. สุริยา แสงอ่อนตา พงส. สภ.อ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 27/27 หมู่บ้านสิทธิรมย์ 5 ซอย 7 ถ.รอบเมือง ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท. ภากร สุขประเสริฐ สวป. แพทย์เวรจาก รพ.ร้อยเอ็ด และหน่วยกู้ภัยอโสกที่เกิดเหตุเป็นบ้านสไตส์หรู โอ่โถง บริเวณบันไดขึ้นชั้น 2 พบศพนาง ฐิติวัจน์ ผลพรรณทิน อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 172 หมู่ 5 ต.นิเวศน์ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ใช้เชือกในล่อนสีเขียวยาวกว่า 5 เมตรผูกคอตายห้อยโตงเตงกับราวบันไดสแตนเลส ในสภาพสวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อคอกลมแขนสั้นสีดำ ลำคอถูกเชือกรัดจนเป็นร่องลึก ขาและเท้าทั้ง 2 ข้างเริ่มมีสีดำคล้ำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง  และที่บนโต๊ะห้องชั้นล่างเจ้าหน้าที่พบจดหมายของผู้ตายเขียนลาตายว่า บ้านหลังดังกล่าวสร้างมาไม่กี่เดือนโดยว่าจ้างบริษัทรับเหมารายหนึ่งก่อสร้างในราคา 4.5 ล้านบาท โดยลูกสาวที่ไปทำงานอยู่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ส่งเงินมาให้ หลังสร้างเสร็จแค่เดือนเศษเข้าอยู่อาศัย เกิดมีฝนตกหนักกระจกบานใหญ่บนชั้น 2 พังลงมาแตกเสียหาย จึงได้ไปจ้างวิศวกร จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่นมาตรวจสอบและประเมินค่าซ่อมแซมต้องใช้เงินอีกกว่า 4 หมื่นในการซ่อมแซม จากนั้นผู้ตายจึงไปร้อง สคบ.ให้ดำเนินการกับผู้รับเหมา พร้อมกันนั้นได้จัดหาทนายเตรียมยื่นฟ้องเจ้าของโครงการ  ประกอบกับผู้ตายไปเปิดร้านรับทำบัญชี และร้านคาราโอเกะอยู่ในเขตเทศบาลต้องประสบปัญหาทางเศรษฐกิจรุมเร้าหลายอย่างจึงคิดหนัก  ขณะสามีและลูกสาวอีกคนไม่อยู่บ้านตัดสินใจแขวนคอตนเองดับคาบันไดบ้านดังกล่าวนั่นคือเนื้อข่าวที่เกิดขึ้นในหน้าหนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชนที่ได้รับทราบ  วันก่อน  เธอ เข้าร้องเรียนต่อ สคบ.เรื่องบ้านที่เธอซื้อด้วยเงินสดราคา 3.5 ล้านบาท ริมลำห้วยเหลือ ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด ยืนดูที่ประตูลำห้วยเหนือ ตรงข้ามกับวัดบูรพาภิราม อ.เมืองร้อยเอ็ด ยังเห็นบ้านเธอยืนสง่ายาม สมกับราคา 3.5 ล้าน สนามหญ้า ราคา 1.5 ล้าน ราคาถมที่ จัดสวน อะไรจะปานนั้น  เธอยื่นฟ้องร้องต่อศาล โดยมีทนายความ คือนางสาว นภาพร พวงช้อย ทนายความชั้นหนึ่ง อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา ครั้งที่ผ่านมา  วันนี้ต้องมาพบศพเธอตายอย่างน่าเวทนา โดยการแขวนคอตายที่ราวบันได เธอเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน บ้านหลังนี้เธอซื้อด้วยเงินสด ของทาญาติ ที่ทำงานต่างประเทศ ราคา 3.5 ล้านบาท ด้วยเงินสดๆ และเธอว่าจ้าง วิศวกร จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในราคา 3.5 หมื่นบาท เพื่อการตรวจสอบตัวอาคาร เพื่อการฟ้องร้องเรียกค่าสินไหม ทดแทน เพราะสภาพบ้านหลังนี้ โหลยโท่ย ตามคำบอกกล่าวและมีการเสนอข่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2550 โดยข้อความดังเนื้อหาดังต่อไปนี้    ซื้อบ้านก่อสร้างราคา 3 ล้านห้าแสนเพียง 7 เดือนทรุดหน้าต่างพังเพดานหล่นทับขณะอาบน้ำ เมื่อวันนี้(1 ส.ค. 50) นางวิภารัตน์  กลิ่นประเสริฐ ผู้รับมอบอำนาจจาก นางสาวมาสสุภา  กลิ่นประเสริฐ (หรือฐิติวัจน์ ผลพรรณทิน)  อายุ 49 ปี  บ้านเลขที่ 172  หมู่ที่ 5 ต.นิเวศน์ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด  และนายสุชาติ  วันทะยา ผู้รับมอบอำนาจจากนางโชติกา พรทินผล อยู่บ้านเลขที่ 359-361 ถ.เทวาภิบาล  ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ สำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ภายในศาลกลางจังหวัด ชั้น 2 มีนายวิษณุ นาแสวงและนายสุริโย บุษบง ร่วมเป็นพยานในการจดบันทึก  เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม ต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดร้อยเอ็ด จากกรณีทำสัญญาเช่าซื้อบ้านพักอาศัย บ้านเลขที่ 27/27 ซอยรอบเมือง  5 ตำบลในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2548 นางสาวมาสสุภา กลิ่นประเสริฐ ได้ทำสัญญาเช่าซื้อบ้านพักอาศัย  แบบ 2ชั้น พร้อมที่ดิน กับนางโชติกา พรทินผล ห้างหุ้นส่วนจำกัดสิทธิชน ในวงเงิน 3,550,000บาท(สามล้านห้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยจ่ายเป็นเงินสดให้นางโชติกาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 ตนเข้าพักอาศัยปรากฏว่าบ้านมีปัญหาหลายประการ มีรอยแตกร้าวไปทั่วตัวบ้าน ขอบหน้าต่าง ขอบประตู ผนัง ฝ้าเพดาน โดยหนังสือข้อตกลง ตามหนังสือที่ ร้อยเอ็ด ที่ รอ.0016.3/10557 ลงวันที่  5 กรกฎาคม 2550 และตามหนังสือที่ รอ.016.3/10558 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2550 นางสาวมาสสุภา กลิ่นประเสริฐ กล่าวว่า บ้านหลังนี้ตั้งริมลำห้วยเหนือประมาณ 3 เมตร สร้างแบบมักง่าย วัสดุราคาถูก ประตูปิดไม่สนิท เมื่อฝนตกมีนำไหลซึมเข้าห้องนอน ห้องนั่งเล่น ต้องใช้ผ้าขนหนู หรือผ้าขี้ริ้วมารองซับน้ำเวลาฝนตก เลวร้ายยิ่งกว่านั้น เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2550 เกิดเหตุประตูกระจกเลื่อน สูง 2.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร ทางออกระเบียงหน้าบ้านชั้น 2 ทับเตียงนอนห้องลูกสาว หน้าต่างขนาด สูง 1 เมตร ยาว 2 เมตร หลุดหายไปในลำห้วยเหนือ  คนเก็บขยะเก็บไปขายแล้ว ห้องน้ำภายในห้องนอน ชั้น 2 ด้านทิศตะวันตก ติดลำห้วยเหนือ พังลงมาขณะที่ตนกำลังอาบน้ำ ฝ้าเพดาน 7 แผ่นกองอยู่กับพื้น ห้องน้ำภายในห้องนอนลูกสาวทรุดตัวลงประมาร 10 เซนติเมตร รอยร้าวไปทั่วตัวบ้าน น้ำรั่วซึมทั่วตัวบ้าน หากเข้าไปภายในบ้านจะพบผ้าเช็ดตัว วางเรียงรายไปรอบตัวบ้านทั้งชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 โดยเฉพาะที่หน้าต่างบันไดขึ้นข้าวหากฝนตกเหมือนกับน้ำตก ไหลลงตามขั้นบันได เปียกเจิ่งนองพื้นชั้นล่างบริเวณห้องรับแขก เป็นบ้านที่ขาดมาตรฐานอยู่ไปไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ผ้าม่านราคากว่า 150,000 บาท เตียงนอน ที่นอน รูปภาพ พรมปูพื้น เสียหายย่อยยับ ตนมีความต้องการให้ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสิทธิชน  ซื้อบ้านคืน ในราคา 3,550,000 บาท ราคานี้ตนเองขาดทุนแน่นอนเพราะ ตนเองตกแต่งสวน ถมดินแล้วกว่า 1,500,000 บาท ตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ ทางด้านนายสุชาติ อันทะยา ผู้รับมอบอำนาจ จากนางโชติกา  หจก.สิทธิชน กล่าวว่า ต้องให้วิศวกร ของ หจก.สิทธิชน พร้อมด้วย วิศวกรเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เป็นผู้ตรวจสอบแล้วประเมินความเสียหายภายหลัง นายบรรจง โฆษิตจีรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า มอบหมายให้นายคมนตรี จิตชัย วิศวกรโยธา ภย.27004 จากกองช่างเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เข้าทำการตรวจสอบพร้อมรายงานการสำรวจสภาพอาคาร เจ้าของอาคาร นางสาวมาสสุภา กลิ่นประเสริฐ สถานที่ตั้งอาคาร 27/27 ถนนรอบเมือง 5 ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2550  ทั้งหมด 25 หน้ากระดาษ กรณีที่น้ำไหลซึมตามผนังอาคาร เกิดจากรอยร้าวตามขอบวงกบประตูหน้าต่าง รอยต่อมีอลูมิเนียมกับผนัง ยาแนวด้วยซีลีโคน ไม่มีคุณภาพ รอยแตกร้าวช่างดำเนินการไม่ถูกตามหลักวิชาการ อาคารที่ตั้งใกล้คลองน้ำ ฤดูฝนนำหลาก บริเวณฐานรากเกิดการเคลื่อนตัว (ตามหลักแบบฐานรากแผ่) อันเป็นสาเหตุให้เกิดการทรุดตัวของอาคาร ต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด คาน แตกร้าวเพราะรับน้ำหนักไม่ได้เกิดการแอ่นตัว  การแตกร้าวรอยต่อระหว่างคานกับเสา รอยแตกเกิดจากบนลงล่าง ฐานรากที่ปลายฝั่งทรุดตัว  รอยแตกแนวนอนเกิดจากการก่อฉาบแอ่นตัว แตกตามแนวดิ่ง เกิดจากฐานทรุดตัว ผนังแตกบริเวณมุมวงกบ เกิดจากฐานรากทรุดตัวไม่เท่ากัน  เสาแตกร้าวเกิดตากการทรุดตัวฐานราก ของเสาข้างเคียง  ทุกขั้นตอน วิศวกรเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด มีหลักฐานทั้งภาพถ่าย ตัวบ้าน รอบบ้าน รอยทรุดตัวของดิน พร้อมรายงานให้ นายกเทศมนตรีทราบทุกขั้นตอนนายบรรจง โฆษิตจีรนันท์ กล่าวว่า รายการประกอบแบบก่อสร้าง ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด โดยนางสาวมาสสุภา กลิ่นประเสริฐ นายนิติกร ทองกุล ภสถ.6965 นายพัฒน์พงศ์ ศรีทอง ภย.20314  และนายสุนทร กามจันดี บ้านเลขที่ 231 ถ.สริยเดชบำรุง อ.เมืองร้อยเอ็ด  พร้อมการตรวจสอบผังบริเวณ จากนายณรงค์ชัย ศรีสุกอง นายช่างโยธา หากมีการตรวจสอบขั้นตอนต่อไป เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดพร้อมให้การคุ้มครองประชาชนนายพินิจ พิชยกัลป์  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ส่งหนังสือถึง นางวิภารัตน์ กลิ่นประเสริฐ (หรือฐิติวัจน์ ผลพรรณทิน) ผู้ร้องทุกข์ หรือผู้รับมอบอำนาจ และถึงนางโชติกา (ห้างหุ้นส่วนจำกัดสิทธิรมย์) โดยผู้ร้องทุกข์ผ่านคณะอนุกรรมการการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดร้อยเอ็ด  จึงอาศัยอำนาจพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราบัญญัติคุ้มครองผับริโภค(ฉบับที่2)พศ.2541 มาตรา 5(4)และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่  ตามพระราชบัญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2527 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่  มีอำนาจเรียกให้ท่านหรือผู้รับมอบอำนาจ ไปให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และเจรจากับคูกรณี ณ สำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 2 อาคาร 5 ชั้น ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด  ในวันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชนผู้ที่บริโภค ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าววันนี้นางสาวมาสสุภา  กลิ่นประเสริฐ (หรือฐิติวัจน์ ผลพรรณทิน) เจ้าของบ้านได้นำ คณะสื่อมวลชนขึ้นไปตรวจสอบ บ้านหลังดังกล่าว สภาพโดยทั่วไปบ้านมีรอยแตกร้าวไปทั่ว ฝ้าเพดานห้องน้ำกองอยู่กับพื้น โครงเหล็ก กระจกประตูเลื่อนพังทับเตียงนอน หน้าต่างหลุดหายไป เสาทรุดตัว มีผ้าเช็ดตัววางเรียงรายรอบผนังอาคารบ้าน รอยผ้าม่านขึ้นราย เตียงนอนผุพัง เฟอร์นิเจอร์เสียหาย โดยเฉพาะเวลานอน จะได้ยอนเสียงดังโยกเยกของตัวบ้าน กลัวบ้านหลังละ 3.55 ล้าน พังทับตาย หากเป็นเงินผ่อนส่งคืนบ้านไปแล้ว นี้เป็นเงินสด ฉันอยู่บ้านหลังนี้อย่างหวาดผวา มีหลานสาว สามี ครบครัวซื้อบ้านผิดคิดมากจนปวดหัว อยากจะหนีจากบ้านหลังนี้จริงๆทำบุญขึ้นบ้านใหม่ยังไม่ล้างถ้วย บ้านพังแล้ว ผิดหวังจริงๆทั้งๆที่ซื้อจากคนที่ไว้ใจได้วันนี้ เธอ ต้องจบชีวิตลง ด้วยความตาย สังคมที่มองความยุติธรรม  สังคมที่มองเห็นว่า สคบ.คือความมุ่งหวังของคนผู้ต้องการความยุติธรรม วันนี้ให้คณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบ ด้วยว่า เธอเสียชีวิตอย่างมีอะไรแอบแฝง หรือตายเพราะสาเหตุใด  บ้านที่สวยหรูแต่ไร้ความสุข ตลอดระยะเวลาที่เข้าอาศัย ทุกข์  ขอให้เป็นหลังสุดท้ายของคนที่ต้องมาซื้อบ้าน ราคา 3.5 ล้านบาท ด้วยเงินสด สุดท้ายมันคือความตาย เพราะสภาพบ้านที่สุดแสนห่วยแตก ขอให้วิศวกร โปรดได้ยึดหลักวิชาชีพของท่าน หากดวงวิญาญณ ของเธอ มีจริงโปรดรู้ด้วยว่า เรา ยังขอความเป็นธรรมให้เธอ งานใหม่ พล ต.ต.คณิสร น้อยนารถ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ต้องให้การดูแลเรื่องนี้ด้วย  เพื่อน รุ่น 02 ร้อยเอ็ดวิทยาลัยและเพื่อนรักชาวรุ่น
คำตอบ
คนรวยมากย่อมทุข์มาก
nana

อ่านแล้วสงสารจังเลย 

คนเกินร้อย
ขอความเป็นธรรมให้เธอด้วย เธอไม่ได้ฆ่าตัวตายตามข่าว ขณะนี้เพื่อนๆลูกและสามีกำลังดำเนินการ หาพยานเพื่อจับกุมผู้กระทำผิดมารับโทษแต่ติดขัด ไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ มีแต่พยานแวดล้อม ร้อยเวรผู้รับผิดชอบคดี ไม่ค่อยจะมีเวลาเพื่อจะสอบหาข้อเท็จจริงให้กับเธอ หากผู้สื่อข่าววัชรินทร์ มองเห็นถึงความเป็นธรรมในสังคม ช่วยติดตามตำรวจให้ด้วยนะครับ จะเป็นกุศลอย่างแรงกล้า
ฉันรู้ว่าทุกคนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น***ตำรวจบอกว่าไม่มีเวลา**ฮึ***ฉันจะฟ้องเสรีพิศุทธิ์

พันธมิตรโจรปล้นประชาธิปไตย

โจรปล้นความสุขประชาชน

อันธพาลทำลายชาติ

ขอเชิญประชาชนคนร้อยเอ็ด

ไม่ให้การสนับสนุนโจรพันธมิตร

วัชรินทร์ เขจรวงศ์

การเสริมสร้างด้านวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย

***************

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเรื่องการเสริมสร้างวัฒนธรมประชาธิปไตยในสังคม ไทย ชั้น 3 โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กทม. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นำนายก อบจ.76 จังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด แกนนำยุวชน สื่อมวลชน ท้องถิ่น

นายธีระ สัลกเพชร รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม เป็นกระทรวงเกรด ซี แต่ทำงานระดับเกรด เอ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นกระทรวงที่สำคัญ เพราะมีหน้าที่ในการเสริมสร้างจิตใจของคนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “การรักษาวัฒนธรรมคือการรักษาธรรมชาติ” ดังนั้นหากวัฒนธรรมไทยล้มเหลว ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ ภารกิจสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรมก็คือการธำรงรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทย และนิติวัฒนธรรมไปแก้ไขปัญหาต่างๆในสังคม โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ทางการเมือง ที่ทำให้สังคมแตกแยก การทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะสร้างความเข้าใจร่วมกันของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้เป็นไปตามแนวทางพื้นฐานหลัก 4 ประการของรัฐบาล คือ 1.ปกป้องเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและรักษาความสามัคคีของคนในชาติ และเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้เหนือความขัดแย้งทุกรูปแบบ พร้อมทั้งดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องไม่ให้ล่วงละเมิดพระบรมราชานุภาพ

2.สร้างความปองดองสมานฉันท์พื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม และความยอมรับของทุกภาคส่วน

3.ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน มีการยอมรับของทุกภาคส่วน และบรรเทาความผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนประสบ

4.พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมืองไทย ให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมายบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับของสากล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า นกจากนี้การเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม ประกอบด้วย เสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย แก้ไขปัญหาความเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม การใช้ประโยชน์จากทุกทางวัฒนธรรมให้มากขึ้น

นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ให้ความเห็นว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตย คือ วิธีคิด วิธีพูด วิธีทำ ของคนคนในสังคมที่รับฟังซึ่งกันและกัน มีความอดทน เห็นคุณค่าของคนอื่น ให้ความสำคัญกับประโยชน์ส่วนรวมไม่ยิ่งหย่อมไปกว่าประโยชน์ส่วนตน เป็นประเพณีที่ปฏิบัติที่เป็นแบบแผนและกระทำทั่วไป และสามารถส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้ในสังคม

นายสุจิต บุญบงการ ให้ความเห็นว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตยเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดค่านิยมและการดำรงชีวิต

นายเสน่ห์ จามริก กล่าวไว้ว่า วัฒนธรรมประชาธิปไตยเป็นเรื่องของชีวิต เป็นสัมพันธภาพของอำนาจและเสรีภาพขึ้นอยู่กับฝ่ายไหนจะมีอำนาจมากกว่ากัน โดยวัฒนธรรมทางการเมืองไทยนั้นมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปที่มีจุดเริ่มต้นจากอำนาจนิยมมาสู่วัฒนธรรมประชาธิปไตย

จากนั้น เป็นการนำเสนอผลงานของ ดร.ทองอยู่ แก้วไทรฮะ เรื่องแผนพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตย การอภิปรายเรื่อง บทบาทสำคัญของผู้นำชุมชนในการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย โดยพระมนัสขันติธัมโม อ.ศรีวิชัย ทรงสุวรรณ ครูชบ ยอดแก้ว นายสำเนาว์ รัศมิทัต และการอภิปราย เรื่อง “แนวทางการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิประไตยในสังคมไทย” โดย รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร ประธานกรรมการวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ผศ.ดร.อรทัย ก๊กผล ผอ.วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า ดำเนินการอภิปรายโดย นางสาวกรุณา บัวคำศรี

อ่านบทกวี “ประชาธิปไตย” โดยนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ “อำนาจของส่วนรวมเพื่อส่วนรวม มีส่วนร่วมปกปักร่วมรักษา ประโยชน์สุขส่วนรวมร่วมมรรคา คือครรลองของประชาธิปไตย”

“โดยจักต้องถือธรรมเป็นอำนาจ ไม่ผูกขาดอำนาจด้วยบาตรใหญ่ ต้องฟังเสียงส่วนรวมที่ร่วมใจ ต้องรับใช้มวลประชามหาชน”

“มีอำนาจต้องมีธรรมมากำกับ มีลำดับขอบเขตมีเหตุผล สิทธิเสรีภาพไม่อับจน ศักดิ์ศรีความเป็นคนต้องเคารพ”

“ของประชาโดยประชาเพื่อประชา ความสง่าความงามความสงบ หลักสันติประชาธรรมล้ำเลิศลบ สมระบบระบอบประชาธิปไตย”

****************

วัชรินทร์ เขจรวงศ์ รายงาน